
ลักษิกา คำขำ ผู้จุดประกายความหวังเทนนิสไทย
นับตั้งแต่ “ซูเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ มีปัญหาบาดเจ็บและแขวนแร็กเกต วงการเทนนิสไทยซบเซาลงไปมาก
นับตั้งแต่ “ซูเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ มีปัญหาบาดเจ็บและแขวนแร็กเกต วงการเทนนิสไทยซบเซาลงไปมาก
โดย...นูโน่
นับตั้งแต่ “ซูเปอร์บอล” ภราดร ศรีชาพันธุ์ มีปัญหาบาดเจ็บและแขวนแร็กเกต วงการเทนนิสไทยซบเซาลงไปมาก เพราะยังไร้วี่แวว “นิวภราดรและแทมมี่” ก้าวขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่ ขณะที่ แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ก็เข้าสู่ช่วงปลายอาชีพนักหวด
แต่ในที่สุด วงการลูกสักหลาดไทยที่หลับใหลกำลังจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง จากการแจ้งเกิด “แทมมี่ 2”
“ไทยมีผู้เล่นหญิงที่ดีและอยู่ในวัยที่กำลังเติบโตต่อไป จากนี้ไปขอให้จับตาดูนักเทนนิสหญิงมากๆ” สุวัจน์ ลิปตพัลลภ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทยฯ กล่าว
แม้ “น้องนก” นพวรรณ เลิศชีวกานต์ อดีตมือ 1 เยาวชนโลกและแชมป์แกรนด์สแลมจูเนียร์ ที่เคยจุดประกายความหวังไว้ก่อนหน้านี้ จะไม่ประสบความสำเร็จเมื่อก้าวสู่ระดับอาชีพอย่างเต็มตัว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลงานดาวรุ่งหญิงของไทยช่วงหลังพัฒนาขึ้นอย่างชัดเจน
เห็นได้จากศึกพีทีที พัทยา โอเพน ที่เพิ่งผ่านมา สาวไทยสามารถผ่านเข้าถึงรอบสองได้ถึง 2 คน โดยไม่มีรุ่นเก๋าอย่าง แทมมารีน โดยเฉพาะ “น้องลัก” ลักษิกา คำขำ ได้กลายเป็นความหวังใหม่ของไทยเรียบร้อยแล้ว
การยุติเส้นทางแค่รอบสองอาจจะไม่ใช่ผลงานที่ยอดเยี่ยมนัก แต่หากเทียบกับการเพิ่งเข้าแข่งขันครั้งแรก บวกกับการพ่ายแพ้ต่อ มาเรีย คิริเลนโก มือวางอันดับ 2 และแชมป์ในที่สุดจากรัสเซีย แบบมีลุ้น 7-5, 2-6, 2-6 ก็ถือว่าน่าพอใจไม่น้อย
“ลัก มีพัฒนาการดีขึ้นมากและมีเกมบุกที่ดี หากปรับปรุงเรื่องเกมเสิร์ฟและฟิตเนสอีกหน่อย เชื่อว่าจะเป็นกำลังสำคัญของทีมไทยแน่นอน” แทมมารีน กล่าว
ดาวรุ่งวัย 19 ปีจากจันทบุรี เริ่มยกระดับเกมการเล่นและทำผลงานดีขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่มาแจ้งเกิดเต็มๆ ในศึกออสเตรเลียน โอเพน ที่ผ่านมา หลังลงเล่นรอบคัดเลือกและผ่านเข้าถึงรอบเมนดรอว์รอบสอง ในการเข้าร่วมแข่งขันครั้งแรก ซึ่งเจ้าตัวยกเป็นทัวร์นาเมนต์แห่งความทรงจำ
“ตอนแข่งรอบควอลิฟายตื่นเต้นมาก แต่พอเข้ารอบไปเรื่อยๆ ก็ทำให้ความกดดันและอาการตื่นสนามหาย และหันมามุ่งมั่นกับรอบต่อๆ ไป ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก และหวังจะกลับไปทำผลงานให้ดีขึ้นอีก”
แถมยังโค่น โซเฟีย อาร์วิดส์สัน มือ 39 ของโลกจากสวีเดน ในรอบแรก เป็นชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพนักเทนนิสของเจ้าตัว จนถูกยกให้เป็นความหวังใหม่ของวงการเทนนิสไทย
“ดีใจที่ทุกคนให้โอกาส จะพยายามทำหน้าที่ให้เต็มที่เพื่อทุกคน เพื่อประเทศ และที่สำคัญเพื่อตัวเอง” ลักษิกา เผยถึงความรู้สึกที่ถูกยกให้เป็น “แทมมี่ 2”
ความคาดหวังดังกล่าวอาจจะไม่ใช่ฝันเกินจริง เมื่อล่าสุดสาวห้าวคนนี้ได้เขี่ย แทมมารีน ตกบัลลังก์เดี่ยวมือ 1 ของไทยเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีเรียบร้อยแล้ว หลังจากนักหวดสาวรุ่นพี่ถอนตัวจากการแข่งขันที่พัทยา เพราะมีปัญหาบาดเจ็บ
ยิ่งไปกว่านั้น ในการแข่งขันเฟดคัพ โซนเอเชีย/โอเชียเนีย กลุ่ม 1 ที่คาซัคสถาน ล่าสุด เธอยังตอกย้ำความยอดเยี่ยมด้วยการพลิกล็อกชนะ ยาโรสลาวา ชเวโดวา มือ 32 ของโลกและมือ 1 ของเจ้าถิ่น 0-6, 6-4, 6-4 จนสื่อในคาซัคสถานถึงกับชื่นชมเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม ลักษิกา ยังไม่มองไกลไปถึงว่าที่ซูเปอร์สตาร์คนใหม่ของวงการกีฬาไทย หรือการเดินตามรอยความสำเร็จของนักหวดรุ่นพี่อย่าง ภราดร และ แทมมารีน เพราะยังมีหลายอย่างที่ต้องพัฒนาและปรับปรุง หากจะสู้กับมือท็อประดับโลก
“ต้องพัฒนาเรื่องลูกเสิร์ฟและร่างกายอีกพอสมควร เพราะถ้าต้องเล่นติดต่อกันต่อเนื่องต้องมีความแข็งแกร่งมากกว่านี้ หรือแม้แต่การเล่นเกมยืดเยื้อ อย่างเช่นในเกมพ่าย คิริเลนโก ยอมรับเลยว่าหมดแรงใน 2 เซตหลังจนมีผลต่อเกมอย่างชัดเจน”
แน่นอน ประสบการณ์ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องใช้เวลา ซึ่งเดี่ยวมือ 1 ของไทยคนใหม่เผยว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้มาถึงวันนี้
“ตอนเด็กๆ โดนด่ามาเยอะ เพราะเป็นคนเจ้าอารมณ์ ชอบระเบิดอารมณ์ออกมาเวลาเล่นไม่ได้ดั่งใจ ต้องปรับพอสมควร ตอนนี้โตขึ้นเยอะแล้ว รู้จักควบคุมอารมณ์มากขึ้น” ลักษิกา กล่าว
ส่วนสไตล์การตีโฟร์แฮนด์ 2 มือ ซึ่งอาจจะเป็นข้อเสียเปรียบในเกมยุคใหม่นั้น น้องลัก ซึ่งเริ่มเล่นมาตั้งแต่ 4 ขวบ ยืนยันคงเปลี่ยนแปลงลำบากแล้ว เพราะคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กจากการฝึกสอนของ คุณพ่อเลอศักดิ์ คำขำ ที่เป็นโค้ชเทนนิส แต่ก็มีการฝึกตีมือเดียวในจังหวะต้องเอื้อมเล่นเหมือนกัน
เมื่อถามถึงจุดเด่นของตัวเอง เธอบอกว่า “จิตใจ” เพราะเมื่อลงสนามไม่มีคำว่า “กลัว” อยู่ในจิตใจ ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใคร เก่งแค่ไหน และต้องตกอยู่ในสถานการณ์อย่างไร ก็จะไม่ถอดใจจนกว่าจะแต้มสุดท้ายของแมตช์
“เด็กสมัยนี้ได้สปอนเซอร์กันง่ายๆ และอาจจะเติบโตมากับความสบาย ทำให้ขาดความมุ่งมั่นและใจสู้ แต่ ลัก ไม่ได้มาจากครอบครัวที่ร่ำรวย และต้องใช้ความพยายามกว่าจะมีโอกาสมาถึงตรงนี้ เพราะเคยผิดหวังจากการยื่นขอสปอนเซอร์สิงห์ถึง 2 ครั้ง ก่อนที่โค้ชสิงห์จะเห็นฟอร์มการเล่นและได้รับโอกาส”
ลักษิกา ยังยอมรับว่า โชคดีที่เกิดมาทันยุคของ แทมมี่ ซึ่งเป็นไอดอลของตัวเอง และได้รับประสบการณ์และความช่วยเหลือจากนักหวดรุ่นพี่เมื่อออกไปแข่งทัวร์ด้วยกัน
สำหรับความฝันสูงสุดของเธอ ก็ไม่ต่างไปจากนักเทนนิสทั่วไปและเป็นสิ่งที่แฟนกีฬาชาวไทยอยากเห็นเช่นกัน นั่นคือ การติดท็อป 10 ของโลก
“แต่สำหรับปีนี้ ขอตั้งเป้าทำอันดับติดท็อป 100 ของโลกให้ได้ก่อน แล้วค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆ”
หากมีความตั้งใจในการพัฒนาอย่างจริงจัง บวกกับมีวินัยในตนเอง เชื่อว่าความฝันของ ลักษิกา และคนไทย ก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม
คนไทยหากตั้งใจทำอะไร ก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก







