
แคร์ริงตัน...จุดเริ่มฝันแข้งผีแดง
ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมอันดับ 1 ของเมืองผู้ดี แต่กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องมีองค์ประกอบมากมายในการสร้างความสำเร็จ ทั้งโค้ช นักเตะ ศูนย์ฝึกซ้อมที่มีมาตรฐาน รวมถึงเม็ดเงินจากสปอนเซอร์ด้วย
ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือทีมอันดับ 1 ของเมืองผู้ดี แต่กว่าที่จะมาถึงจุดนี้ได้ก็ต้องมีองค์ประกอบมากมายในการสร้างความสำเร็จ ทั้งโค้ช นักเตะ ศูนย์ฝึกซ้อมที่มีมาตรฐาน รวมถึงเม็ดเงินจากสปอนเซอร์ด้วย
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผู้เขียนโชคดีได้เป็นหนึ่งในคณะผู้สื่อข่าวกว่า 30 ชีวิต ที่ได้รับการเชิญจาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ให้ไปเป็นสักขีพยานในพิธีการลงนามเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งจะมีผลผูกพันจนกระทั่งจบฤดูกาล 2015-2016
ไฮไลต์ของทริปนี้คงจะต้องบอกว่า เป็นการได้ไปเยี่ยมชมศูนย์ฝึกซ้อมแคร์ริงตัน หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า Trafford Training Centre ซึ่งปกติแล้วจะไม่มีการเปิดให้คนนอกเข้าชมอย่างเด็ดขาด ยกเว้นแต่จะเป็นแขกพิเศษอย่างคณะของสิงห์ ซึ่งเป็นหนึ่งในสปอนเซอร์หลักเท่านั้น
ตอนนั่งรถโค้ชกันไป หลายคนทำหน้าสงสัยว่า นี่เรากำลังจะเดินทางเข้าป่าหรืออย่างไร เพราะถนนทางเข้านั้นเล็กมาก อีกทั้งสองข้างทางก็มีแต่ทุ่งหญ้าแห้งๆ
แต่ที่ไหนได้ พอเข้าไปข้างในก็ต้องทึ่งกับความทันสมัยของศูนย์ฝึก ที่นอกจากจะมีสนามหญ้าจริงจำนวนมากแล้ว ยังมีสนามหญ้าเทียมอีก 4 สนามด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้มีไว้รองรับไม่เฉพาะทีมชุดใหญ่เท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงทีมเยาวชนและทีมสำรองด้วย
นอกจากนั้น ก็มีห้องยิมขนาดใหญ่ ซึ่งนักเตะแมนฯ ยู ได้วอร์มอัพกันก่อนลงไปซ้อมทีมด้านนอกซึ่งมีฮีตเตอร์อยู่พื้นสนาม แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ทางสโมสรไม่อนุญาตให้ทีมของเราบันทึกภาพ เว้นแต่รูปที่เจ้าหน้าที่ยูไนเต็ดเป็นคนถ่ายให้
หนึ่งในเจ้าหน้าที่ที่ดูแลศูนย์ฝึกแคร์ริงตัน บอกกับผู้เขียนว่า ปกติแล้วแมนฯ ยู จะซ้อมกันสัปดาห์ละ 5 วัน วันละครั้ง ยกเว้นก่อนเกมสำคัญๆ ที่อาจจะต้องเพิ่มการซ้อมเป็น 2 ช่วงทั้งเช้าและบ่าย
หลังจากที่ได้เยี่ยมชมสนามซ้อมแล้ว พวกเราก็มีโอกาสได้ทัวร์สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด ที่มีความจุกว่า 7.6 หมื่นที่นั่ง และชมเกมพรีเมียร์ลีก ซึ่งเจ้าถิ่นพลิกแซงกลับมาชนะ เซาแธมป์ตัน 21 ด้วย โดยช่วงพักครึ่งทางโฆษกสนามก็ประกาศข่าวความร่วมมือระหว่างสิงห์ กับ “ปีศาจแดง” โดยมีอดีตแข้งดังอย่าง แอนดี โคล และ ไบรอัน ร็อบสัน มาเป็นตัวแทนในการมอบของที่ระลึกกันด้วย
ถ้าพูดถึงแง่ธุรกิจแล้วต้องถือว่า WinWin กันทั้งสองฝ่าย เพราะยอดขายเบียร์สิงห์ที่สนามดีกว่าสปอนเซอร์เจ้าเดิมถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และแบรนด์ก็กลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก ที่สำคัญการเป็นพันธมิตรกันครั้งนี้ ยังทำให้แฟนบอลบ้านเราจะได้เห็นพลพรรค “ปีศาจแดง” ยกพลมาอุ่นเครื่องที่เมืองไทย เพื่อฉลองโอกาสที่สิงห์ครบรอบ 80 ปีด้วย โดยกำหนดวันที่แน่นอนจะแจ้งให้ทราบภายหลัง
นอกจากทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกแล้ว สิงห์ ยังจะนำ เชลซี เจ้าของแชมป์เอฟเอ คัพ และยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้ว มาโชว์เพลงแข้งให้คอลูกหนังไทยได้ชมด้วยเช่นกัน







