
เสียงสะท้อนจากรอบตัว
บ่อยครั้งที่เราจ้องมองงานศิลปะและรู้สึกเสมือนราวกับถูกดึงดูดเข้าไปอยู่ในภาพนั้น เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ จุดสีเล็กๆ
โดย...เสน่ห์จันทน์ ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
บ่อยครั้งที่เราจ้องมองงานศิลปะและรู้สึกเสมือนราวกับถูกดึงดูดเข้าไปอยู่ในภาพนั้น เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆ จุดสีเล็กๆ ในหลายร้อยเส้นสีที่ตวัดกันไปมา และทุกๆ ครั้ง ที่เราได้พูดคุยโต้ตอบ ฉงนสงสัย ซักถาม ได้ข้อมูลจากงานศิลปะสักชิ้น นั่นเพราะภาพหนึ่งแทนคำพูดนับร้อยแทนอักษรนับพันตัว
ผลงาน 20 ชิ้นที่จัดแสดงภายใต้ชื่อนิทรรศการ “เอคโค่” (Echo) เป็นอีกหนึ่งชุดงานศิลปะที่ศิลปินผู้สร้างสรรค์ “สุจินต์ วัฒนวงศ์ชัย” ตั้งใจที่จะสะท้อนสิ่งที่ตัวเองได้เฝ้าสังเกตการณ์ความเป็นไปของสังคม วัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี เรียกได้ว่าแทบจะทุกเรื่องทุกราวบนโลกที่เขามีโอกาสได้พบพานและใคร่สนใจเป็นพิเศษ จนถึงขั้นเจาะลึกค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อมาสร้างเป็นงานศิลป์ นับเป็นการสำรวจสัมพันธภาพระหว่างสถานที่ เวลา พื้นที่ และการรับรู้ ผ่านมิติของการเติบโต ใช้ชีวิต และทำงานศิลปะ และเหนือสิ่งสำคัญอื่นใด ทุกๆ เส้นสีฝีแปรงที่อยู่บนงานต้องสื่อสารและสะท้อนอะไรออกมาสู่ผู้ชมได้
“ผมชอบทำงานจากเสียงสะท้อนจากรอบๆ ข้าง คอนเซปต์ในการทำงานบ้างครั้ง ผมอยากให้งานของผมมีเสียงพูดออกมา งานควรบอกกับคนดู หรือเราพูดคุยอะไรกับงานได้บ้าง งานของผมแต่ละชิ้นความหมายก็ไม่เหมือนกัน บางชิ้นนามธรรมมาก แต่โดยรวมคือสะท้อนสิ่งที่เราสนใจอยู่ในช่วงปัจจุบัน เช่น การดำเนินชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ เหมือนผมเป็นคนคอยสังเกตการณ์”
งานที่สร้างสรรค์ในช่วงแรกของชุดนี้ข้างหลังเป็นฝีแปรงและข้างหน้าเป็นตัวอักษร ซึ่งมีทั้งตัวอักษรไทย จีน อังกฤษ ซึ่งเป็นการสร้างผลงานนามธรรมที่อาศัยตัวอักษรในการโน้มนำให้ผู้ดูตีความและหาความหมาย
“ทุกวันนี้ เราอ่านข้อความจากอินเทอร์เน็ตแทนหนังสือเป็นส่วนใหญ่ เราส่งข้อความหาเพื่อนแทนที่จะพูดคุยด้วย พฤติกรรมของเราเปลี่ยนไป ชีวิตมนุษย์วุ่นวายกว่าที่เคยและก็เงียบเหงากว่าที่เคยด้วยเช่นกัน ผมเฝ้ามองดูวิถีชีวิตคนในช่วงวันทำงานอยู่ตลอด การค้นคว้าในกระบวนการทำงานที่มีนัยยะซ่อนอยู่ในบริบททางสังคม รวมทั้งการใช้ชีวิต ผมใช้ตัวอักษรภาษาไทย จีน และอังกฤษในการสร้างงานจากประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน ซึ่งสะท้อนทั้งบริบทระดับประเทศและระดับโลก”
ตัวหนังสือ เช่นคำว่า “ช้า” ไม่ได้มีความหมายอะไร และไม่ได้นำเอาคำพูดของคนคุยกันมาใช้ แต่เป็นคำที่ศิลปินรู้สึกขึ้นมาว่ามันเหมาะ มันใช้กับเหตุการณ์สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ในหนึ่งชิ้นงานของเขามีความหมายที่สะท้อนออกมาได้หมด ทั้ง ตัวอักษร เส้น สี ซึ่งตรงนี้ศิลปินมอบหมายหน้าที่ให้กับประสบการณ์ของแต่ละคนว่าจะตีความพูดคุยกับงานศิลปะของเขาเช่นไร
ส่วนผลงานที่ลงมือขีดเขียนช่วงท้ายๆ ตัวอักษรได้ถูกคลี่คลาย “ผมใช้เส้น ข้อความ และสีที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เห็นในชีวิตประจำวัน เส้นที่เป็นคลื่นกลายมาเป็นรูปแบบและรูปทรงที่ซับซ้อน ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตผู้คนที่หลากหลายตามความคิดของผม ตัวอักษรเล็กๆ ทำให้ตามองเห็นว่าเป็นเส้น พื้นผิว จังหวะ ความกลมกลืน ความขัดแย้ง บนสี แต่เมื่อมองดูใกล้ๆ จึงเห็นว่าเป็นคำพูด ความรวดเร็วจนเกินไปในชีวิตปัจจุบันคือสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ และเราก็มีความเชื่อแบบนั้น บางครั้งเรามองสิ่งต่างๆ ผ่านไปโดยที่ไม่ได้สนใจที่จะดูอย่างละเอียดหรือค้นหาความหมายของมัน อาจหมายถึงความฉาบฉวยในการใช้ชีวิตก็เป็นได้ นอกจากนี้ยังสร้างความคลุมเครือในการสื่อความหมายและการตีความ งานผมใช้การวาดเส้นแทนจิตรกรรม ใช้ข้อความเป็นศิลปะ และใช้ภาษาภาพแทนความเป็นนามธรรม ภาพรวมทั้งหมดของงาน ถูกคลี่คลายให้เหลือเพียงความเรียบง่าย พลัง เสียง และชีวิตที่มีสีสัน”
สนใจชมนิทรรศการ เอคโค่ ได้ที่ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ ศูนย์วิทยทรัพยากร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดให้ชมวันจันทร์ศุกร์ เวลา 09.0019.00 น. และวันเสาร์ เวลา 09.0016.00 น. วันนี้16 มี.ค. 2556
สุจินต์ วัฒนวงศ์ชัย
จบการศึกษา ปริญญาตรี จากคณะครุศาสตร์ สาขาศิลปศึกษา (ครุศิลป์) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และปริญญาโทไฟน์อาร์ต จาก ฟอร์ดเฮย์ สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ สหรัฐอเมริกา
เคยจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวมาแล้ว 4 ครั้งที่กรุงเทพฯ ในปี 2004 2002 2007 และ 2010
ปี 2009 แสดงนิทรรศการร่วมกับกลุ่ม “Spring in white” ไทยอิตาลี หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร และนิทรรศการกลุ่ม “TRUE LIES” หอศิลปวิทยนิทรรศน์
ปี 2011 นิทรรศการกลุ่ม “Drawing Connection” ที่อิตาลี
ปี 2012 นิทรรศการกลุ่ม “Art Take Times Square” ที่สหรัฐอเมริกา
ปี2012 Singapore Art Fair ที่สิงคโปร์







