
สืบเนื่องจากงานสวดพระปริตรฯ ครั้งที่ ๔๒ ชินบัญชรอธิษฐานธรรมณ วัดระฆัง (ตอน ๑๔)
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
สูดลมเข้าแล้วแผ่ไปทั่วร่างกาย พร้อมกัน แผ่อำนาจพระสังฆคุณไปทั่วร่างกาย ขจัดทุกข์โรคภัย วิถีจิตดังกล่าว ถ้ามีพลังธรรมสมบูรณ์ ชินบัญชรธรรมนี่ขจัดโรคร้ายได้ดีมากเลย โรคมะเร็งทั้งหลายนี่ ได้ดีมากเลย ถ้าจิตถึงธรรม... แต่อาตมาจะย่นย่อแล้ว เวลาเหลือสั้นลงแล้ว แผ่จนกระทั่งร่างกายขนลุกขนพองซาบซ่าน แสดงว่า จิตมีพลังมาก มีปีติมาก สำเร็จ... จิตสำเร็จหรือไม่อยู่ที่ปีติจิต ถ้าปีติจิตไม่มี ไม่เบิกบาน ไม่ฟูขึ้นมาเลยนี่ มันแสดงว่า จิตขาดกำลังแล้ว จิตยังไม่ยกสู่อารมณ์ของกรรมฐาน ถ้าปีติเกิดขึ้น แสดงว่า จิตเข้าสู่แนวแล้ว มีพลัง จนนำไปสู่ความสงบตั้งมั่นสูงขึ้น ปีติเป็นเครื่องชี้วัดและเป็นการขับเคลื่อนจิต เวลาเราจะส่งแผ่จิต ก็ใช้อำนาจปีติแผ่ไปให้จนขนลุกขนพองเลย...
ต่อไป รวมจิตลงไว้ที่ศูนย์กลางกาย ให้สงบนิ่ง ตั้งมั่นดำริต่อไปว่า...
“พุทโธ เม นาโถ ธัมโม เม นาโถ สังโฆ เม นาโถ ข้าพเจ้ามีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง มีพระธรรมเป็นที่พึ่ง มีพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง”
และรวมจิตอยู่ที่ “พุทโธ” ขณะนี้เปลี่ยนจาก “สังโฆ” กลับมาเป็น “พุทโธ” เพื่อให้มีความรู้ ตื่น เบิกบาน สงบอยู่ที่ “พุทโธ” และอธิษฐานขึ้นที่จิตว่า...
“ขออำนาจของพระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยปริตร พึงสำเร็จเป็นหลังคาเครื่องปิดกั้นในอากาศ ข้าพเจ้าขออธิษฐานขึ้นตั้งไว้เป็นเครื่องปิดกั้นในอากาศ” รวมจิตเป็น “พุทโธ” แล้วก็แผ่ขึ้นไปข้างบน ให้สำเร็จปิดกั้นด้านบนด้วยอำนาจพระปริตรทั้งสาม ตามที่อธิษฐานไว้... เสร็จสิ้นอธิษฐานแล้วกลับมารวมไว้ที่ศูนย์กลางกาย รวมจิตอธิษฐานอีกครั้งที่ศูนย์กลางกายว่า...
“ด้วยอำนาจธรรมที่ได้กระทำ บูชาด้วยดีแล้วนี้ อันปรากฏอยู่ในบท ชินบัญชรคาถา จงสำเร็จทั้งปวง ขอ อุปัทวะทั้งหลายทั้งภายนอกภายใน จงถึงความพินาศไป ด้วยเดชแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่มีที่สิ้นสุด ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าผู้มหาบุรุษประเสริฐเหล่านั้นทั้งหมด จงอภิบาลรักษาข้าพเจ้าผู้อยู่ท่ามกลางชินบัญชรนี้ ขออำนาจพระปริตร พระสูตรที่กล่าวไว้ในชินบัญชรคาถา พึงปิดกั้นในเบื้องล่าง พึงปิดกั้นในเบื้องหน้า พึงปิดกั้นในเบื้องหลัง ดุจเป็นห้องอำนาจธรรมที่ปกป้องรักษาทุกทิศทาง ทั้งภายในภายนอก เบื้องหน้า เบื้องหลัง เบื้องบนเบื้องล่างทุกทิศ ปกป้องปกปิดรักษา” และรวมจิตไว้อยู่ในศูนย์กลางกาย ดุจนั่งท่ามกลางชินบัญชร ดำริบริกรรมว่า “พุทโธ พุทโธ พุทโธ” ให้สงบนิ่ง ดื่มด่ำอยู่กับ “พุทโธ” รู้ ตื่น เบิกบาน และอธิษฐานต่อเนื่องว่า...
“ขอข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะอุปัทวะด้วยอานุภาพแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้า ขอข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะหมู่ข้าศึกด้วยอานุภาพแห่งพระธรรมเจ้า ขอข้าพเจ้าเป็นผู้ชนะอันตรายทั้งปวงด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ และการประพฤติธรรมตามพระคาถาชินบัญชรอธิษฐานเจริญภาวนานี้เถิด”
รวมจิตไว้ศูนย์กลางกาย สูดลมเข้าเหยียดกายขึ้น และตั้งรวมจิตไว้ ในสุดท้ายนี้ที่ศูนย์กลางกาย รู้อยู่กับ “พุทโธ” ทำจิตให้เบิกบานอยู่กับ “พุทโธ” สมบูรณ์ในความรู้สึกอยู่ที่ “พุทโธ” การประพฤติธรรมให้ผลสัมฤทธิ์ คือ ความสงบนิ่งแห่งจิต และตั้งจิตอธิษฐานบนความสงบนั้นก็จะเกิดอำนาจธรรม เป็นอำนาจธรรมที่เกิดด้วยอำนาจพุทธานุภาพ
อ่านต่อฉบับพรุ่งนี้







