
ไทเกอร์เอาแน่...ทั้งมือหนึ่ง-เมเจอร์
ในศึกกอล์ฟยูโรเปียน ทัวร์ “เอชเอสบีซี อาบูดาบี แชมเปียนชิพ” ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
ในศึกกอล์ฟยูโรเปียน ทัวร์ “เอชเอสบีซี อาบูดาบี แชมเปียนชิพ” ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา
โดย...SK'92
ในศึกกอล์ฟยูโรเปียน ทัวร์ “เอชเอสบีซี อาบูดาบี แชมเปียนชิพ” ที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) เมื่อช่วงกลางเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า แฟนกีฬาวงสวิงช็อกพอสมควร ที่ รอรี แม็คอิลรอย (มือ 1 โลก/ไอร์แลนด์เหนือ) และ “พญาเสือ” ไทเกอร์ วูดส์ (2/สหรัฐ) อดีตมือ 1 ผู้ยิ่งใหญ่ กอดคอกันตกรอบ หลังไม่ผ่านการตัดตัวด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งไม่ค่อยมีให้เห็นกันบ่อยๆ แน่ ที่มือ 12 โลกจะฟอร์มบู่พร้อมๆ กัน
งานนี้ทำเอาแฟนๆ ของยอดโปรทั้งสองที่ตามไปเฝ้าดูฝีมือถึงขอบสนามพากันเซ็งเป็นแถบๆ โดยเฉพาะพวกที่อุตส่าห์เสียเงินนั่งเครื่องบินไปยูเออีแล้วควักตังค์ตีตั๋วเข้าไปชมในสนาม ซึ่งใครจะคิดว่าใน 2 วันสุดท้ายของศึกอาบูดาบีฯ จะไม่ได้ดู แม็คอิลรอย และ ไทเกอร์ ลงเล่น
สำหรับ แม็คอิลรอย นั้น พอจะรับได้บ้าง เนื่องจากเพิ่งเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์กอล์ฟของ “ไนกี้” ลงแข่งเป็นครั้งแรก หลังเซ็นสัญญา 10 ปี รับทรัพย์อู้ฟู่ถึง 250 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7,500 ล้านบาท) ก็เลยอาจจะยังไม่คุ้นไม้คุ้นมือสักเท่าไหร่ เลยทำให้วงผิดเพี้ยนจนตีเละเทะ
ขณะที่ ไทเกอร์ นี่ซิ ใช้ “ไนกี้” มานานแล้ว ดันฟอร์มออกทะเลไปด้วย บอกตามตรงว่า แฟนๆ รับไม่ได้จริงๆ และยังเป็นการลงแข่งรายการแรกในปีนี้อีกด้วย
เสือย่อมเป็นเสือ
ขึ้นชื่อว่า เสือ ต้องดุ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นแมวเชื่อง ว่าแล้ว ไทเกอร์ ก็ฟื้นฟอร์มเก่งได้โดยเร็ว ด้วยการฟาดแชมป์พีจีเอ ทัวร์ “ฟาร์เมอร์ส อินชัวแรนซ์ โอเพน” ที่แคลิฟอร์เนีย, สหรัฐ โดยทิ้งห่างถึง 4 สโตรกเลยทีเดียว เท่ากับเป็นการกู้หน้าได้ทันควัน แถมยังเป็นการชูถ้วยตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2013 จากศึกพีจีเอฯ แรกที่ลงเล่นปีนี้ และเป็นรายการที่ 2 ที่เข้าร่วมดวลวงสวิงนับแต่เปิดศักราชใหม่มาได้ไม่นาน
“หลังจบสัปดาห์ที่แล้ว ผมคิดว่าเขา (ไทเกอร์) รู้สึกหงุดหงิดกับการเล่นของตัวเอง และคงต้องการจะคว้าแชมป์ให้ได้โดยเร็ว เขาจึงพยายามทำทุกอย่างเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังเป็นมือระดับท็อปของทัวร์ และคงอยากส่งสัญญาณบางอย่างเพื่อคลายความกดดัน พร้อมกับสร้างแรงกระตุ้นให้ตัวเอง เพราะช่วงนี้มีคนจำนวนมากพูดถึงเขากับ แม็คอิลรอย ที่เป็นพรีเซนเตอร์ให้ไนกี้ด้วยกันทั้งคู่” ฮันเตอร์ มาฮาน โปรสหรัฐที่มีโค้ช (ฌอน โฟลลีย์) คนเดียวกับ ไทเกอร์ กล่าว
ณ ตอนนี้ มีโอกาสสูงที่ ไทเกอร์ วัย 37 ปี ซึ่งเพิ่งกวาดแชมป์ที่สนามสุดโปรด “ทอร์เรย์ ไพน์ส” เป็นครั้งที่ 8 จะกลับมาทวงบัลลังก์โลกคืน เนื่องจาก แม็คอิลรอย ยังต้องปรับตัวเรื่องการใช้อุปกรณ์ของไนกี้ที่ยังใหม่สำหรับเขา แม้จะเริ่มมีการซ้อมใช้มาตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสที่ผ่านมา
รอรี คิดถูก/ผิดพักสวิง 4 วีก
หลังจาก แม็คอิลรอย ไปทำขายหน้าในศึกอาบูดาบีฯ ทั้งที่ลงแข่งเป็นรายการแรกในปีนี้ ก็มีข่าวแว่วว่า เขาจะงดลงแข่งถึง 4 สัปดาห์ และจะกลับมาลงสนามอีกครั้งในศึกเวิลด์ กอล์ฟ แชมเปียนชิพ “แอคเซนเจอร์ แมตช์เพลย์” วันที่ 20-24 ก.พ.
นักมวยไม่หมั่นขึ้นชก ฝีมือและพลังกำปั้นย่อมถดถอยฉันใด นักกอล์ฟไม่ลงสวิงแข่งขัน ความแม่นยำเฉียบขาดก็ย่อมหายไปฉันนั้น
การที่โปรมือ 1 โลก วัย 23 ปี ตัดสินใจไม่มีโปรแกรมลงเล่นถึง 1 เดือนนั้น จึงเป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์พอสมควร โดยเฉพาะ เปแดร็ก แฮร์ริงตัน โปรรุ่นพี่จากๆ ไอร์แลนด์ ถึงกับออกมาเตือน แม็คอิลรอย ว่าคิดผิดอย่างมหันต์หากวางแผนพักแข่งนานขนาดนั้น
“มันไม่เกี่ยวกับการลงเล่นรายการเล็กๆ เขา (รอรี) จึงตัดสินใจไม่ร่วมแข่ง ผมมองว่าความสำเร็จมากมายต้องมาจากการลงแข่งทัวร์นาเมนต์แบบนี้ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อปรับเกมของตัวเองให้ดีขึ้น ซึ่งผมว่าสิ่งเหล่านี้เขารู้ดีอยู่แล้ว” แฮร์ริงตัน เจ้าของแชมป์เมเจอร์ 3 สมัย วัย 41 ปี กล่าว
จ่อซิวเมเจอร์รอบ 5 ปี
เป็นที่รู้กันดีว่า แชมป์เมเจอร์ล่าสุดที่ ไทเกอร์ คว้ามาได้นั้น ต้องย้อนไปประมาณเกือบ 5 ปีเลยทีเดียว นั่นคือ ยูเอส โอเพน 2008 แต่ตอนนี้หลายคนคาดว่า ปีนี้เขาน่าจะสามารถปลดล็อกแชมป์เมเจอร์ได้ซะที แถมมีบางคนมองว่า พญาเสือจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง พร้อมกลับมาอยู่ในเส้นทางไล่ล่าทุบสถิติแชมป์เมเจอร์มากที่สุด 18 สมัยของ “หมีทอง” แจ็ก นิคลอส ตำนานสวิงโลกชาวสหรัฐ
แบร์รี สตาฟโร จาก “ลอสแองเจลิส ไทมส์” ได้ให้ทัศนะไว้ว่า หลัง ไทเกอร์ ห่างหายแชมป์เมเจอร์ไปนาน ก็มีโอกาสดีที่จะคว้ากรีนส์ แจ็กเกต ใน “เดอะ มาสเตอร์ส 2013” (เมเจอร์แรกของฤดูกาล) ที่สนามออกัสตา พร้อมกับเพิ่มสถิติแชมป์เมเจอร์ให้ตัวเอง
ขณะที่ ไทเกอร์ แชมป์เมเจอร์ 14 สมัย ก็ยังคงถ่อมตัว (แม้ในใจจะอยากสักแค่ไหน)
“มันค่อนข้างไม่แน่นอนสำหรับแชมป์เมเจอร์ เพราะไม่มีใครสามารถตีได้สมบูรณ์แบบทุกวัน และยังต้องเจอสถานการณ์ยากลำบากที่ต้องแก้ไข รวมทั้งปัญหาเฉพาะหน้าด้วย ทุกอย่างมีขึ้นๆ ลงๆ บางทีต้องพัตต์เซฟพาร์ระยะ 10 ฟุต มันเป็นความยากที่บอกไม่ได้ว่าจะสามารถพัตต์ลงได้ทุกครั้ง” ยอดโปรลูกครึ่งไทยอเมริกัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าปีนี้ ไทเกอร์ น่าจะทวงบัลลังก์กอล์ฟชายโลกได้สำเร็จ แต่จะครองได้นานแค่ไหนนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แถมน่าจะมีแชมป์เมเจอร์ติดมือด้วย ว่าแต่จะ 1 หรือ 2 เมเจอร์ ต้องคอยติดตามกันต่อไป และไม่แน่ว่าอาจจะคว้าเมเจอร์ที่ 15 ได้ตั้งศึกมาสเตอร์สช่วงเดือน เม.ย.นี้เลยก็เป็นได้







