
ซีเกมส์...เจ้าอาเซียนแล้วไง?
นับจากนี้เหลือเพียงแค่ 11 เดือน มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน หรือ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27
นับจากนี้เหลือเพียงแค่ 11 เดือน มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน หรือ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27
โดย...ราชันเบอร์23
นับจากนี้เหลือเพียงแค่ 11 เดือน มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคอาเซียน หรือ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 27 ที่พม่าได้รับเลือกให้เป็นหน้าเสื่อจัดขึ้น ก็จะได้ฤกษ์เปิดฉากกันระหว่างวันที่ 11-20 ธ.ค.นี้
ล่าสุดได้มีการประชุมสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ ที่กรุงเนย์ปิดอว์ ประเทศพม่า ที่ประชุมสรุปจัดให้มีแข่งขัน 33 ชนิดกีฬา และมีการชิงชัยเหรียญทองอย่างไม่เป็นทางการ 459 เหรียญทอง
แต่ประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อยู่ที่พม่าไม่ยอมบรรจุกีฬาเทนนิสกับยิมนาสติก ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยม โดยอ้างว่าไม่มีความพร้อมเรื่องนักกีฬาและการบริหารจัดการ
เล่นเอาหลายฝ่ายถึงกับเกิดอาการเซ็ง โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีผลกระทบตรงๆ เพราะกีฬาเทนนิสเป็นกีฬาที่ไทยแลนด์มีผลงานที่ดี ทำให้ สุวัจน์ ลิปตพัลลภ รองประธานโอลิมปิกไทย กับ “บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการโอลิมปิกไทย ร่วมแถลงข่าวถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่บ้านอัมพวัน วานนี้
“ถือเป็นเรื่องเสียหายหากไม่มีเทนนิส และจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนากีฬาชนิดนี้ในภูมิภาคอาเซียน ที่ผ่านมามีนักเทนนิสจากอาเซียนสร้างผลงานในระดับเอเชียไปสู่อาชีพและระดับโลกมากมาย รวมทั้งเป็นกีฬายอดนิยมที่สุดชนิดหนึ่ง ซึ่งสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) และสหพันธ์เทนนิสเอเชีย (เอทีเอฟ) ได้แสดงความแปลกถึงกรณีดังกล่าว และได้ส่งหนังสือสอบถามไปยังคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งพม่าแล้ว ซึ่งผมกับ พล.ต.จารึก จะเดินทางไปหารือกับพม่า และยินดีจะให้ความช่วยเหลือทุกด้าน โดยไม่มีข้อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่จะนำเสนอข้อเท็จจริงทั้งหมด เพื่อให้เจ้าภาพเปลี่ยนใจบรรจุกีฬาเทนนิสเพิ่มเติม โดยเชื่อว่ามีชาติอาเซียนพร้อมที่จะให้การสนับสนุน เช่น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์” สุวัจน์ นายกลอนเทนนิสสมาคมแห่งประเทศไทย กล่าว
ด้าน พล.ต.จารึก ในฐานะเลขาธิการโอลิมปิกไทย ยอมรับ ไม่เข้าใจพม่าว่าทำไมต้องตัดกีฬาสากลออกไป ซึ่งเพิ่มกีฬาพื้นบ้านมาหลายรายการ คิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ ทั้งหมด 8 ชนิดกีฬา ซึ่งเป็นสิทธิที่จะทำได้ แต่ตามหลักการต้องยืนกีฬาสากลเอาไว้
“เป็นเรื่องแปลกที่ตัดกีฬาสากล แต่กลับเพิ่มกีฬาพื้นบ้านเข้าไปถึง 40 เปอร์เซ็นต์ สนามเทนนิสในพม่าไม่ใช่ไม่มี มีถึง 6 สนาม แต่ก็ต้องปรับปรุงใหม่แค่นั้น ซึ่งไม่ใช่เหตุผลที่ทางพม่าจะมาบอกว่าไม่จัด เพราะไม่มีสนาม ชาติอื่นๆ ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ก็ได้ช่วยไฟต์ที่จะบรรจุทั้ง 2 กีฬา ยกเว้นลาวและเวียดนาม ที่เข้าข้างพม่า” “บิ๊กจา” กล่าว
ด้าน ศ.เจริญ วรรธนะสิน มนตรีซีเกมส์ มองว่า เจ้าเหรียญทองซีเกมส์ครั้งนี้น่าจะเป็นเวียดนามหรืออินโดนีเซียที่จะแย่งตำแหน่งนี้
“ซีเกมส์ครั้งนี้หนักใจมาก ดูเหมือนว่าเจ้าภาพมีนโยบายที่จะจัดแต่กีฬาที่พม่ามีหวัง ในครั้งนี้ทางพม่าได้เปลี่ยนเมืองที่จะแข่งขัน กีฬาส่วนใหญ่จะแข่งที่เนย์ปิดอว์ ทั้งกรีฑา, ว่ายน้ำ, ฟุตบอล ส่วนย่างกุ้ง มีแข่ง ฮอกกี้ ส่วนแบดมินตันยังไม่แน่นอนว่าจะใช้เมืองใด ส่วนฟุตบอลหญิง เตะที่มัณฑะเลย์ และพวกกีฬาทางน้ำที่ปาเทียน เมื่อดูชนิดกีฬาที่มีการชิงชัยทั้งหมด 460 เหรียญทองนั้น เจ้าเหรียญทองน่าจะเป็นเวียดนามและอินโดนีเซีย ส่วนไทยคงหมดสิทธิที่จะได้เจ้าเหรียญทอง อย่างดีที่สุดน่าจะได้อันดับ 3 แต่อีก 2 ปีข้างหน้า ที่สิงคโปร์ ในปี 2015 เจ้าภาพได้ยืนยันแล้วว่าจะจัดแข่งเฉพาะกีฬาที่มีในโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์เท่านั้น”
ขณะที่ วรัชญา วงค์เทียนชัย นักหวดสาวไทย เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ประเภททีม เมื่อ 2 ปีก่อน บ่นเสียดายหากซีเกมส์ที่พม่าไม่มีแข่งเทนนิส
“อยากให้มีแข่งในซีเกมส์ เพราะปีนี้ทีมเทนนิสหญิงถือว่าค่อนข้างแน่ และเป็นกีฬาสากล เมื่อลาวเป็นเจ้าภาพ ก็ไม่มีนักกีฬา แต่ก็ยังจัดแข่งขัน”
ไม่ว่าเทนนิสกับยิมนาสติกจะได้บรรจุลงแข่งขันในกีฬาซีมเกมส์ครั้งนี้หรือไม่???
เหนือสิ่งอื่นใด อยากให้ทุกชาติในอาเซียนได้ตระหนักถึงคุณภาพและช่วยกันยกระดับมาตรฐานกีฬาในย่านนี้
ไม่ใช่แย่งกันแต่ครองเจ้าเหรียญทองซีเกมส์โดยไม่คำนึงถึงวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของการแข่งขัน
แต่พอไปแข่งระดับโลกอย่างกีฬาโอลิมปิก...
เสืออาเซียนกลับกลายเป็นเสือกระดาษ...
ผลงานห่วยขั้นเทพ...กันทีเดียว







