posttoday
Wim N.M. Fagel สามด้าน สี่ดาว

Wim N.M. Fagel สามด้าน สี่ดาว

02 กุมภาพันธ์ 2556

ถ้าถามชาวต่างชาติว่าชอบอะไรในประเทศไทย หนึ่งในคำตอบนั้น ต้องมีคำว่า “คนไทย”

ถ้าถามชาวต่างชาติว่าชอบอะไรในประเทศไทย หนึ่งในคำตอบนั้น ต้องมีคำว่า “คนไทย”

โดย...กาญจน์ อายุ

ถ้าถามชาวต่างชาติว่าชอบอะไรในประเทศไทย หนึ่งในคำตอบนั้น ต้องมีคำว่า “คนไทย” เพราะความเป็นมิตร ยิ้มเก่ง มีน้ำใจ โดยเฉพาะกุลสตรีไทยที่ครองใจหนุ่มตาน้ำข้าวมานักต่อนัก ไม่เว้นกับหนุ่ม (ใหญ่) คนนี้ “คุณวิม เอ็น เอ็ม ฟาเก็ล Wim N.M. Fagel” ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเซ็นทาราวอเตอร์เกต พาวิลเลียนและสปา กรุงเทพฯ ที่ตัดสินใจลงหลักปักฐานที่ประเทศไทย เพราะหวานใจและพยานรัก

โรงแรมเซ็นทาราวอเตอร์เกต พาวิลเลียนฯ ที่คุณวิมเป็นคนดูแล คนย่านประตูน้ำอาจสงสัยว่ามีจริงหรือ ขอยืนยันเลยว่า “มีจริง” คุณวิมเป็นพยานปากเอกให้ได้ ซึ่งโรงแรมจะอยู่บนชั้น 921 ของตึกวอเตอร์เกต พาวิลเลียน แหล่งช็อปปิ้งที่เปิดบริการไปเมื่อปีที่แล้ว แต่สำหรับโรงแรมจะเปิดบริการวันแรกของเดือน เม.ย.ปีนี้ (พ.ศ. 2556)

โรงแรมแรก คนแรก

การมาของโรงแรมเซ็นทาราวอเตอร์เกต พาวิลเลียนฯ เป็นครั้งแรกของเครือเซ็นทารา ที่มีโรงแรมระดับ 4 ดาวในกรุงเทพฯ หลังจากเข้าบริหารโรงแรม 5 ดาวไปแล้ว 2 แห่งในเมืองหลวง และเลือกทำเลแหล่งช็อปปิ้งย่านประตูน้ำถึงขนาดชั้นล่างยังเป็นพลาซาขายสินค้า

“โรงแรมสี่ดาวกับห้าดาวไม่ต่างกันเรื่องการบริการหรือโปรดักต์” คุณวิมอธิบายลักษณะของโรงแรม 4 ดาว “แขกจะได้รับการดูแลแบบใกล้ชิด มีบริการที่ดีเลิศ และพนักงานทุกคนถูกเทรนด์มาตามมาตรฐานของเซ็นทาราที่เป็นแบบ 5 ดาว” แต่ทั้งนี้จะมีความแตกต่างกันเรื่อง “ราคา” ที่โรงแรม 4 ดาวจะถูกกว่า

ดูจากลักษณะ 4 หรือ 5 ดาวก็ไม่ต่างกัน แต่ทำไมโรงแรมแห่งนี้ถึงเลือกเป็น 4 ดาว เรื่องนี้คุณวิมอธิบายว่า “เพราะในกรุงเทพฯ ยังไม่มีเซ็นทาราที่เป็นสี่ดาว” ถูกของคุณวิม “และในบริเวณประตูน้ำก็ยังไม่มีโรงแรมสี่ดาว” แต่ถ้ามองในภาพรวม คุณวิม กล่าวว่า กรุงเทพฯ มีโรงแรมระดับนี้จำนวนมากรวมถึงเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ด้วย ทำให้การแข่งขันสูง แต่ถ้าย่านประตูน้ำโรงแรมของเขาเป็นผู้บุกเบิก

ยังคงสงสัยต่อในเรื่องทำเลที่ใกล้กันระหว่างเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ และเซ็นทาราวอเตอร์เกต พาวิลเลียนฯ แห่งแรกเป็น 5 ดาว อย่างหลังเป็น 4 ดาว เช่นนี้แล้ว... “เราไม่ใช่คู่แข่งกัน” ยังถามไม่จบประโยคคุณวิมก็ตอบได้ถูกคำถาม “เพราะคนละตลาดกัน โรงแรมผมเป็นตลาดนักท่องเที่ยว ส่วนอีกแห่งเป็นตลาดนักธุรกิจ ประชุมสัมมนา” ดังนั้นเมื่อเซ็นทาราวอเตอร์เกต พาวิลเลียนฯ เกิดขึ้นมา ก็จะมาเติมเต็มกันและกัน

และเมื่อเป็นโรงแรมที่ตอบสนองกลุ่มนักท่องเที่ยวแล้ว ทำให้การดีไซน์เป็นแบบทันสมัย เต็มไปด้วยสีสันแบบเอเชีย เหมือนคาแรกเตอร์ของแขกที่เป็นคนรุ่นใหม่และหนุ่มสาวอาเซียน อีกทั้งยังมีบริการเอาใจนักช็อปด้วยที่เก็บของขนาดใหญ่พิเศษบริเวณ Concierge บริการขนส่งสินค้าไปต่างประเทศ และเบลล์บอยที่คอยดูแลแขกขาช็อปโดยเฉพาะ

หญิงไทยคนแรก

ก่อนที่คุณวิมจะมาเป็นผู้จัดการทั่วไป ที่เซ็นทาราวอเตอร์เกต พาวิลเลียนฯ เขาเคยทำงานด้านโรงแรมมายาวนานตั้งแต่อยู่ที่บ้านเกิดเนเธอร์แลนด์ สั่งสมประสบการณ์ต่อที่เนปาล ก่อนมาจบที่ประเทศไทย แต่ดูเหมือนว่าประเทศไทยเพิ่งทำให้ชีวิตรักของเขาเริ่มต้น เขาได้พบคู่ชีวิตเป็นหญิงไทยและตัดสินใจใช้ประเทศไทยเป็น “บ้าน”

“ผมอยู่ไทยมาประมาณสิบปีและพบภรรยาที่นี่ด้วย” และยังกล่าวต่อว่า คนไทยเป็นมิตรต่างจากคนที่บ้านเกิด (ชาวดัตช์) ที่เป็นคนชอบบ่นชอบติเสียงดัง ซึ่งเขาไม่ได้ยินจากคนไทย ได้ฟังดังนี้จึงแซวกลับ ว่าที่ไม่ได้ยินอาจเป็นเพราะคนไทยไม่ชอบพูดต่อหน้าก็ได้ (เขาหัวเราะ)

ถามต่อว่าชอบพาภรรยาและลูกชายไปเที่ยวไหน เขาตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า “เชียงใหม่” ต้องเท้าความเล็กน้อยว่าก่อนหน้านี้คุณวิมเคยทำงานโรงแรมอยู่ที่เชียงใหม่มาก่อน ส่วนเหตุผลที่ยังติดใจอยู่ เป็นเพราะ “อยู่เชียงใหม่อยากไปไหนก็ใช้เวลาแค่สิบห้านาที อยากเจอธรรมชาติก็ขับรถไปสิบห้านาที รถไม่ติด อากาศดี คนน่ารัก”

ถึงแม้จะต้องทำงานเกือบทุกวัน แต่เขาก็ไม่ลืมเป็น Family Man ให้เวลาแก่ครอบครัว ซึ่งก่อนที่จะมีครอบครัวและก่อนมาประเทศไทย เขาเป็น Sport Man ตัวจริงฝีมือเก่งระดับชาติ

แคชเชอร์

เมื่อครั้งอยู่ประเทศเนเธอร์แลนด์ คุณวิมเล่นกีฬา 2 ชนิด นั่นคือ ซอฟต์บอลและเบสบอล

“ซอฟต์บอลผมอยู่ในทีมชาติ เบสบอลผมเล่นจนอยู่ในระดับสูงสุด (Highest Level)” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงธรรมดาผิดจากคนฟังที่ตื่นตะลึง ซึ่งในกีฬาซอฟต์บอล เขาเล่นเป็นกองหน้า ส่วนเบสบอล เล่นตำแหน่ง Catcher (คนที่วิ่งไล่ตามลูกและต้องรับให้ได้)

“ผมเล่นเป็นแคชเชอร์ก็เหมือนทำงานเป็นจีเอ็ม (ผู้จัดการทั่วไป) เพราะมีหน้าที่ดีไซน์เกมให้ชนะ เหมือนกับต้องดีไซน์คนว่าใครต้องทำอะไรบ้าง” คุณวิมเชื่อมสองเรื่องให้เป็นเรื่องเดียว

ความสามารถอีกเรื่องคุณวิมสามารถพูดได้ถึง 5 ภาษา ดัตช์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมัน และเนปาล ส่วนภาษาไทยพูดได้เล็กน้อยฟังได้บ้าง จึงอยากทราบว่าภาษาไทยคำใดที่เขาคุ้นเคย คำตอบคือ “เข้าใจ” เขาอธิบายว่า “คนไทยชอบพูดว่าเข้าใจแต่จริงๆแล้วไม่เข้าใจ และพูดว่าไม่เข้าใจทั้งที่เข้าใจแล้ว” ฟังดูแล้วไม่น่าใช่คำที่คุ้นเคย แต่น่าจะเป็นคำที่เขาไม่ชอบฟังและเป็นนิสัยของคนไทย ที่เขาไม่ชอบมากที่สุดต่างหาก อันเดอร์สแตนด์?

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท