
ไปชิมปูชัก ที่เพชรบุรี
โดย... ไชยวัฒน์ สาดแย้ม
โดย... ไชยวัฒน์ สาดแย้ม
นงนิตย์ เต็งมณีวรรณ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเพชรบุรี เปิดเผยว่า ในปีนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับทางเทศบาลเมืองชะอำ จ.เพชรบุรี จัดเทศกาลชิมปูชัก ครั้งที่ 3 ขึ้นมา เนื่องจากอำเภอชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยวที่อยู่ติดกับชายทะเล ที่สำคัญยังมีกลุ่มอาชีพชาวประมงพื้นบ้านออกเรือไปหาปูเป็นกลุ่มชุมชน
โดยเฉพาะชุมชนบ้านคลองเทียนและสะพานหิน จะใช้คลองสะพานหินเป็นที่จอดเรือหลบคลื่น และใช้พื้นที่ริมคลองขายปูสดๆ ที่จับมาได้ โดยมีวิธีการรักษาความสดของปู ด้วยการจับใส่ถุงตาข่ายผูกเชือกห้อยลงไปในคลองกับราวสะพานเหล็กเล็กๆ ที่ยกเปิดปิดได้ ซึ่งชาวบ้านใช้สัญจรข้ามคลอง
เมื่อมีลูกค้ามาหาซื้อปู บรรดาคนขายปูก็จะไปชักถุงตาข่ายปูขึ้นมาเสนอขาย จนเป็นที่มาของชื่อ “ปูชัก” ตรงนี้นับได้ว่าเป็น “อันซีน” หนึ่งเดียวในเมืองไทย
ด้วยความสด ใหม่ เนื้อแน่น หวานอร่อยของปูม้าเป็นๆ สดๆ ดังกล่าว จึงได้กลายเป็นที่ขึ้นชื่อของผู้ที่ได้มากิน จนนักท่องเที่ยวพากันพูดติดปากว่า จะกินปูม้าอร่อยที่สุดในโลก ก็ต้องมากินที่ชะอำ ประกอบกับในช่วงเดือน ก.พ.ของทุกปี เป็นช่วงที่ชาวประมงพื้นบ้าน สามารถจับปูในทะเลได้มากที่สุดและราคาไม่แพง
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จึงได้ร่วมกับทางเทศบาลเมืองชะอำ จัดกิจกรรมเทศการชิมปูชักติดต่อมาเป็นปี 3 แล้ว โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วยการออกร้านจำหน่ายอาหารทะเลสด โดยเน้นเมนูปูม้าสดของชาวประมงพื้นบ้านชะอำ การสาธิตวิธีการรักษาความสดของปู พร้อมการนำเสนอขายของชาวประมงพื้นบ้านโดยตรง ด้วยการชักปูขึ้นมาจากน้ำทะเลเอามาขายกันสดๆ เป็นๆ นับได้ว่าเป็นหนึ่งเดียวในเมืองไทย ที่จัดขึ้นที่บริเวณจุดชมวิวชายหาดชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ระหว่างวันที่ 7-19 ก.พ.นี้
วาสนา นิเกต หรือจ๋า แม่ค้าขายปูชัก วัย 24 ปี บอกว่า เพิ่งจะมาทำเรือปูได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ในแต่ละวันจะต้องนำเรือออกไปดักปูไกลจากชายฝั่งกว่า 3 ไมล์ทะเล ได้ปูคราวละประมาณ 10-20 กิโลกรัม แต่ถ้าโชคร้ายก็อาจจะโดนเรือคาดหอย ลากเอาลอกดักปูพังเสียหายย่อยยับจนหมด และก็ไม่มีใครรับผิดชอบอีกด้วย
เมื่อได้ปูมาแล้วก็จะรีบนำปูมาใส่ในกระชัง แล้วแขวนเอาไว้กับราวสะพาน เพื่อให้ปูอยู่กับน้ำทะเลตลอดไม่ตาย เวลาคนมาซื้อก็จะชักเอาขึ้นมาขาย จึงเป็นที่มาของคำว่าปูชัก คือชักรอกเอาขึ้นมาขายกันสดๆเป็นๆ นั่นเอง
ปูม้าที่จับได้มาจะขายให้กับลูกค้าในแบบวันต่อวันเลยทีเดียว โดยเฉพาะช่วงเวลานี้จะขายดีมาก เพราะเป็นฤดูกาลที่มีปูม้ามากในทะเล จึงทำให้ราคาไม่แพง เพียงราคากิโลกรัมละ 100-150 บาทเท่านั้น อีกทั้งลูกค้าที่ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจะชอบมาก เมื่อมาซื้อปูที่นี่และต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามาที่นี่ได้กินปูสดๆ เนื้อแน่นๆ แถมยังมีบริการนึ่งและทำน้ำจิ้มให้บริการอีกด้วย
จ๋า ยังบอกว่า สำหรับราคาค่านึ่งก็กิโลกรัมละ 15 บาท น้ำจิ้มถุงละ 20 บาทเท่านั้นเอง







