
สวนครัวเพื่อสุขภาพของคนไทย
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
โดย...ม.ล.จารุพันธ์ ทองแถม
ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว แม้จะมีเนื้อที่ไม่มากนัก เพียงร้อยตารางวาข้างหรือหลังบ้านในกรุงเทพฯ เราก็อาจมีโอกาสเป็นเจ้าของสวนครัว เครื่องเทศ และอาหารบำรุงสุขภาพได้แล้ว
ผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนคงคุ้นกับพืชสวนครัวดี แต่หากมีความสับสนอยู่บ้างระหว่างพืชเครื่องเทศและพืชสมุนไพรซึ่งผู้เขียนได้แยกออกไปเป็นสวนพืชสมุนไพรเพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อน
คำว่าพืชสมุนไพร นั่นคือ “พืชที่ใช้เป็นเครื่องยา ซึ่งหาได้ตามพื้นบ้านและไม่ใช่เครื่องเทศ” ดังนั้น พืชเครื่องเทศจึงมีบทบาทจำกัดเฉพาะเพียงช่วยปรุงแต่งเติมเสริมให้อาหารมีกลิ่น มีรสชาติน่ารับประทานยิ่งขึ้นเท่านั้น มิได้เน้นถึงสรรพคุณด้านการบำรุงรักษาโรคแต่อย่างใด
สวนพืชเครื่องเทศนั้น จำเป็นต้องเลือกพื้นที่ชุ่มชื้น ดินร่วนชุย ระบายน้ำดี ทั้งนี้เพราะพืชเครื่องเทศส่วนใหญ่ มักต้องการสภาพแวดล้อมค่อนข้างพิเศษไม่ว่าจะเป็นจันทน์เทศ (Nutmeg: Myristica fragrans) ซึ่งชอบความชุ่มชื้นสูงสม่ำเสมอเช่นเดียวกับกานพลู (Cloves: Eugenia caryophyllata) พริกไทย (Pepper: Piper nigrum) วานิลลา (Vanilla: Vanilla planifolia) อบเชย (Cinnamon: Cinnamomum zeylanicum) สำหรับขิง (Ginger: Zingiber officinale) ขมิ้น (Turmeric: Curcuma longa) ผักชี (Coriander: Coriandrum sativum) เหล่านี้ต้องการสภาพแวดล้อมทั่วๆ ไปที่พบในภาคเหนือตอนบน และอาจปลูกได้ในเขตภาคกลาง หากมีการดัดแปลงในเรื่องสภาพแวดล้อมให้บ้าง
พืชสวนครัวนั้น คนไทยเราใช้กันเป็นประจำ เรียกว่า ขาดแทบไม่ได้เลย ยกตัวอย่างเช่น ผักชีลาว (Dill) นั้น มีใบสวยงามคล้ายเฟิน ควรปลูกเป็นกลุ่มในแปลง ซึ่งมีใบผักสวนครัวและสมุนไพรอย่างอื่นผสม ตะไคร้กอใหญ่คล้ายหญ้า มีใบแคบโค้งสวยงาม ปลูกเป็นหมู่ตามแนวยาวของแปลงขอบสนามก็เป็นภาพที่สวยงามสีเขียวสดชื่น กะเพรา (Holy basil) ใบสีม่วงออกดอกสวยงาม ควรปลูกเป็นกลุ่มในแนวใกล้เคียงกับโหระพา (Sweet basil) ซึ่งมีใบหอมสดชื่นเด็ดรับประทานได้ทันที สะระแหน่ ปลูกในที่มีแดดอ่อนรำไร ดินชื้นอยู่เสมอ ต้นของมันแผ่ปกคลุมผิวดินได้ดีไม่แพ้พืชคลุมดินใดๆ เลย ขิง ข่า กระชาย ขมิ้น ปลูกเป็นหมู่สลับสอดแทรกกัน ถัดไปเป็นไม้พุ่มที่ออกดอกหอม เช่น มะนาว มะกรูด และส้มจี๊ด ทั้งใบ เปลือกผล และน้ำคั้นล้วนแต่ใช้ได้ในพิธีการครัวของเรา
ควรปลูกพริกขี้หนูสวน พริกชี้ฟ้าปลูกให้เป็นดงใหญ่ ใกล้เสาไม้ต้นสูง ซึ่งมีพริกไทย ดีปลี พลูใบสีเขียว พลูใบสีทอง เลื้อยเกาะขึ้นไป ผลิดอกออกฝักติดผลสีเขียวเป็นมันงามน่าดูนัก
พืชหลายชนิดสามารถให้ประโยชน์ได้หลากหลาย หลายชนิดเป็นทั้งพืชที่ให้ดอกใบสวยงามและยังอาจใช้เป็นอาหารประเภทผัก หรืออาหารบำรุงสุขภาพก็ได้ พืชหลายชนิดเป็นแหล่งของไวตามิน และเกลือแร่ ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อสุขภาพซึ่งพืชดังกล่าวหากมีการรวบรวมนำมาปลูกให้เป็นกลุ่มก้อน หรือเป็นแปลงที่ออกแบบมาอย่างดีแล้ว จะเป็นสวนที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยวได้มาก ยิ่งกว่านั้นยังสามารถเก็บเกี่ยวไปทำเป็นอาหารบำรุงสุขภาพได้อีกด้วย
พืชอาหารบำรุงสุขภาพ ต่างออกไปจากพืชสมุนไพร ทั้งนี้เพราะพืชอาหารบำรุงสุขภาพนั้นเราใช้ประโยชน์ในรูปของการป้องกันมากกว่าการใช้ประโยชน์ในแง่การบำบัดรักษา ดังนั้นจึงควรเรียนรู้ส่วนของพืช ซึ่งเราจะเก็บเกี่ยวมาใช้ประโยชน์ รู้คุณสมบัติและรู้ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเก็บเกี่ยว เพื่อให้ได้คุณสมบัติการบำรุงสุขภาพอย่างเต็มเปี่ยม
สวนพืชอาหารบำรุงสุขภาพ จึงควรประกอบด้วย พืชไม้ดอก ไม้ยืนต้น ไม้ผล ปลูกคละเคล้ากันไป โดยมีการออกแบบวางผังแปลงให้เกิดความสวยงามเป็นหมู่ ตัวอย่างของพืชอาหารบำรุงสุขภาพ มีดังต่อไปนี้
พืชผัก
แครอต (Carrot : Daucus carota)
คื่นช่าย (Cerlery: Apium graveolens)
ฟักแม้วหรือมะเขือเครือ (Chayote: Sechium edule)
แตงร้าน (Cucumber: Cucumis sativus)
มะเขือยาว (Eggplant: Solanum melongena)
ผักโขม (Spinaca: Spinacia oleracea)
เท้ายายม่อม (Clerodendron indicum)
กระเจี๊ยบมอญ (Okra: Hibiscus esculentus)
มะเขือพวง (Solanum torvum)
ไม้ผล
มะกอกน้ำ (Elaeocarpus hygrophilus)
อโวกาโด (Avocado: Persea americana)
กล้วย (Banana: Musa paradisiaca)
มะเดื่อฝรั่ง (Common Fig: Ficus carica)
องุ่น (Grapes: Vitis vinifera)
ฝรั่ง (Guava: Psidium guajava)
มะนาวฝรั่ง (Lemon: Citrus limon)
ทับทิม (Pomegranate: Punica granatum)
อะเซอโรลา (Acerola: Malphighia glabra)
มะตูม (Bael fruit: Aegle marmalos)
มะขามป้อม (Emblic : Phyllanthus emblica)
มะขาม (Tamarind: Tamarindus indica)
มะเฟือง (Starfruit: Averrhoa carambola)
ไม้ดอกไม้ประดับและพืชเครื่องดื่ม
อัญชัญ (Butterfly pea: Clitoria ternata)
คาร์โมมาย (Chamomile: Matricaria chamomilla)
กระเจี๊ยบแดง (Roselle: Hibiscus sabdariffa)
เก๊กฮวย (Chrysanthemum: Chrysanthemum spp.)
เตยหอม (Frgrant screw pine: Pandanus amaryllifolius)
ตะไคร้ (Lemongrass: Cymbopogon citratus)
คำฝอย (Safflower: Carthamus tinctorius)







