posttoday
ปัญหาประชากรของโลก

ปัญหาประชากรของโลก

27 มกราคม 2556

ปัจจุบันโลกกำลังเพิ่มประชากรด้วยจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งที่อัตราเพิ่มประชากรของโลกลดลงเหลือร้อยละ 1.2 ต่อปี

ปัจจุบันโลกกำลังเพิ่มประชากรด้วยจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งที่อัตราเพิ่มประชากรของโลกลดลงเหลือร้อยละ 1.2 ต่อปี

โดย...ดร.นิพนธ์ เทพวัลย์

ปัจจุบันโลกกำลังเพิ่มประชากรด้วยจำนวนที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ ทั้งที่อัตราเพิ่มประชากรของโลกลดลงเหลือร้อยละ 1.2 ต่อปี แต่ประชากรโลกเพิ่มขึ้นประมาณปีละ 84 ล้านคน และเพิ่มขึ้นเร็วกว่าช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Population Reference Bureau แสดงว่า กว่าที่โลกจะมีประชากร 1,000 ล้านคนแรกต้องใช้เวลายาวนาน ประมาณปี พ.ศ. 2343 จึงมีประชากร 1,000 ล้านคนแรก ประชากรโลกเพิ่มจำนวนเป็น 2,000 ล้านคนในปี พ.ศ. 2473 ใช้เวลาประมาณ 130 ปี

หลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา ซึ่งมีพัฒนาการทางการแพทย์และสาธารณสุข สามารถลดการตายจากทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ทำให้ประชากรโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชากรโลกเพิ่มเป็น 3,000 ล้านคน ใช้เวลาเพียง 30 ปี (พ.ศ. 2503) เพิ่มเป็น 4,000 ล้านคน ใช้เวลาเร็วขึ้นอีกเพียง 14 ปี (พ.ศ. 2517) และเพิ่มเป็น 5,000 ล้านคน ในเวลา 13 ปี (พ.ศ. 2530) ประชากรโลกเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ล้านคน และ 7,000 ล้านคน เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ โดยใช้เวลาเพียง 12 ปี คือในปี พ.ศ. 2542 และ พ.ศ. 2554 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันทั่วโลกมีอัตราเกิดลดลง แต่แบบแผนการลดยังแตกต่างกันมาก บางประเทศมีอัตราเกิดลดต่ำกว่าการเกิดทดแทน โดยที่สามีภรรยามีบุตรเฉลี่ยต่ำกว่า 2 คน ในขณะที่อัตราเกิดในหลายประเทศลดลงอยู่ระดับปานกลาง หรือเพิ่งจะเริ่มลดลง เมื่อพิจารณาในรายละเอียดลงไป พบว่ามีความแตกต่างกันมากระหว่างประเทศที่พัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา ทั้งเรื่องอัตราเพิ่มประชากรและระดับการพัฒนาประเทศ

ข้อมูลปี พ.ศ. 2555 แสดงว่า กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีประชากร 1,243 ล้านคน มีอัตราเพิ่มประชากรในระดับที่ต่ำมาก ร้อยละ 0.1 ต่อปี และการเพิ่มส่วนหนึ่งที่สำคัญมาจากการย้ายถิ่นของแรงงานข้ามชาติ ในขณะที่กลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนามีประชากร 5,814 ล้านคน มีอัตราเพิ่มประชากรร้อยละ 1.4 ในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ถ้าพิจารณาถึงกลุ่มประเทศที่พัฒนาน้อยที่สุด (Least Developed Countries) หรือประเทศที่ยากจนที่สุด ตามที่สหประชาชาติกำหนด ซึ่งมีหลายประเทศในเอเชีย เช่น บังกลาเทศ เนปาล พม่า เขมร ลาว ติมอร์เลสเต กลุ่มนี้มีประชากรจำนวน 876 ล้านคน มีอัตราเพิ่มประชากรสูงถึงร้อยละ 2.4

กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว มีระดับการพัฒนาสูง ประชากรมีสุขภาพดี อายุคาดหมายเมื่อแรกเกิด หรืออายุขัยโดยเฉลี่ยสูงถึง 78 ปี เมื่อเทียบกับ 68 ปี ในประเทศที่กำลังพัฒนา และ 59 ปี ในกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุด นอกจากนี้เมื่อพิจารณาจากระดับรายได้โดยเฉลี่ยของประชากร ซึ่งวัดจากรายได้มวลรวมประชาชาติต่อหัว (GNI PPP) จะพบว่ามีความแตกต่างกันมาก ในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว มีรายได้มวลรวมประชาชาติต่อหัวสูงถึง 33,460 เหรียญสหรัฐ เทียบกับ 5,900 เหรียญสหรัฐ สำหรับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และ 1,440 เหรียญสหรัฐ ในกลุ่มประเทศที่ยากจนที่สุด

จะเห็นได้ว่า ความยากจนยังเป็นปัญหาสำคัญของโลก เนื่องจากการเพิ่มของประชากรที่เร็วที่สุดเกิดขึ้นในประเทศที่ยากจนที่สุดของโลก และในหลายประเทศ เกิดในรัฐหรือจังหวัดที่ยากจนที่สุด ในประเทศไลบีเรีย ประชากร 9.5 ใน 10 มีรายได้น้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน ในขณะที่จำนวนบุตรโดยเฉลี่ยของประชากรสูงถึง 5.8 คน ประชากร 8.8 ใน 10 ของประเทศแทนซาเนีย มีรายได้น้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน ในขณะที่จำนวนบุตรโดยเฉลี่ยสูงถึง 5.4 คน ประเทศไนจีเรีย ประชากรร้อยละ 84 มีรายได้น้อยกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน และมีจำนวนบุตรโดยเฉลี่ยสูงถึง 5.7 คน ประเทศทางเอเชียหลายประเทศก็มีลักษณะเช่นนั้น ประเทศติมอร์-เลสเต ร้อยละ 73 ของประชากร มีรายได้ต่ำกว่า 2 เหรียญสหรัฐต่อวัน ในขณะที่จำนวนบุตรโดยเฉลี่ยสูงถึง 5.7 คน ในอินเดีย ร้อยละ 76 ของประชากร (กว่า 900 ล้านคน) มีรายได้ต่ำกว่าระดับนั้น ด้วยเหตุนี้นโยบายประชากรกับการพัฒนาที่เหมาะสม จึงมีความสำคัญต่อประเทศที่กำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่ยากจน

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท