
สโลน สตีเฟนส์ ...ความหวังใหม่เทนนิสหญิงมะกัน
ในการแข่งขันแกรนด์สแลมแต่ละครั้งก็มักจะมี “ม้ามืด” แจ้งเกิดให้เห็น
ในการแข่งขันแกรนด์สแลมแต่ละครั้งก็มักจะมี “ม้ามืด” แจ้งเกิดให้เห็น
โดย...จาด้า
ในการแข่งขันแกรนด์สแลมแต่ละครั้งก็มักจะมี “ม้ามืด” แจ้งเกิดให้เห็น เช่นเดียวกับในศึกออสเตรเลียน โอเพน 2013 คงไม่มีใครที่จะสร้างความฮือฮาได้มากไปกว่า สโลน สตีเฟนส์ อีกแล้ว
นักหวดสาววัย 19 ปี กลายเป็นผู้เล่นที่ได้รับการจับตามองว่าจะกลายเป็นความหวังใหม่ของวงการเทนนิสหญิงสหรัฐ แทนที่ของ เซเรนา วิลเลียมส์ หลังจากที่เธอทะลุเข้าถึงรอบตัดเชือกที่เมลเบิร์น พาร์ก ได้อย่างน่าทึ่ง
ชัยชนะของ สตีเฟนส์ ที่มีเหนือไอดอลของตัวเองอย่าง เซเรนา 2-1 เซต 3-6, 7-5, 6-4 ในรอบก่อนรองชนะเลิศนั้น ถือเป็นไฮไลต์สูงสุดนับตั้งแต่เทิร์นโปรของเธออย่างไม่ต้องสงสัย แม้ว่าในแมตช์นั้นเจ้าของแชมป์แกรนด์สแลม 15 รายการ จะมีปัญหาบาดเจ็บรบกวนก็ตาม
ยอดผู้ติดตามดาวรุ่งชาวอเมริกันในทวิตเตอร์พุ่งพรวดจากราว 1.7 หมื่นคน ไปเป็นกว่า 4.6 หมื่นคน ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง หลังจากที่เธอเขี่ย เซเรนา ตกรอบ และผ่านเข้าไปพบกับ วิกตอเรีย อซาเรนกา แบบสุดเซอร์ไพรส์
นอกเหนือจากเพื่อนสนิทมิตรสหายทั่วสารทิศแล้ว ก็ยังมีคนดังจากหลากหลายวงการในสหรัฐที่เข้ามาร่วมแสดงความยินดีกับเธอผ่านโซเชียลมีเดียเจ้าดัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักร้องขวัญใจเธออย่าง จอห์น เลเจนด์ รวมถึงเมสเซจในโทรศัพท์มือถือที่มีเข้ามาถึง 213 ข้อความ หลังจากที่เธอกลายเป็น “แจ็กผู้ฆ่ายักษ์” ได้สำเร็จ
ขณะที่ ชาคีล โอนีล อดีตสตาร์บาสเกตบอลเอ็นบีเอของทีมแอลเอ เลเกอร์ส ก็ร่วมสรรเสริญนักหวดดาวรุ่งด้วยเช่นกัน
“เวลาที่คุณเอาชนะตำนานได้ คุณก็กลายเป็นตำนานไปด้วย” ชาคีล ทวีต
ถึงแม้จะไม่สามารถช็อกโลกได้อีกครั้ง และพ่าย อซาเรนกา ซึ่งเป็นมือ 1 โลก และแชมป์เก่าไปอย่างขาดลอย แต่สื่อทั่วโลกและกูรูวงการลูกสักหลาดต่างก็ฟันธงว่าอนาคตของ สตีเฟนส์ จะสดใสอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเมืองลุงแซมที่ตอนนี้พากันเห่อสาวน้อยรายนี้กันเป็นการใหญ่
ความจริงแล้ว สตีเฟนส์ ก็ไม่ใช่ผู้เล่นในระดับโนเนมเสียเลยทีเดียว เพราะก่อนที่จะลงชิงชัยในศึกแกรนด์สแลมแรกของปี เธอเป็นมืออันดับ 29 ของโลก และยังเคยทะลุเข้าถึงรอบ 16 คนสุดท้ายในรายการเฟรนช์ โอเพน 2012 มาแล้วด้วย
ก่อนที่จะลงสนามในรอบ 4 ออสเตรเลียน โอเพน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สตีเฟนส์ กล่าวไว้ว่า “พวกเด็กๆ ก็ต้องกลับบ้านตั้งแต่สัปดาห์แรก มีแต่เพียงสาวเก่งเท่านั้นแหละที่จะอยู่ถึงสัปดาห์ที่ 2 ของการแข่งขัน”
ในรอบเมนดรอว์ 128 คนที่เมลเบิร์น พาร์ก มีนักเทนนิสหญิงวัยรุ่นเพียง 17 คนเท่านั้น และเธอกลายเป็นคนเดียวที่เหลือรอดมาได้ท่ามกลางผู้เล่นมากประสบการณ์ และจากการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ ทำให้คาดกันว่าอันดับโลกของเธอน่าจะขยับขึ้นมาติดท็อป 20 ของโลกได้ในการจัดอันดับล่าสุดวันพรุ่งนี้
นอกเหนือจากพรสวรรค์ที่มีไม่น้อยหน้าใครแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ สตีเฟนส์ ได้เปรียบเพื่อนวัยทีนคนอื่นๆ ก็คือสภาพร่างกายที่แข็งแรง เพราะได้ยีนนักกีฬาอาชีพมาเต็มๆ เพราะพ่อของเธอ จอห์น สตีเฟนส์ เป็นอดีตผู้เล่นอเมริกันฟุตบอล (NFL) ของทีมนิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ขณะที่ ซิบิล สมิธ ผู้เป็นแม่ เป็นอดีตนักว่ายน้ำเบอร์ 1 ของมหาวิทยาลัยบอสตันด้วย
อย่างไรก็ตาม สตีเฟนส์ ไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่อบอุ่น เพราะพ่อแม่เธอหย่ากันตั้งแต่เธอยังตัวเล็กๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอมีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีนักกับพ่อจนกระทั่งปี 2006 แต่ดีกันได้ไม่เท่าไหร่ พ่อของเธอก็มาด่วนจากไปในอีก 3 ปีต่อมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ส่วน เชลดอน สมิธ พ่อเลี้ยงที่ดูแลเธอมาเป็นอย่างดี ก็เสียชีวิตเมื่อปี 2007 เพราะโรคมะเร็ง
แม่ของ สตีเฟนส์ เผยว่า หลังจากที่ลูกสาวผ่านเรื่องที่ทำร้ายจิตใจมามาก คอร์ตเทนนิสก็กลายเป็นที่ที่ทำให้เธอได้ปลดปล่อยทุกอย่าง จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นที่รู้จักของแฟนลูกสักหลาดดังเช่นทุกวันนี้
การที่สื่อพากันประโคมข่าวเชิดชู สตีเฟนส์ ก็อาจจะกลายเป็นดาบสองคมได้เช่นเดียวกัน เพราะว่านั่นคือการสร้างแรงกดดันให้เธอเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากหลังจากนี้ทุกคนก็จะให้ความสนใจคนที่สามารถโค่น เซเรนา ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์มได้สำเร็จ
ด้วยความที่มีเชื้อสายแอฟริกัน-อเมริกันเหมือนกัน ก็ยิ่งทำให้ สตีเฟนส์ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เซเรนา ผู้ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้เธอตั้งแต่สมัยเริ่มจับแร็กเกตอย่างจริงจังเมื่ออายุได้ 9 ขวบ และทุกวันนี้เธอก็ยังมีโปสเตอร์ของ วิลเลียมส์ ผู้น้อง แปะอยู่ที่ฝาผนังห้องนอนอยู่เลย
ทว่า ความจริงก็คือ สตีเฟนส์ก็คือสตีเฟนส์ ถ้าวันหนึ่งเธอจะเก่งกาจขึ้นมาจนเป็นมือ 1 ของโลกได้เหมือนกับรุ่นพี่ในทีมชาติ แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะเป็น “เซเรนา 2” อย่างที่สื่อพยายามยัดเยียดให้
ตัวอย่างมีให้เห็นมามากแล้วกับผู้เล่นอายุน้อยที่โด่งดังขึ้นมาแบบชั่วข้ามคืน อย่างเช่น อิวา มาโยลี ที่คว้าแชมป์เฟรนช์ โอเพน 1997 ในวัย 19 ปี แต่หลังจากนั้นเธอก็ไม่เคยได้ชูโทรฟีรายการใหญ่อีกเลย เช่นเดียวกับอดีตมือ 1 โลก อย่าง อนาสตาเซีย มิสคีนา จากรัสเซีย (ปัจจุบันแขวนแร็กเกตไปแล้ว) และ อนา อิวาโนวิช สาวสวยชาวเซอร์เบีย ที่เคยได้แชมป์แกรนด์สแลมเพียง 1 รายการ แล้วอันดับโลกก็เริ่มตกลงไปเรื่อยๆ
บางทีการรอให้เธอพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ สั่งสมประสบการณ์ตามธรรมชาติ น่าจะเป็นการดีกว่าในระยะยาวสำหรับ สตีเฟนส์ ซึ่งยังมีเวลาอีกเยอะที่จะพิสูจน์ว่าเธอเป็น “ของจริง” ไม่ใช่ของปลอมทำเหมือนแต่อย่างใด







