
ณิศศิตา จิตรีงาม สวยใสเป็นธรรมชาติ
เทรนด์ความน่ารักเป็นธรรมชาติกำลังมาแรง ทำให้น้องเบล-ณิศศิตา จิตรีงาม วัย 21 ปี นักศึกษาคณะคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ปี 3 ภาคอินเตอร์
เทรนด์ความน่ารักเป็นธรรมชาติกำลังมาแรง ทำให้น้องเบล-ณิศศิตา จิตรีงาม วัย 21 ปี นักศึกษาคณะคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ปี 3 ภาคอินเตอร์
โดย...วราภรณ์
เทรนด์ความน่ารักเป็นธรรมชาติกำลังมาแรง ทำให้น้องเบล-ณิศศิตา จิตรีงาม วัย 21 ปี นักศึกษาคณะคอมพิวเตอร์กราฟฟิก ปี 3 ภาคอินเตอร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศจากการประกวด S Cawaii! GIRLS Contest 2012 เวทีค้นหานางแบบสุดฮอตสไตล์ญี่ปุ่น เพื่อมาถ่ายแบบลงนิตยสารตลอด 1 ปีมาครองได้ ทั้งๆ ไม่เคยมีประสบการณ์การประกวดจากเวทีไหนมาก่อน น้องเบลคิดว่า สิ่งที่โดนใจคณะกรรมการ คือ ทรงผมหน้าม้า สวมกางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม ใส่เครื่องประดับน้อยชิ้น และใบหน้าที่เติมแต่งเครื่องสำอางเพียงเล็กน้อย สามารถพิชิตใจคณะกรรมมาการได้
“เรียกได้ว่าได้รางวัลชนะเลิศมาอย่างไม่คาดฝัน เพราะจริงๆ หนูมาเป็นเพื่อนของเพื่อนที่ตั้งใจขึ้นเวทีประกวด แต่เพื่อนไม่เข้ารอบ แต่หนูเข้ารอบ ก็ไปเวิร์กช็อปพัฒนาบุคลิกภาพ พอถึงวันประกวดจริงไม่กล้าเพราะจัดที่พาร์ค พารากอน คนเยอะมาก คุณแม่ก็เชียร์ว่าไปซิ เดี๋ยวแม่ไปส่งแล้วไปรับ ตอนซ้อมก็กล้าๆ กลัวๆ รู้สึกตื่นเต้น ไม่มั่นใจ เพราะคนเยอะ แต่อาศัยซ้อมหลายๆ ครั้งก็ชินเวที และพยายามทำทุกอย่างให้เป็นธรรมชาติที่สุด”
แม้ณิศศิตาจะหน้าใหม่บนเวทีประกวด แต่ในงานโฆษณาอาจเห็นหน้าของเธอแล้วจากโฆษณามากกว่า 20 ชิ้น อาทิ เค แบงค์ ชุด “นาฬิกาชีวิต” แมคโดนัล ชุด “ชิค แอนด์ ชีส” นมหนองโพชิ้นล่าสุด ซึ่งงานถ่ายแบบเธอก็ได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจอีก เพราะไปนั่งรอพี่สาว โบ-บุญฑิรกีย์ แคสงาน แต่เมื่อโมเดลลิงเห็นใบหน้าที่จิ้มลิ้มของณิศศิตา ก็เรียกไปแคสงานแล้วก็ได้แบบไม่รู้ตัว และก็ได้งานเป็นถ่ายโฆษณามาเรื่อยๆ
สำหรับกิจกรรมระหว่างเรียนหนังสือ น้องเบลเริ่มทำกิจกรรมตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย ที่โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ด้วยการรับหน้าที่ทำฉากละครเวทีประจำปีของโรงเรียน ซึ่งเป็นงานที่สนุกมากๆ ทำให้เธอรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพหลายๆ ด้าน เช่น การรับฟังในการทำงานร่วมกับผู้อื่น
“กลุ่มทำละครเวทีของโรงเรียนเราจะเรียกกันว่า เด็กโหน่ง ซึ่งเราทำละครเวทีสืบต่อกันมาเป็นปีที่ 10 แล้ว เริ่มจากรุ่นพี่ที่ริเริ่มคือ พี่เติ้ล ตะวัน จารุจินดา คิดทำละครเวที พอพี่ออกไปก็มาสอนต่อให้รุ่นน้องๆ ทำละครเวที ถือเป็นงานจิตอาสา หนูชอบทำงานอยู่เบื้องหลัง จึงเสนอตัวทำฉากละครเวที เพราะชอบศิลปะมาตั้งแต่ไหนแต่ไร งานนี้เป็นเหมือนรุ่นพี่สอนรุ่นน้อง หนูเรียนจบไปแล้วก็มาสอนรุ่นน้องๆ ต่อๆ ไป การทำละครเวทีสอนหนูหลายๆ อย่าง อย่างแรก คือรู้จักแบ่งเวลาในการเรียนกับทำกิจกรรม สอง คือ ฝึกให้เด็กคิด คิดแต่งเรื่อง เขียนบท ผู้กำกับรับหน้าที่เขียนบท หนูทำฉากก็ต้องมาอ่านเรื่องทั้งหมด และคิดทำฉาก ควรมีกี่ฉาก เป็นแบบไหน จะเป็นฉากหมุนได้ไหม งานนี้เหมือนเป็นงานที่ให้เราได้ฝึกใช้จินตนาการ คิดฝันแล้วจะทำได้จริงไหม เมื่องานที่เราคิดออกมาสำเร็จ เราก็รู้สึกภูมิใจ ผลงานละครเวที 3 เรื่องที่หนูได้มีส่วนร่วม คือ นิทานเพื่อนรัก เซเว่นรูม และ 80 วันรอบบ้าน ”
การทำกิจกรรมในโรงเรียนส่งผลถึงอนาคต เพราะประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้น้องเบลรู้ว่าตัวเองชอบงานด้านศิลปะขีดๆ เขียนๆ และมีความสุขที่จะทำ เธอจึงเลือกเรียนต่อด้านกราฟฟิกดีไซน์ จริงๆ หนูติดตัวสำรองที่นิเทศศาสตร์ จุฬาฯ เพราะใช้ความสามารถพิเศษโครงการช้างเผือก คือ การเป็นนักกีฬากอล์ฟ ซึ่งหนูเล่นกอล์ฟมาตั้งแต่ชั้นประถม 6 เล่นจนถึงอายุ 17 ปี กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่ดี น้องเบล บอกว่ากอล์ฟช่วยฝึกทักษะ การควบคุมอารมณ์ และการคำนวณทิศทางลม
“กีฬากอล์ฟเป็นสิ่งที่คุณพ่อให้เรียน พี่สาวหนูก็เรียน ซึ่งหนูเป็นเด็กที่ชอบทำหลายสิ่งหลายอย่างมากในเวลาเดียวกัน แล้วก็เดินสายกลางคือเก่งพอประมาณ ไม่โดดเด่น อยากทั้งเรียน อยากทั้งเล่นกีฬา กิจกรรมก็อยากทำ เพราะหนูอยากค้นหาตัวเอง อย่างเล่นกอล์ฟสอนให้เราได้ประสบการณ์ชีวิตจากการแข่งกอล์ฟ ระดับเยาวชน การแข่งกอล์ฟไม่ได้เล่นง่ายๆ ต้องคำนวณ ไม่ใช่ตีกอล์ฟแค่ลงหลุม เราต้องละเอียดอ่อน ทำหนึ่งลูกไปอีกช็อต เช็กลม ดูหญ้า คำนวณแรงลม ระยะนี้ควรใช้เหล็กเบอร์อะไร ใช้การคำนวณ คาดคะเน ระหว่างแข่งก็ต้องมีคนแข่งกับเรา มีการเล่นสงครามประสาท มาพูดให้เรารู้สึกแย่ เราจะต้องควบคุมตัวเองให้ได้ กีฬากอล์ฟสนุก ทำให้หนูฝึกหลายอย่างมาก หนูเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งระดับนานาชาติ ที่มาเลเซียกับอินโดนีเซีย ในรายการแข่งขันเยาวชนชิงแชมป์”
กีฬากอล์ฟนอกจากสอนสปิริตหลายๆ อย่าง ยังส่งผลตอนโตเมื่อเข้ามหาวิทยาลัย ทำให้น้องเบลเป็นคนตรงต่อเวลา มีความรับผิดชอบ ควบคุมอารมณ์ได้เวลาเจอเรื่องแย่ๆ กีฬาแต่ละชนิดเล่นแล้วดี แม้หยุดเล่นแต่มีทักษะในตัว ทุกวันนี้น้องเบลยังไปตีกอล์ฟกับครอบครัว เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่ลูก “เราไปตีกันบ่อยตีที่หัวหิน เดือนละครั้ง สนุก มีความสุข เหมือนไปปิกนิก สำหรับผู้ปกครองที่สนใจให้ลูกเล่นกอล์ฟ ควรเริ่มให้ลูกเล่นตั้งแต่เด็กๆ เพราะจะช่วยให้เด็กมีสมาธิ ซึ่งเด็กยุคนี้บางคนสมาธิสั้น เห็นวิ่งเล่นกันสนุกสนาน แต่พอพวกเขาอยู่ในสนาม เขาดูมีความเป็นผู้ใหญ่ นิ่ง สุขุมเล่งไลน์หญ้า ดูน้องเขาโตกว่าที่คิด ใครไฮเปอร์เล่นกอล์ฟ อาจฝึกยาก แต่ฝึกได้และฝึกได้ดี”
ย้อนกลับไปเรื่องเรียน อย่างที่บอกว่าน้องเบลเป็นคนเดินทางสายกลาง เกรดเฉลี่ยด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกจึงอยู่ที่ 2.4 เรื่องหัวคิดสร้างสรรค์เธอไม่กลัว แต่กลัวด้านภาษาอังกฤษนี่ซิ เพราะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงมาโดยตลอด แต่เมื่ออีกไม่กี่ปีข้างหน้าประเทศไทยจะก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จึงต้องคร่ำเคร่งฝึกทักษะด้านภาษาสักหน่อย
ต้องทำงานไปด้วยเรียนหนังสือไปด้วย ทำให้น้องเบลใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์แทนการไปเดินช็อปปิ้งที่สยามสแควร์
“พอทำงานแล้วรู้เลยว่าเงินหายาก กว่าจะได้เงินแต่ละสตางค์ต้องทำงานเหนื่อย พอทำงานตั้งแต่อายุ 19 ปี ก็เลิกช็อปปิ้ง กว่าจะตัดสินใจซื้ออะไรต้องคิดให้ถี่ถ้วน”
สำหรับความฝัน น้องเบลอยากเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้า เพราะค่าที่ชอบแต่งตัวและรักสวยรักงาม แต่กว่าจะมีแบรนด์เป็นของตัวเอง เธออยากไปฝึกงานและทำงานร่วมกับแบรนด์แฟชั่นใหญ่ๆ อย่าง ฟลายนาว เพราะเป็นแบรนด์ที่ชื่นชอบ
“หนูชอบแต่งตัว ชอบดูรายการชิค แชนแนล เปิดแช่ทิ้งไว้ดูได้ทั้งวัน ชอบจินตนาการว่าพรุ่งนี้จะแต่งตัวอย่างไร ดูแล้วเพลินหนูชอบของแบรนด์เนม เพราะซื้อแล้วใช้คุ้มค่า และรู้สึกต่อต้านกับของทำเลียนแบบมากๆ หนูยอมซื้อแบรนด์เนมของเกาหลีที่เป็นแบรนด์สร้างใหม่ดีกว่าไปซื้อของก๊อปปี้มาใช้ เพราะอยากสนับสนุนศิลปินที่คิดสร้างสรรค์งานของตัวเองขึ้นมาเอง เพราะกว่าที่เขาจะคิดออกแบบและผลิตออกมาวางขาย มันยาก ต้องใช้เวลา ถ้าเราไปสนับสนุนของทำเลียนแบบ แล้วศิลปินจะหากำลังใจที่ไหนในการครีเอตงานชิ้นต่อๆ ไปล่ะ”
หนูพอใจกับ 4 เอส เพราะศึกษาแล้วฟังก์ชันต่างกันไม่มาก อีกทั้ง 4 เอส ยังสะดวกกับการคุยงาน วอตส์แอพ รองรับ 3จี ได้ดี เครื่องนี้ใช้อำนวยความสะดวก มีทั้งจดบันทึกตารางงานและวิชาเรียนได้ดี







