posttoday

บุญช้างลาว

26 มกราคม 2556

ผมไปร่วมงานบุญช้างลาวครั้งแรกที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

ผมไปร่วมงานบุญช้างลาวครั้งแรกที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

โดย...จำลอง บุญสอง

ผมไปร่วมงานบุญช้างลาวครั้งแรกที่เมืองหงสา แขวงไซยะบุรี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ตอนที่เขาจัดงานครั้งแรกกับโจ๋ย บางจาก นักดวดวอดก้าและเหล้าขาวดีกรีแรงของวงการสื่อมวลชน

งานนั้นเขาให้ฝรั่งจัดและเป็นครั้งแรก แม้จะไม่อลังการงานสร้างแบบไทย แต่ความดิบๆ ของความเป็นลาวก็ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี ช้างที่เข้าร่วมในงานนั้นมีมากพอควร แต่ผมจำตัวเลขไม่ได้

ผมเคยขับรถผ่านด่านห้วยโก๋นเปล่าๆ ไปตามพื้นที่แถบนั้น (ช่วงนั้นไม่มีเจ้าหน้าที่ทั้งฝั่งไทยและฝั่งลาวมาประจำ เพราะยังไม่มีด่านหรือมีด่านแล้วก็เป็นด่านร้าง) ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวพอดี เลยได้ดูช้างตัวเป็นๆ เดินนวยนาดเทินข้าวสารจากท้องนาเข้ามาเก็บในยุ้งฉางในแต่ละบ้านกันขวักไขว่ การทำงานของช้างทำให้ผมนึกถึงคนแบกข้าวตามโกดังริมน้ำเจ้าพระยาสมัยที่ยังไม่มีเครื่องทุ่นแรง เหงื่อที่ร่างกายปั๊มออกมาเป็นน้ำทำให้ทุกคนทำงานกันอย่างคร่ำเคร่งโดยไม่มีการพูดคุย แม้ช้างไม่มีเหงื่อออกเหมือนคน มันก็ทำงานกันโดยไม่พูดคุยระหว่างช้างด้วยเหมือนกัน

สิทธิสัตว์ระยะหลังๆ ดีขึ้นในทุกประเทศ ไม่ว่าในประเทศเสรีนิยมหรือสังคมนิยม ประกอบกับเครื่องมืออุปกรณ์การขนส่งดีขึ้นมาก ป่าก็ถูกปิดเพราะไม้ถูกวัสดุอื่นมาแทนที่ ช้างสมัยนี้จึงไม่ต้องเหนื่อยแบบช้างสมัยก่อน เครื่องจักรทำหน้าที่แทนช้าง ทั้งการไถนา หว่าน เก็บเกี่ยว และการขนข้าวมาใส่ยุ้ง (บางทีไม่ต้องใส่ยุ้งเลยเพราะโรงสีมานั่งรอชั่ง รอขนอยู่หัวคันนาแล้ว) ช้างก็เลยตกงานกันไปเช่นเดียวกับวัว ควาย

วัว ควาย นั้น ขายเป็นอาหารได้ แต่ช้างขายไปทำอาหารไม่ได้ เพราะไม่มีประเพณีกินช้างกันที่ไหนในโลก (ยกเว้นบางส่วนอาจจะกิน แต่ไม่ได้กินกันเกร่อแบบวัว ควาย ที่มีโรงฆ่าที่ชัดเจน ใครเห็นโรงฆ่าช้างที่ไหนบอกผมทีจะได้ไปทำข่าว) ไทย ลาว และหลายๆ ประเทศก็ปิดป่ากันไปแล้ว เพราะป่าในโลกเหลือน้อยเต็มที ที่ลาวยังใช้ช้างลากไม้อยู่ก็เพียงเพื่อขนท่อนซุงที่ตกค้างสัมปทานอยู่ตามป่าเขาลงมาให้หมดเท่านั้น ขนหมดเมื่อไหร่ ช้าง (รวมถึงคนเลี้ยงช้าง) ก็ “ตกงาน” แบบเดียวกับช้างไทยสมัยปิดป่าเมื่อตอน เสธ.หนั่นเป็นรัฐมนตรีนั่นแหละ

เพื่อการแก้ไขปัญหา “ช้าง” และ “คนเลี้ยงช้าง” “ตกงาน” อย่างมีมูลค่าเพิ่ม ก็คือต้องย้ายช้างจากอุตสาหกรรมป่าไม้มาสู่อุตสาหกรรมไร้ปล่องควัน ซึ่งก็คือการท่องเที่ยวแบบเดียวกับที่ประเทศไทยทำมานั่นเอง ลาวเองก็มีป่าที่สมบูรณ์หลงเหลืออยู่มาก ป่าที่สมบูรณ์นั่นแหละเหมาะกับการท่องเที่ยวธรรมชาติด้วยการใช้ช้าง จะมาให้มีการจัดแสดงช้างโชว์แบบที่ไทยทำที่อยุธยาก็คงทำไม่ได้ เพราะระบบทุนนิยมลาวยังอยู่ภายใต้การปกครองแบบคอมมิวนิสต์ลาว คือไม่เน้นการผูกขาดทุน เพราะการผูกขาดทุนแม้จะสามารถก่อให้เกิดอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ๆ ได้ก็จริง แต่ทำให้การกระจายรายได้เพื่อความผาสุกของสังคมโดยส่วนรวมสูญเสียไป เพราะการผูกขาดจะทำให้เกิดช่องว่าง (Gap) ในสังคม ช่องว่างทางสังคมนั่นแหละที่นำมาซึ่งความขัดแย้งทางชนชั้น ก่อให้เกิดอาชญากรรมและนำมาสู่ “สงครามกลางเมือง” ขึ้นในทุกๆ ประเทศ

ปัญหาก็คือแม้ว่าลาวจะมีทรัพยากรการท่องเที่ยวธรรมชาติที่เหลือเฟือ แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเหล่านั้นของลาวยังเทียบไม่ได้กับการท่องเที่ยวธรรมชาติของไทย ที่มีคนมาเที่ยวมากกว่าเพราะทุนนิยมใดๆ ย่อมมีการบริหารจัดการที่ดีกว่า แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าคนไทยมีดัชนีแห่งความสุขเหนือกว่าคนลาวนะครับ

การประยุกต์เอาช้างในอุตสาหกรรมป่าไม้เข้ามา “ประกอบส่วน” กับการท่องเที่ยวของไทย แม้จะลุ่มๆ ดอนๆ ในครั้งแรกๆ แต่เมื่อลองถูกลองผิดนานๆ เข้า การใช้ช้างกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ “ลงตัว” แต่เป็นการลงตัวเรื่องการบริหารจัดการช้าง ไม่เกี่ยวกับการบริหารจัดการปัญหาชาตินะครับ ทำเงินให้กับผู้ประกอบการการท่องเที่ยวด้วยช้างไปอย่างมหาศาล

ไทยมีหมอช้าง มีโรงพยาบาลช้าง มีศูนย์บริบาลช้างที่เรียกว่า “ศูนย์คชบาล” ที่ จ.ลำปาง ด้วย ทำให้การบริหารจัดการช้างไทยถือได้ว่าไม่เป็นสองรองใคร ฝรั่งเข้ามาใช้จ่ายในการเรียนรู้วิถีแห่งช้างไทยกันแน่นในแต่ละวัน ชนิดต้องจองคิวกันทีเดียว

ลาวก็มี Elephant Conservation Center เหมือนกัน แต่เป็นของฝรั่งรักช้างที่มาอยู่ที่เมืองไซยะบุรี เจ้าของช้างซึ่งเป็นหุ้นส่วนกันระหว่างฝรั่งกับคนลาว มีช้างร่วมกันแค่เพียง 4 เชือก อีตานี่มาอยู่ลาวนานถึง 12 ปี จนพูดภาษาลาวได้เป็นน้ำเท่ากับภาษาแม่ของเขาเอง รายได้ที่เอามาอนุรักษ์ช้างก็ได้จากฝรั่งพวกเขาเองที่เข้ามาพักโฮมสเตย์ดูวิถีชีวิตช้างแบบไทยนั่นแหละ แต่จะให้เป็นแบบแผนหรือมีการวิจัยอย่างเป็นทางการก็คงไม่มี

บ้านเราหมอช้างมีมากนะครับ เดินสายไปช่วยแก้ไขปัญหาช้างทั่วประเทศ เลยไปถึงพม่า ลาว เขมร และมาเลเซีย ภายใต้ร่มขององค์กรเอกชน เพราะเรามีสัตวบาลที่มีใจให้ช้างกันมาก

ช้างลาวที่หลวงพระบางก็มีส่วนหนึ่ง เวียงจันทน์ก็มีส่วนหนึ่ง ที่แขวงสะหวันนะเขตก็มีส่วนหนึ่ง แต่ที่มากที่สุดก็น่าจะเป็นแขวงไซยะบุรีที่ผมไปมานี่แหละ แขวงนี้มีเกือบ 500 เชือก มากที่สุดก็ที่เมืองหงสา ที่นั่นก็เกือบๆ 50 เชือกเข้าไปแล้ว ถามว่าช้างไทยกับช้างลาวประเทศไหนมีมากกว่ากัน เพราะลาวมีป่าธรรมชาติยังหลงเหลืออยู่มาก เรื่องนี้ผมอาจจะตอบให้ชัดลงไปก็ไม่ได้ โดยเฉพาะที่เป็นช้างป่าเพราะมันไม่เดินออกมาให้นับ แต่เมืองไทยมีช้างบ้านก็เกือบ 4,000 เชือก ช้างป่าอีกจำนวนไม่น้อยทั้งที่แก่งกระจานต่อกับกุยบุรี ทั้งที่ห้วยขาแข้ง ทั้งที่เมืองกาญจน์ รวมทั้งที่รอยต่อ 5 จังหวัด ระหว่างชลบุรี ระยอง จันทบุรี ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา เขาใหญ่ก็ไม่น้อย ของลาวแม้จะมีป่าสมบูรณ์มากกว่าของเรา แต่จำนวนช้างป่าอาจจะมีมากไม่เท่ากับเรา ช้างบ้านแม้จะมีมากก็จริง แต่ประเทศไทยน่าจะมากกว่า ถ้าเรารวมลาวพม่ามาเลเซีย และอื่นๆ ด้วย ก็ถือได้ว่าเป็นภูมิภาคที่มีช้างเอเชียมากที่สุดในโลก น่าทำสหพันธ์ช้างเอเชียกันนะครับ บวกอินเดีย ศรีลังกา ด้วยก็ไม่เลวนะ คนเปิดประเทศกันแล้วช้างก็น่าจะเปิดโลกของมันบ้าง ไม่ใช่อะไรหรอกครับ มันจะได้ไม่ต้องผสมพันธุ์กันแบบเลือดชิดไง เลือดชิดทำให้ยีนอ่อนแอไม่ใช่หรือ

งานบุญช้างลาวปีนี้เขาจัดเป็นปีที่ 7 ครับ แต่เดิมเขาจัดหมุนเวียนตามเมืองต่างๆ แต่เดี๋ยวนี้ทางแขวงเขาจัดถาวรที่เมืองไซยะบุรี ระหว่างวันที่ 17-19 ก.พ. 2556

ผมเอาภาพถ่ายระหว่างที่เขาแถลงข่าวมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมด้วย งานนี้นอกจากจะเป็นที่ชุมนุมช้างจากส่วนต่างๆ ของลาวกว่า 60-70 เชือกแล้ว เขายังมีการแสดงวิถีชีวิตของชนเผ่าอีก 8 ชนเผ่าให้ชมด้วย ที่น่าสนใจก็คือเผ่ามลาบรีหรือชนเผ่าผีตองเหลืองลาวด้วย แต่จะได้หรือไม่ได้อย่างไรก็อยู่ระหว่างการติดต่อประสานงาน

ชนเผ่านี้เป็นพี่น้องกับชนเผ่าผีตองเหลืองของไทยที่อยู่ระหว่างรอยต่อน่านกับแพร่ด้วย ไหนๆ ก็จะเปิดเออีซีกันแล้ว เอาพี่น้องผีตองเหลืองสองประเทศไปร่วมงานนี้ด้วยก็น่าจะดี เพราะถ้าให้พวกเขาไปกันเองก็คงไม่มีทาง เพราะจนๆ กันทั้งนั้น

เมืองแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ เลย ก็มีชายแดนติดกับไซยะบุรีอยู่แล้ว ชนเผ่าต่างๆ ก็มีไม่แตกต่างกัน ไม่ว่า ม้ง เย้า ผีตองเหลือง และอื่นๆ จัดงานให้พวกเขาพี่น้องได้พบปะกัน แข่งกีฬาชนเผ่าให้เป็นงานใหญ่สักทีก็คงกระหึ่มไปทั้งสองประเทศ ถือเป็นการให้เกียรติแก่ชนกลุ่มน้อยที่มีการปกครองที่แตกต่างกัน ที่ยังไม่มีใครทำที่ไหนในโลกนะครับ

ท่านผู้ว่าฯ แพร่ น่าน หรือรัฐบาลไทย โดยเฉพาะ สนธยา คุณปลื้ม และรัฐบาลลาว เจ้าแขวงไซยะบุรี สนใจประเด็นนี้ไหมครับ

&<2288;

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก