
Milk Tea Crepe Cake หวานนุ่มของ เอมอร เรืองจรุงพงศ์
สาวหมวยขาวหน้าตาใจดี เอมอร เรืองจรุงพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล เป็นทายาทรุ่นที่ 2
โดย...อณุศรา ทองอุไร / ภาพ : วิศิษฐ์ แถมเงิน
สาวหมวยขาวหน้าตาใจดี เอมอร เรืองจรุงพงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไทยสเตนเลสสตีล เป็นทายาทรุ่นที่ 2 ที่เข้ามารับช่วงการบริหารงานกับพี่ชาย เพราะความที่ชอบทำเบเกอรีและอาหารต่างๆ มากนั่นเอง เธอจึงได้ริเริ่มเปิดคุกกิ้ง คาเฟ่
ที่เปิดสอนอาหาร ขนม เบเกอรี ให้แก่ลูกค้าที่สนใจ ที่ชั้น 2 ของสำนักงานย่านเอกมัย โดยมีเชฟจากร้านอาหารดังๆ มาสอนการทำอาหารและขนมต่างๆ ทุกเดือน
ดังนั้น กิจกรรมยามว่างของเธอจึงมักจะเป็นเรื่องของการเข้าครัวทำขนม ยิ่งตอนนี้มีหลานๆ น่ารักวัยซน ระหว่าง 37 ขวบ ถึง 3 คน ยิ่งทำให้การทำขนมเป็นเรื่องสนุก เพราะมีหลานๆ มาช่วยเป็นลูกมือสนุกสนานกันทั้งป้าทั้งหลาน ทำอะไรก็อร่อย กินได้กินดี ป้าติดหลาน หลานติดป้า ช่วยกันคนละไม้คนละมือ
เธอว่าที่จริงชอบทำทั้งอาหารและขนม แต่พอมีหลานเล็กๆ จะชอบทำขนมมากกว่า เพราะเด็กๆ เขาชอบกัน แล้วเขาก็มาช่วยเป็นลูกมือด้วย เช่นเมนูที่เตรียมให้วันนี้เป็นอีกเมนูโปรดที่ทุกคนในบ้านชอบกินกัน คือ มิลค์เครปชาเย็น “นี่เป็นเมนูที่ลองทำไม่กี่ครั้งนี้เอง แต่ถูกใจหลานๆ เวลาทำก็สนุก เด็กเพลิดเพลินกันมาก ค่อยๆ วาง ค่อยๆ ซ้อน เลือกท็อปปิงสำหรับราดได้ตามใจชอบ จะเป็นชาเขียว สังขยา บลูเบอร์รี หรือช็อกโกแลต ก็ได้ตามใจชอบ คราวนี้เลือกชาเย็นแบบไทยๆ เข้มข้นมาราดก็เข้ากันดี”
เอมอร บอกว่า โชคดีที่มาเปิดคุกกิ้ง คาเฟ่ ทำให้เธอได้เข้ามาเรียนด้วยหลายครั้ง ทั้งเบเกอรี อาหารจีน อาหารญี่ปุ่น ถ้าว่างก็จะเข้ามาเรียนด้วยเสมอ หากเป็นช่วงปิดเทอมก็ชวนหลานๆ มาเรียนด้วย เด็กๆ เขาก็มีแววชอบเรียนทำอาหารกันมาก ได้วิชามาอีกหลายเมนูตอนเรียนอยู่อเมริกาก็ทำอาหาร ทำขนมเองกินกันบ่อยๆ เพราะไปอยู่กับพี่ชาย แต่ตอนนั้นก็ทำได้อยู่ 45 เมนูประจำๆ แกงเขียวหวาน ยำปลาดุกฟู หาปลาดุกไม่ได้ก็ใช้ปลาทูน่าแทน หามะม่วงดิบไม่ได้ก็ใช้แอปเปิลเขียวแทน ก็อร่อยใช้ได้ เพราะเราไม่สามารถหาวัตถุได้ครบ
แต่พอกลับมาประเทศไทย โอกาสทำอาหารคาวน้อย เพราะเรามีแม่บ้านอยู่ ซึ่งเขาทำอร่อยอยู่แล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่เขา “เราก็มาเน้นทำขนม ทำเบเกอรีแทน โชคดีเราทำธุรกิจอุปกรณ์เครื่องครัว ก็เลยมีพร้อม จะทำอะไรเลยง่าย ไม่ต้องวิ่งหาอุปกรณ์ จะทำอะไรก็เลยง่ายๆ ไม่ยุ่งยาก พอช่วงวันหยุดก็คิดเมนูกันแล้ว ว่าเราอยากกินขนมอะไรกัน” เธอกล่าวอย่างอารมณ์ดี
ถามว่าทำแต่ขนมและเบเกอรี กลัวอ้วนหรือเปล่า เธอยิ้มพยักหน้าตอบ กลัวสิคะ แต่ก็ไม่ได้ทำทุกวัน ปกติก็ไม่ได้ติดขนมหวาน อาทิตย์หรือ 2 อาทิตย์จะทำสักครั้งหนึ่ง เวลาทำก็รับประทานเต็มที่ วันนี้ถ้ารู้ว่ารับของหวานมากเกินไป พรุ่งนี้ต้องกินให้น้อยลง เพราะนิสัยเสียไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ก็พยายามรักษาสมดุลเอาเองว่า วันนี้เยอะ พรุ่งนี้ต้องลด ช่วงไหนรับของหวานมากเกินไป อีก 23- วันต่อมาต้องลดลง “แต่ของหวานมันทำให้เราสดชื่นมีพลังนะ ตัดเลยก็ไม่ได้ ต้องมีบ้าง แค่พยายามไม่ให้ถี่เกินไป” เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม
Milk Tea Crepe Cake
ส่วนผสมแป้งเครป
1.ไข่ไก่ 2 ฟอง
2.นมสด 90 กรัม
3.น้ำ ครีมข้น นมข้นจืด ครึ่งถ้วยตวง
4.แป้งเค้ก 1 ถ้วยตวง
5.เนยละลาย 2 ช้อนโต๊ะ (เผื่อไว้สำหรับทากระทะ)
6.น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ
7.น้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ
8.กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
9.วิปปิงครีม 1 ถ้วย
วิธีทำ
1.ผสมทุกอย่างลงในถ้วยผสม แล้วปั่นส่วนผสมทั้งหมดจนเข้ากัน ยกลงกรองและพักไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
2.เวลาทำเครปให้อุ่นกระทะแบบ NonStick ให้ร้อนบนไฟกลาง ใส่เนยลงให้ทั่วกระทะ ตะแคงกระทะให้เนยไหลเคลือบทั่วกัน
3.ตักแป้งเครปประมาณ 3 ช้อนโต๊ะลงในกระทะ ในขณะที่อีกมือหนึ่งตะแคงกระทะให้เอียงวนไปมาจนแป้งไหลไปทั่ว
4.เมื่อแป้งเครปด้านล่างสุกกลับเครปขึ้นมาอีกด้านรอจนสุกประมาณ 30 วินาที แล้วคว่ำออกจากกระทะ
5.ทำจนหมดส่วนผสมที่เตรียมไว้ พักแผ่นเครปให้เย็น
6.เรียงแผ่นเครปซ้อนกันเป็นชั้นๆ สัก 7 ชั้น โดยแต่ละชั้นนำวิปปิงครีมปาดไว้บางๆ ทุกชั้น
ส่วนผสมคัสตาร์ดชาไทย
1.น้ำร้อน 200 กรัม
2.ผงชาไทย 3 ช้อนโต๊ะ
3.นมข้นจืด 400 กรัม
4.น้ำ 300 กรัม
5.กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
6.น้ำตาลทราย 250 กรัม
7.แป้งข้าวโพด 30 กรัม
8.วิปปิงครีม 400 กรัม
วิธีทำ
1.ใส่ผงชาไทยลงในน้ำร้อน แช่ไว้ประมาณ 57 นาที กรองเอาแต่น้ำชาไทยพักไว้
2.ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน เติมนมข้นจืด นำไปตั้งไฟ คนให้เข้ากันจนสุกและข้น ปิดไฟพักไว้ให้เย็น
3.นำคัสตาร์ดชาไทยที่ได้มาราดตกแต่งบนเครป







