
6 เมืองใหญ่ไม่ใช้รถ ไปไหนไปได้...คุณ(ก็)ทำได้
โดย... ร็อกนีย์ 3229 / ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย... ร็อกนีย์ 3229 / ภาพ : คลังภาพโพสต์ทูเดย์
สิ่งแวดล้อมโลกช่วยกันได้ เพราะแม้ตอนนี้เราหลายคนจะมีรถยนต์ (คันใหม่) กันแล้ว แต่เราก็ใช้เท่าที่จำเป็น หลีกเลี่ยงการใช้พลังงานที่สิ้นเปลืองได้ ไม่ใช่หรือ?
บางคนก็ว่า เดินสิ ดีต่อสุขภาพ ที่โพสต์ทูเดย์ของเราก็มีหลายคนที่ปั่นจักรยาน (เป็นสิบๆ กิโล) มาทำงาน เราอ้าปากค้างว่า ตั้งสิบๆ กิโลหรือ! พวกทำหน้าตาเฉย บอกสบายมาก หรือบางคนว่า รถเมล์ รถไฟฟ้า ก็สบายกว่ากันเยอะ อยากงีบก็งีบ อยากอ่านก็อ่าน หรืออยากจะแชตก็เชิญตามใจ หยิบมือถือเข้าอินเทอร์เน็ต สบายใจเฉิบ ชมวิวอีกต่างหาก
ในวันที่รถยนต์คันแรกทำยอดหวดเข้าไปจะล้านคันในเวลานี้ จึงอยากชวนกันมาลงมือทำเพื่อโลก แม้คุณจะมีรถยนต์ป้ายแดงคันใหม่ แต่คุณก็ทำเพื่อโลกได้นะ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
1.เดินแทนขับรถ ถ้าไปไหนใกล้ๆ
2.รถเมล์ รถไฟฟ้า สบายกว่ากันเยอะดังที่บอก
3.หาเพื่อนร่วมเดินทาง คาร์พูลไปทำงานด้วยกันกับเพื่อนๆ น่าสนุกจะแย่ ขับรถคนเดียวน่ะเหงานะ
4.บริการส่งถึงบ้านแสนสะดวก ทำให้ไม่ต้องเสียเวลา เสียพลังงาน ขับรถออกไปกินข้าว หรือซื้อของนอกบ้านอีกแล้ว แค่โทรกริ๊งเดียวก็มาส่งถึงบ้าน
5.รถแพง (ถึงจะได้ลดหย่อนสำหรับคันแรกก็เถอะ) เพราะไหนจะค่าน้ำมัน ค่าบำรุงรักษา ค่าตรวจสภาพ ค่าประกัน มากมายสำหรับคนจ่าย อย่าซื้อเลยดีกว่า
เห็นข้อดีมากมาย จะลองสละรถดูสักวันไหมเล่า หรือจะถาวรเลยก็จะเป็นไร ขอแนะนำ 6 เมืองใหญ่ของโลก ที่ชาวบ้านชาวเมืองเขาไม่ง้อรถส่วนตัวกันเลยนะ จะบอกให้
1.โคเปนเฮเกน เดนมาร์ก
ระบบรถไฟฟ้าใต้ดินที่เป็นระบบอัตโนมัติไร้คนขับ บังคับด้วยคอมพิวเตอร์ วิ่งบริการ 24 ชั่วโมงต่อวัน สะอาดที่หนึ่ง แถมเชื่อมต่อกับรถไฟที่ขนส่งผู้คนจากเมืองรอบนอก นอกจากนี้ ยังมีโปรแกรมจักรยานให้คนเช่าขี่ข้ามเมืองเข้ามาต่อรถ (ไฟ) ได้ด้วย
2.ฮ่องกง
นับเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ตอบสนองทุกความต้องการ ง่ายๆ ด้วยการจ่ายค่าตั๋วผ่านบัตรสมาร์ตการ์ด ที่มีชื่อว่า Octopus ที่ใช้กับรถโดยสารได้ทุกประเภท แถมใช้จับจ่ายซื้อของได้อีกต่างหาก
3.ปารีส ฝรั่งเศส
รถไฟฟ้าที่นี่มีอายุ 110 ปีแล้ว ความยาว 214 กิโลเมตร เครือข่ายครอบคลุมกว้างขวาง ทั้งรถไฟ RER ไปยังเมืองรอบนอกของปารีส รถประจำทางของเมือง และโปรแกรมจักรยานที่เรียกว่า Velib ที่ให้ยืมขี่ระหว่างส่วนต่างๆ ของเมือง
4.กรุงโซล เกาหลีใต้
นอกจากระบบรถใต้ดินที่ขนส่งคนได้ 8 ล้านคนต่อวัน และครอบคลุมระยะทางถึง 287 กิโลเมตร และเชื่อมต่อกับระบบรถประจำทางแล้ว ยังมีชื่อในเรื่องความเป็นมิตรต่อผู้โดยสาร มีสัญญาณบอกรถเข้าเทียบชานชาลา มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต Wifi ใต้ดินทุกสถานี มีแม้กระทั่งหุ่นยนต์ช่วยให้ข้อมูลกับผู้โดยสาร (เกาหลีใต้ตั้งใจว่าจะมีหุ่นยนต์ในบ้านทุกบ้านในปี 2020 และนำมาทดลองกับรถใต้ดินก่อน)
5.ลอนดอน อังกฤษ
ระบบใต้ดิน The Tube ที่เก่าแก่ที่สุดของโลก แถมยังยาวที่สุด 400 กิโลเมตร เชื่อมต่อกับระบบรางทุกระบบ โดยเฉพาะ The Docklands Light Railway (ที่ให้ผู้โดยสารชมวิวแม่น้ำเทมส์ไง) แม้จะมีเหตุระเบิดในปี 2005 แต่ปัจจุบันมีการติดกล้องวงจรปิดที่แน่นหนาที่สุดแห่งหนึ่ง มีป้อมตำรวจในหลายสถานี และเพิ่งถูกโหวตให้เป็นระบบรถใต้ดินที่ดีที่สุดในโลก (จาก Trip Advisor)
6.โตเกียว ญี่ปุ่น
รถไฟฟ้าใต้ดินญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องคนใช้งานมากที่สุดในโลก คือ 8 ล้านคนต่อวัน วัฒนธรรมญี่ปุ่นเน้นความสะอาด รถไฟฟ้าและสถานีจึงเอี่ยมอ่อง ถังขยะสะอาดสะอ้าน นอกจากนี้ ยังมีเก้าอี้ความร้อนและระบบข้อความที่สื่อสารทั้งภาษาญี่ปุ่น/ภาษาอังกฤษ คุณอยู่ที่ไหน จะไปไหนต่อไหน ไม่มีทางหลง
รถไฟฟ้าญี่ปุ่นยังมีชื่อเสียงเรื่องตรงต่อเวลา ทำยังไงก็ได้ให้ขึ้นรถไฟได้ เพราะถ้าขึ้นได้แล้วก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไปทำงานสาย ภาพประทับใจคนทั่วโลก คือ ในเวลาเร่งด่วน จะมีเจ้าหน้าที่ (ที่กินเงินเดือน) ทำหน้าที่ “ยัด” คนเข้าไปในตู้รถไฟ
ซึ่งถ้าคุณชอบ มันก็ไม่เป็นไรเลย (อิอิ)
ขอบคุณข้อมูล : สสส.







