
เรื่องเล่าจากอุทยานแห่งชาติเขาลำปี
โดย...บารมี เต็มบุญเกียรติ / กรีนพีซ
โดย...บารมี เต็มบุญเกียรติ / กรีนพีซ
อุทยานแห่งชาติเขาลำปีหาดท้ายเหมือง จ.พังงา เป็นสถานที่วางไข่แหล่งสุดท้ายในประเทศไทยสำหรับเต่ามะเฟือง สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดใหญ่ที่สุดของโลก อุทยานแห่งนี้เป็นหนึ่งในสถานที่เพียงไม่กี่แห่งในประเทศไทยที่ยังคงมีระบบนิเวศที่สมบูรณ์อยู่ ทั้งระบบนิเวศทางทะเลและบนบก ชายหาดที่สวยงามของหาดท้ายเหมืองมีความยาว 13.6 กิโลเมตร ซึ่งมีความสมบูรณ์ ขาวสะอาด เงียบสงบ และมีพันธุ์ไม้ทะเลที่หลากหลายทางชีวภาพ เหมาะสำหรับเป็นที่วางไข่ของเต่าทะเลทุกชนิด อย่างไรก็ตาม ปริมาณเต่ามะเฟืองที่เข้ามาวางไข่นั้นลดลงอย่างมาก เนื่องจากการพัฒนาเพื่ออุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวชายหาดและจำนวนเต่ามะเฟืองที่ลดลง ในอดีตมีแม่เต่ามะเฟืองเข้ามาวางไข่ที่บริเวณชายหาดทุกคืน แต่ปัจจุบันเราเพียงได้แต่หวังว่าแม่เต่าจะกลับมาวางไข่ตามฤดูเป็นประจำทุกปีเท่านั้น
ในวันแรกของการร่วมกิจกรรมทำดีเพื่อทะเลของกรีนพีซ ฉันได้รับแจ้งข่าวดีว่าอาจจะมีแม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ในคืนนี้ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแจ้งว่ามีแม่เต่ามะเฟืองขึ้นมายังชายหาดเพื่อวางไข่เมื่อประมาณหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าจะกลับมาวางไข่ครั้งที่ 2 คืนนี้ ในคืนนั้นเองฉันจึงเข้านอนด้วยใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง เวลา 03.45 น. โทรศัพท์ของฉันดังขึ้นในห้องพักที่มืดมิดและเงียบสงัด
คู่สนทนาปลายสายคือรองหัวหน้าอุทยาน “ไปดูแม่เต่ามะเฟืองวางไข่ไหม” ฉันอยากไปไหม แน่นอน! ขณะที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น ฉันรีบโทรไปยังทีมสื่อมวลชนและช่างภาพของเราเพื่อให้พวกเขาไม่พลาดโอกาสเก็บภาพที่สำคัญนี้ หลังจากวางสายฉันจึงรีบเปลี่ยนชุดทันที โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นหัวหน้าศูนย์นวัตกรรมอุทยานแห่งชาติและพื้นที่คุ้มครองทางทะเล
“แม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ แต่ใกล้เสร็จแล้ว รีบมาด่วนเลยครับ!” ฉันยิ่งรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นและเร่งรีบออกจากห้องไปท่ามกลางความมืด ฉันคงวิ่งชนสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่ในห้องจนทำให้ทุกคนในห้องตื่นขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ
ฉันออกจากห้องพุ่งตรงไปยังที่นัดหมาย เราขึ้นรถกระบะออกเดินทางไปยังจุดที่แม่เต่าขึ้นมาวางไข่ มีผู้ที่ทราบข่าวดีนี้จำนวนมากกว่าที่ฉันคาดไว้ บนรถจึงเต็มไปด้วยผู้คนร่วมเดินทางไปสัมผัสกับเหตุการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตนี้ ฉันพยายามแทรกตัวขึ้นไปนั่งบนหลังรถกระบะพร้อมกับช่างภาพและสื่อมวลชนอีกเกือบ 10 ชีวิต เมื่อทุกคนพร้อมแล้วรถจึงแล่นไปตามความมืดสู่ส่วนลึกของหาดท้ายเหมือง ระหว่างทางพวกเราต่างพูดคุยกันอย่างตื่นเต้นถึงการถูกปลุกขึ้นยามวิกาลและเร่งรีบเพื่อมายังจุดนัดหมาย
เรานั่งรถลึกเข้าไปในป่าตามถนนที่เล็กและขรุขระ ที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีผู้คนใช้เป็นเส้นทางสัญจร เพราะเป็นพื้นที่คุ้มครองและห้ามไม่ให้คนเข้า เราลงจากรถและเดินผ่านพุ่มไม้เพื่อลงไปยังชายหาด ลำแสงเล็กๆ จากไฟฉายส่องสว่างจากระยะไกล บ่งชี้ว่าแม่เต่าและไข่ของเธออยู่ในจุดนั้น มันเป็นแม่เต่ามะเฟืองขนาดประมาณ 200 กิโลกรัม หลังยาวประมาณ 2 เมตร ฉันคิดในใจว่ามันเป็นเต่าตัวใหญ่ที่สง่างามอะไรอย่างนี้ กระดองของมันเป็นหนังเรียบแต่มีขอบหยักราวกับมะเฟือง มันมีลายจุดสีจางๆ บนผิวหนังสีน้ำเงินเข้มเกือบจะดำรอบตัวและที่กระดอง ซึ่งเมื่อดูใกล้ๆ แล้วเหมือนกับฉลามวาฬ เมื่อมองไปที่ใบหน้าของมันขณะวางไข่จะดูเหมือนว่ามันกำลังร้องไห้อยู่ มีเรื่องเล่าขานกันว่าที่แม่เต่าร้องไห้เพราะเธอต้องขึ้นมาวางไข่ แต่จะไม่มีโอกาสได้พบเห็นลูกของเธออีกเลย แต่ในความเป็นจริงแล้วที่ตาของมันมีน้ำไหล ก็เพราะนี่เป็นวิธีขับเกลือออกจากร่างกายนั่นเอง
เราสามารถได้ยินเสียงลมหายใจของเธอจากระยะไกล แม่เต่ามะเฟืองกำลังหอบด้วยความเหนื่อย เธอจำเป็นต้องกลับลงไปในทะเลให้เร็วที่สุดเพื่อให้น้ำช่วยพยุงน้ำหนักตัวของเธอ ลองคิดดูสิ แม่เต่ามะเฟืองต้องคลานอยู่บนทรายพาร่างน้ำหนัก 200 กิโลกรัมขึ้นมาวางไข่ แล้วยังต้องวางไข่อีกตั้งประมาณ 100 ฟอง ลงในหลุมลึก 2 ฟุต ที่เธอนั้นได้ขุดเองโดยใช้ขาหลังตะกุยทรายออก และยังต้องใช้ขากลบทรายกลับลงไปอีกหลังจากวางไข่เสร็จ พนักงานอุทยานบอกให้เราลองเปิดไฟฉายนำทางให้เต่ากลับทะเล เป็นเรื่องแปลกแต่แม่เต่าตามแสงไฟฉายกลับจริงๆ พนักงานอุทยานอธิบายให้ฟังว่าในตอนที่เต่าว่ายขึ้นมาวางไข่พวกมันจะว่ายโดยหันหลังให้แสงไฟของเรือประมง ดังนั้น ในขากลับลงทะเลพวกมันจึงตามแสงไฟฉายเนื่องจากคิดว่าเป็นแสงของเรือประมงนั่นเอง
เราบอกลาแม่เต่าและอวยพรให้เธอโชคดี ความตื่นเต้นที่ได้พบกับสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำขนาดมหึมาอันสง่างามนี้สิ้นสุดลง แต่ยังคงตราตรึงอยู่ในใจเราไม่ลืมเลือน ถึงเวลาที่ต้องนำไข่มาเพื่อดูแลก่อนที่สัตว์อื่นๆ และมนุษย์จะพบเข้าและเก็บไปขายหรือรับประทาน พนักงานอุทยานกลับไปยังกองทรายนั้นและเริ่มขุดอย่างระวัง เขาขุดช้าๆ อย่างระวังยิ่งขึ้นเมื่อขุดลงไปถึงความลึก 1 ฟุต เพื่อไม่สร้างความเสียหายให้กับไข่ เขาค่อยๆ เกลี่ยทรายออกจนพบไข่สีขาวและได้เคลื่อนย้ายไปยังกล่องบรรจุขณะนับ ส่วนใหญ่เป็นไข่ที่สมบูรณ์ที่จะเป็นรูปทรงกลมคล้ายกับลูกปิงปอง แต่บางส่วนคือไข่ลม ซึ่งเป็นไข่ที่ไม่ได้ถูกสร้างโดยสมบูรณ์ และจะมีรูปร่างผิดแปลกเป็นวงรีบ้าง วงกลมบ้าง แต่จะมีขนาดเล็กมากกว่าปกติ
ไม่ว่าไข่จะถูกวางอยู่ในหลุมทิศทางไหน เราจะต้องหยิบขึ้นและวางกลับลงไปในทิศทางเดิม เพื่อที่ไข่จะได้เติบโตขึ้นอย่างสมบูรณ์ หากมีการพลิกคว่ำไข่นั้นจะฟักออกมาเป็นเต่าที่พิการได้ เมื่อไข่ถูกขุดขึ้นมาหมดและใส่ในกล่องไข่จะถูกเคลื่อนย้ายไปยังบริเวณที่ฟักที่กั้นรั้วไว้เพื่อป้องกันสัตว์และการขโมย ไข่จะฟักตัวในระยะเวลา 2 เดือน จากนั้นเต่ามะเฟืองตัวน้อยจะค่อยๆ คลานออกมาจากหลุมพุ่งตรงไปยังมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ลูกเต่ามะเฟืองไม่สามารถฟักในสถานอนุบาลเต่าได้ เนื่องจากมันจะว่ายน้ำไปชนกำแพงเพื่อต้องการไปหาทะเลจนกระทั่งมันตาย และมีเพียงหนึ่งในพันของลูกเต่าเท่านั้นที่จะรอดชีวิตตามธรรมชาติ และน้อยตัวนักที่จะโชคดีได้เจริญเติบโตเต็มวัยและกลับมาวางไข่บนชายหาดเดิมที่ตนเกิดใน 15 หรือ 20 ปีต่อจากนี้
การลดลงอย่างน่าใจหายของจำนวนเต่ามะเฟืองเหล่านี้ ทำให้ฉันอดคิดไม่ได้ว่าในอนาคตสัตว์ชนิดนี้จะดำรงชีวิตและสืบพันธุ์ต่อไปอย่างไรกับพื้นที่ที่เหมาะสมกับการวางไข่ได้ลดลงอย่างรวดเร็วตามกัน เราจึงต้องรีบหันมาอนุรักษ์ทะเลและชายฝั่งก่อนที่เต่าทะเลพันธุ์นี้ที่ใกล้จะสูญพันธุ์เต็มทีจะกลายเป็นเพียงแค่ตำนานเล่าขานให้ลูกหลานเราฟังว่าเมื่อก่อนหาดทรายขาวของเมืองไทยนั้นก็เคยมีเต่าทะเลที่เขาเรียกกันว่าเต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่ให้ได้เห็นกัน แต่ตอนนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว หาดูได้เพียงแต่ในพิพิธภัณฑ์เท่านั้น ทรัพยากรทะเลและชายฝั่งมีค่ามากเกินกว่าขอบเขตที่เรามองเห็น การถูกทำลายของที่เล็กๆ แห่งหนึ่ง อาจจะมีผลกระทบไปถึงทั่วโลกอย่างไม่ได้ตั้งใจ การหันกลับมาดูแลรักษาในสิ่งเล็กทุกๆ สิ่งที่บางทีเราอาจจะคิดว่ามันคงไม่สำคัญ อาจจะมีคุณประโยชน์มากมายกว่าที่เราคาดไว้ก็ได้ ทะเล ชายหาด และมหาสมุทร ยังคงต้องการให้ทุกคนมาช่วยกันดูแล







