
สืบเนื่องจากงานสวดพระปริตรฯ ครั้งที่ ๔๒ชินบัญชรอธิษฐานธรรมณ วัดระฆัง (ตอน ๘)
น้อมจิตให้นิ่งสงบ เพื่อการกระทำความนอบน้อมบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งบัดนี้อาตมาจะนำเข้าสู่การอธิษฐานตาม “วิชา ชินบัญชรอธิษฐานธรรม”
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส
น้อมจิตให้นิ่งสงบ เพื่อการกระทำความนอบน้อมบูชาแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า ซึ่งบัดนี้อาตมาจะนำเข้าสู่การอธิษฐานตาม “วิชา ชินบัญชรอธิษฐานธรรม” โดยให้ท่านอธิษฐานด้วยจิตภายในก่อน และค่อยตั้งจิตสวดบริกรรมภายนอกปิดท้าย ดุจดังเมื่อปีก่อนโน้น ขอสาธุชนรวมจิตไว้ให้สงบนิ่ง อยู่ศูนย์กลางกายของเรา ประคองจิตให้สงบนิ่ง มีสติปัญญากำหนดรู้เท่าทันสภาวธรรม (นิวรณ์ ๕) ทั้งปวง จนปราศจากนิวรณ์เข้ารบกวน จิตก็จะมีความเป็นสมาธิ จึงให้เคลื่อนจิตไปรวมที่ปากโพรงจมูก (ฐานจิตที่ ๑) รวมรู้ให้เป็นจุดเดียวที่ปากโพรงจมูก ไม่นั่งก้มหน้าต่ำก้มหัวต่ำ ต้องยกศีรษะขึ้นตั้งตรง จะรวมได้แน่วแน่ เหมือนคนนั่งเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง มันจะรวมจิตได้แน่วแน่ รวมที่ปากโพรงจมูก
จากจิตที่รวมรู้ที่ปากโพรงจมูก ให้เลื่อนกันไปที่กลางหน้าผากตรงระหว่างคิ้ว รวมจิตไว้ที่ฐานที่ ๒ อาตมาจะเดินเร็วแล้วเวลาน้อย รวมจิตไว้ที่ฐานจิตฐานที่ ๒ กลางหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ที่มีความเสียวตึงประกอบอยู่ รวมให้สงบนิ่งตรงนั้นไว้ สูดลมหายใจเข้าเหยียดกายขึ้น และรวมจิตนิ่ง รวมรู้อยู่ที่กลางหน้าผาก (ฐานจิตที่ ๒)
เมื่อรวมนิ่งชั่วขณะหนึ่ง เห็นจิตรวมแน่วแน่แล้ว ต่อไปคลายออกนิดหนึ่ง เคลื่อนจิตสู่ฐานที่ ๓ ตรงกระหม่อมศีรษะบนศีรษะ ตรงที่อาตมาบอกว่ามันเย็นตรงกระหม่อม เหมือนเราทูนของขึ้นบนศีรษะ รวมจิตไว้ตรงกระหม่อมบนศีรษะพร้อมกัน สูดลมหายใจเข้าเหยียดกายขึ้น และก็รวมไว้บนกระหม่อมศีรษะ ตั้งสติกำกับจิตรวมลงที่บนกระหม่อมศีรษะให้เป็นหนึ่งเดียวแห่งจิต และบริกรรม “พุทโธ” บริกรรม “พุทโธ” ปักลงกลางกระหม่อมศีรษะ เอาให้ชัดในภาษาว่า รวม“พุทโธ” รวมเข้ากับจิต และปักลงกลางกระหม่อมศีรษะ ปักให้แน่วแน่ให้มั่นคง เหมือนเราปักหลักลงไปบนแผ่นดิน รวมรู้อยู่ตรงจุดดังกล่าวนั้น แล้วตั้งจิตอธิษฐานว่า
“ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกพระองค์...” ให้นึกขึ้นในจิตตาม “ทั้งในอดีตก็ดี สืบเนื่องจนถึงปัจจุบัน ขออัญเชิญมาประดิษฐานอยู่บนศีรษะของข้าพเจ้า ณ บัดนี้เถิด” และรวมองค์ “พุทโธ” ไว้บนศีรษะของท่านทั้งหลายให้แน่วแน่ ปัก “พุทโธ” ลงตรงกระหม่อมบนศีรษะ ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าทุกพระองค์ จงประดิษฐานอยู่บนศีรษะของข้าพเจ้านับแต่บัดนี้เถิด”
พึงดำริเป็นพระคาถาที่ปรากฏอยู่ในชินบัญชรคาถาว่า “สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา, สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน แปลว่า ขอพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ จงประดิษฐานอยู่บนกระหม่อมของข้าพเจ้าเถิด”
อ่านต่อฉบับวันจันทร์







