
มาฆบูชาร่วมอนุโมทนากับชาวพุทธในอินเดีย(๑๑)
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
โดย...พระอาจารย์อารยะวังโส [email protected]
ปุจฉา : กราบอาราธนาพระอาจารย์ ช่วยกรุณาเล่าเรื่องผลความสำเร็จของการจัดงานมาฆบูชาโลกในประเทศอินเดีย และมุมมองใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา อันควรแก่การศึกษาตามที่ปรากฏในบทความ สว่าง ณ กลางใจ ของหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์...
วิสัชนา : เรื่องดังกล่าวได้พูดคุยกับ Chief Minister ของรัฐพิหาร และคณะรัฐมนตรีไปแล้วในระดับหนึ่ง มีการตีพิมพ์ข่าวสารดังกล่าวในหนังสือพิมพ์เผยแผ่ไปทั่ว โดยระบุเนื้อหาในข่าวบางตอนว่า อาตมาและคณะจะสร้างพระพุทธรูปสูง ๓๐ เมตร บนภูเขาเวภาระ ณ บริเวณถ้ำสัตตบรรณคูหา ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการศึกษารายละเอียดของทางส่วนราชการท้องถิ่น เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๐ ธ.ค. ๒๕๕๒ และในห้วงเวลาดังกล่าวเป็นครั้งแรกที่อาตมาได้รับอนุญาตให้เข้าไปจำวัดในวัดเวฬุวันมหาวิหาร เป็นเวลา ๔ วัน ๓ คืน ระหว่างวันที่ ๓๐-๓๑ ธ.ค. ๒๕๕๒ จนถึงวันที่ ๑-๒ ม.ค. ๒๕๕๓ ซึ่งเป็นห้วงเวลาจากปีเก่าสู่ปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๕๓ อาตมาจึงได้มีโอกาสเจริญภาวนาอยู่โดยลำพังในวัดเวฬุวันฯ ในยามค่ำคืนที่หนาวจัด โดยแขวนกลดอยู่ในศาลาโล่ง ซึ่งนำมาสู่ความศรัทธาต่อหัวหน้าวิปรัฐบาลอินเดียที่ได้มาเห็นอาตมาบำเพ็ญเพียรอยู่ จึงนำไปสู่ความศรัทธาที่ทำให้การจัดงาน “มาฆบูชาโลก” สะดวกยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการตั้งจิตอธิษฐาน พระผู้มีพระภาคเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์
เพื่อขอให้เกิดความสำเร็จในการจัดงานมาฆบูชาที่จะได้จัดให้มีขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. ๒๕๕๓ นี้ หลังจากนั้นจึงมีข่าวดีต่อชาวราชคฤห์ เมื่อรัฐบาลได้จัดงบประมาณพิเศษให้มีการพัฒนาวัดเวฬุวันฯ เพื่อรองรับการจัดงานมาฆบูชาโลกที่จะเกิดขึ้นในเดือน ก.พ. และนำไปสู่การอนุญาตให้สร้างกุฏิ-ห้องน้ำเพื่อให้อาตมาจำวัดได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่อัศจรรย์จริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ของรัฐบาล จึงไม่แปลกหากใครที่ไปร่วมงานมาฆบูชา ณ วัดเวฬุวันฯ จะเห็นกุฏิหลังแรกของอาตมาในชมพูทวีป ซึ่งเกิดขึ้นเพราะ “การจัดงานมาฆบูชา” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอันหนึ่ง ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่า “รัฐบาลฮินดูยินยอมให้ส่วนพื้นที่ดังกล่าวที่เรียกว่า Meditation Hut อันมีกุฏิของอาตมาตั้งอยู่ด้วย เป็นเขตพักสงฆ์และประกอบศาสนกิจได้ ซึ่งจะนำไปสู่การพูดคุยในการมีส่วนดูแลวัดเวฬุวันฯ ของชาวพุทธในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะการยินยอมให้อาตมาพักอาศัยอยู่ในเขตวัดเวฬุวันฯ ได้ และยังเสนอให้อาตมาแจ้งความประสงค์ขอพระพุทธรูปโบราณที่เคยประดิษฐานอยู่ ณ วัดเวฬุวันฯ กลับคืนมา โดยขอให้อาตมาจัดแผนเสนอสร้างวิหารถวายพระพุทธรูป ซึ่งปัจจุบันดูแลอยู่ที่สถานีตำรวจพิหารแชรีฟ อินเดีย ซึ่งอาตมาก็คงจะดำเนินการต่อไปตามกำลังปัญญา หากจะต้องสร้างมหาวิหารถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ณ วัดเวฬุวันฯ ก็คงจะแจ้งข่าวสารประชาสัมพันธ์เชิญชวนชาวพุทธทั่วโลก ร่วมทำบุญกุศลพร้อมกัน เพื่อการฉลองการคืนกลับมาของวัดเวฬุวันฯ สู่พุทธศาสนาอีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาล ซึ่งคงจะต้องพูดคุยกันต่อไปในส่วนผู้เกี่ยวข้อง
จากการขยายงานอย่างชัดเจนบนกระแสศรัทธาที่ก่อตัวเพิ่มขึ้นไปตามลำดับ จึงนำมาสู่ความมั่นใจอย่างแน่นอนว่า “ทางรัฐบาลอินเดียได้ยินยอมให้เราชาวพุทธใช้สถานที่วัดเวฬุวันฯ จัดงานมาฆบูชาโลกระหว่างวันที่ ๒๖-๒๘ ก.พ. อย่างแน่นอน” จึงได้มีการประสานติดต่อกับกลุ่มคณะบุคคลที่ควรแก่การเชิญมาร่วมงาน และน่ายินดียิ่ง เมื่อพระมหาเถระผู้ใหญ่จากหลายๆ ชาติได้ตอบรับมาร่วมงาน แม้จะเป็นการประสานงานอย่างกระชั้นชิด ใช้เวลาที่มีเหลืออยู่ช่วงสั้นๆ
อ่านต่อฉบับหน้า
**ส่งคำถามหรือ แสดงความเห็นในเรื่องต่างๆได้ที่ คอลัมน์ธรรมส่องโลก หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ อาคารบางกอกโพสต์ 136 ถนน ณ ระนอง แยกสุนทรโกษา คลองเตย กทม. 10110 โทรสาร 02-671-3132







