
เรื่องหลอน (+เรื่องหลอก) ริมโขง
หนังใหม่ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล”
หนังใหม่ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล”
โดย...วิชช์ญะ ยุติ
หนังใหม่ของ “อภิชาติพงศ์ วีระเศรษฐกุล”
อภิชาติพงศ์ทำหนังเรื่องนี้ เพื่อฉายทางโทรทัศน์ที่ฝรั่งเศส ไม่มีการเข้าฉายในโรงปกติ ยกเว้นก็แต่เทศกาลหนังเมืองคานส์ปีล่าสุด ที่หนังถูกเทียบเชิญไปฉายโชว์ในสาย Special Screening
และด้วยความที่เป็นกึ่งสารคดีกึ่งหนัง Chicago International Film Festival 2012 จึงเลือกให้หนังมีชื่อเข้าชิงสารคดียอดเยี่ยม
ยังคงมึนใส่คนดู ตามสไตล์หนังอภิชาติพงศ์ เนื้อเรื่องแทบจะเดาไม่ได้ว่าตกลงมันเป็นเรื่องอะไรกันแน่ เพราะหลายๆ สิ่งอย่างในหนังนั้น ล้วนหลอกตาและหลอกหลอนอารมณ์คนดู ในบรรยากาศอึนๆ จริงและไม่จริง คละเคล้ากันไป
สายน้ำโขงที่ทอดยาวสุดสายตา ระเบียงห้องนอนในโรงแรมแห่งหนึ่ง ผู้กำกับกำลังซักซ้อมนักแสดง เพื่อเตรียมถ่ายทำหนังสักเรื่อง แต่ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันเป็นเรื่องอะไร
เสียงเกากีตาร์จังหวะบูลส์ลอยตามลมมา ผู้ชายสองคนหนึ่งพูดคุย แล้วเมื่อสายตาสอดส่ายเข้าไปในหนังก็พบว่ามีเรื่องราวอีกมากให้ติดตาม
ผีปอบแม่ลูกคู่หนึ่งกำลังนั่งเพ้อพกด้วยความคะนึงหา หนุ่มสาวคู่หนึ่งกำลังจีบกันริมโขง ทั้งคู่พูดถึงหมาน้อยที่โดนกินตับ เขาว่าเพราะเป็นฝีมือผีปอบ ขณะที่หญิงสาว ก็ถามถึงไหที่ตั้งไว้ริมโขง ฝ่ายชายได้ให้คำตอบว่า นั่นแหละคือไหใส่ผีปอบ
จากผีปอบก็มาสู่วงสนทนาของนักแสดงที่เสร็จจากการถ่ายทำหนัง พวกเขานั่งเมาท์มอยเรื่องชีวิต ปมหลัง เรื่อยกระทั่งถึงเหตุการณ์น้ำท่วม แล้ววกว่าด้วยเรื่องการเมืองและความฝันในอนาคตอันเลือนราง
นี่คือสิ่งที่อยู่ในหนังอภิชาติพงศ์ ปนเปกันอย่างไม่ปะติดปะต่อ จนทำให้เรื่องราวค่อนข้างจะคลุมเครือมากๆ ถ้าเปรียบเป็นท้องฟ้า ก็คงเป็นท้องฟ้าสีเทา ขมุกขมัว ไม่สดใสฟ้าแจ่มเจิด อากาศประมาณเหมือนฝนจะตก อึมครึมๆ
ไม่มีใครรู้ว่า ผีปอบแม่ลูก มีจริงหรือแค่เรื่องแต่ง คู่รักก็ด้วย มีจริง หรือเมกขึ้น ความสับสนนี้นำไปสู่คนดู แล้วไหนจะเรื่องเล่าหลังกองถ่ายอีกละ คำพูดของพวกเขาดูมีน้ำหนักพอจะให้เชื่อถือได้ (บ้าง) แต่บางเรื่องก็ดูเลื่อนลอย เวิ้นเว้อพอสมควร
แม้ทุกสิ่งอย่างจากเนื้อหาและพล็อตหนังจะดูหลอนและหลอก แต่หนังก็สร้างอารมณ์ยั่วเย้าและยั่วยวนความสนใจของคนดูได้ไม่น้อย ยิ่งทีท่าที่อภิชาติพงศ์เล่นกับคนดู ถือว่าแปลก จนน่าประหลาดใจดี โดยเฉพาะการนำเรื่องจริงกับเรื่องเก๊มาผสมกัน แล้วเขย่ารวมกัน ให้กลายเป็นหนังอภิชาติพงศ์หนึ่งเรื่อง ที่ไม่แยแสต่อความรู้สึกคนดู
ในฐานะผู้เขียนเป็นคนอีสานและคนหนองคาย ส่วนตัวจึงไม่ค่อยรู้สึกกับเรื่องผีปอบที่หนังนำเสนอ จริงๆ มันก็ดูเบาหวิวแทบจะไม่มีอะไรให้น่ากลัว หรือน่าเชื่อเสียด้วยซ้ำ แต่กับเรื่องเล่านอกรอบของนักแสดง ที่หยิบประเด็นคนลาวอพยพมาที่หนองคาย เพื่อรอการลี้ภัยไปฝรั่งเศส มีหลายๆ ประโยคค่อนข้างดรามาและขึงขัง จะด้วยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม ทว่า ก็ทำให้คนฟังสะอึกอยู่พักใหญ่
นอกนั้น หนังก็นำเสนอแบบทีเล่นทีจริง มีมุขเย้ยหยันการเมือง เบาๆ แรงๆ ทั้งด้วยบทสนทนานอกรอบและภาพแช่นิ่ง รวมไปถึงการปรากฏตัวเป็น กินตับไตไส้พุงของผีปอบที่เฮี้ยนเข้าสิงคนนั้นทีคนนี้ที ก็เต็มไปด้วยการเสียดสี
Mekong Hotel จึงเป็นภาพสะท้อนให้รู้ว่า จงไตร่ตรองให้ดีๆ กับคำพูดที่ใครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น จะคนใกล้ชิด หรือคนอื่น ไตร่ตรองก่อนเชื่อตาม ก็จะดีไม่น้อย เพราะไม่งั้นอาจโดนหลอกและโดนหลอนได้ จากน้ำคำเพราะๆ จากน้ำเสียงสวยๆ หล่อๆ ที่อาจแฝงไว้ซึ่งวาระซ่อนเร้น
บางทีผีปอบในหนังก็อาจเป็นเพียงอุปโลกน์แห่งความหลอนที่หนังพยายามใส่เข้ามา แต่เมื่อเทียบกับโลกความจริง คนตัวเป็นๆ ต่างหากเล่าที่หลอนได้ใจกว่าผีปอบ แถมยังหลอกกันเอง (เก่ง) ซะด้วย ตั้งแต่คำพูด การกระทำ เรื่อยถึงหัวใจที่กลวงลวงหลอกและหลอนจนเป็นคิดว่านั่นเป็นเรื่องปกติและจริง
&<2288;
&<2288;







