posttoday
เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ไม่ค่อยรู้  ตอน สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน

เรื่องง่ายๆ ที่ใครๆ ไม่ค่อยรู้ ตอน สวนสวยช่วยประหยัดพลังงาน

18 มกราคม 2556

โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน

โดย...ภาสกร พุทธิชีวิน

ปี 2555 ที่ผ่านมา นับเป็นปีที่เราท่านคาดหวังกันว่าจะเป็นปีแห่งความสุข เพราะลงท้ายด้วยเลข 5 ถึง 3 ตัว ซึ่งไปพ้องกับเสียงหัวเราะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ซึ่งเราท่านคุ้นเคยกัน นอกจากนี้ ปี 2555 ที่ผ่านก็มีสถิติใหม่ที่ทำให้เราท่านมีชีวิตที่รุ่มร้อนขึ้น กล่าวคือ อุณหภูมิสูงสุดของกรุงเทพมหานคร สูงถึง 42 องศาเซลเซียส และมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นอีกในอนาคต หากเราท่านยังคงใช้พลังงานเพื่ออำนวยความสะดวกสบายในชีวิตมากขึ้น

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปแล้วว่า สภาวะเรือนกระจกส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเราๆ ท่านๆ ก็เห็นโดยทั่วกันว่าทั่วโลกเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติไปทั่วทุกภูมิภาค หรือทั่วทุกหย่อมหญ้าในโลกใบน้อยๆ ของเรานี้ ไม่ว่าจะเป็นสภาวะร้อนและแห้งแล้งจนก่อให้เกิดไฟป่า พายุไต้ฝุ่น ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมตามที่เราได้เห็นในภาพข่าวด้วยตาของเราเอง

นอกจากที่โลกเราร้อนขึ้นแล้ว สิ่งใกล้ตัวที่ตามมาก็คือค่าไฟฟ้าของเราก็สูงขึ้นตามไปด้วยจากการเปิดพัดลม หรือสบายกว่านั้นก็คือการเปิดแอร์ ยกเว้นเงินในกระเป๋าของเราเท่านั้นที่ไม่สบายตามค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น

วันนี้เรามีข้อมูลสำคัญที่เราอาจมองข้ามไปว่าเราสามารถทำให้บ้านเราเย็นสบายได้ด้วยธรรมชาติ เราอาจจะไม่เคยทราบว่าต้นไม้นั้นนอกจากจะทำให้บรรยากาศรอบบ้านเราร่มรื่นแล้ว ต้นไม้ยังดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมลพิษจากไอเสียของรถยนต์รอบๆ บ้านเราอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้น ในช่วงกลางวันต้นไม้จะสังเคราะห์แสงเพื่อสร้างดอกผล ราก เหง้า ใบ ลำต้น เพื่อเป็นอาหารของเรา และจะคายก๊าซออกซิเจน ซึ่งสิ่งมีชีวิตใช้ในการหายใจ กระบวนการดังที่ได้กล่าวมาของต้นไม้ยังช่วยให้อุณหภูมิรอบๆ บ้านเราลดลง 23 องศา ว่ากันว่าต้นไม้ขนาดต้นมะม่วงหน้าบ้านเราสามารถดูดซับความร้อนรอบบ้านได้ใกล้เคียงกับเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตัน แน่นอนครับ นอกจากร่มรื่นแล้วยังทำให้ค่าไฟฟ้าในบ้านเราลดลงอีกด้วย

ดังนั้น หากมองไปรอบๆ บ้านเราแล้ว ไม่มีต้นไม้สักต้นก็ควรต้องมองหาต้นไม้มาปลุกกันบ้างแล้วครับ

การปลูกต้นไม้รอบๆ บ้านนั้น เราสามารถปลูกได้ทุกทิศ เพราะยิ่งปลูกมากก็จะช่วยทำให้บ้านของเราร่มรื่นมากขึ้น

แต่ถ้าหากเรามีความเข้าใจทิศทางหรือตำแหน่งของดวงอาทิตย์ในบ้านเรามากขึ้น การปลูกต้นไม้ถูกทิศทางก็จะทำให้เราอยู่สบายมากขึ้น

ประเทศไทยของเรา ดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตก อ้อมผ่านทางด้านทิศใต้ปีละ 8-9 เดือน หลังเดือน มิ.ย. จะกลับมาอ้อมทางด้านทิศเหนือ (คนโบราณเรียกว่าตะวันอ้อมข้าว) ดังนั้น ทางด้านทิศใต้จะร้อนมากกว่าทิศตะวันออกหรือทิศตะวันตกเสียอีก เพราะทิศตะวันออกร้อนเช้า ทิศตะวันตกร้อนบ่าย แต่ทิศใต้นั้นร้อนทั้งวัน ดังนั้น ทิศที่ควรปลูกต้นไม้เพื่อบังแดดจึงควรเป็นทิศใต้ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ จึงจะได้ประโยชน์จากร่มเงาของต้นไม้อย่างเต็มที่

คำถามต่อมาคือ เราควรปลูกต้นอะไรดี คำตอบก็คือขึ้นอยู่กับความต้องการของท่าน บางท่านชอบไม้ดอก บางท่านชอบไม้ผล แต่ประการสำคัญก็คือ ท่านควรปลูกต้นไม้ที่สามารถให้ร่มเงาแก่บ้านได้มาก ควรเป็นต้นไม้ที่ให้พุ่มสูงแผ่กว้างและเป็นไม้ไม่ผลัดใบ เพื่อที่จะสามารถตัดแต่งกิ่งด้านล่างให้โปร่งให้ลมสามารถพัดผ่านได้ อีกทั้งยังได้อาศัยพุ่มใบเพื่อเป็นร่มเงาได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เช่น ต้นมะม่วง ต้นขนุน หรือจะเป็นประเภทไม้สวยงาม เช่น ต้นปีบ ต้นอินทนิล ต้นประดู่ ต้นสุพรรณิกา เป็นต้น

ข้อควรระวังสำหรับการปลูกไม้ใหญ่ในบริเวณบ้านก็คือ ไม่ควรปลูกใกล้กับตัวบ้านมากจนเกินไป สำหรับไม้ทรงสูงขนาดกลาง ซึ่งมีความสูง 1-2 เมตร เช่น โมก แก้ว พุดน้ำบุษย์ พุดตะแคง เทียนทอง หอมเจ็ดชั้น หอมพันลี้ สามารถปลูกใกล้หน้าต่างและตัวบ้านได้ โดยรากไม้ไม่ทำอันตรายกับตัวบ้าน ต้นไม้เหล่านี้จะช่วยป้องกันความร้อนให้กับผนังบ้านได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมธรรมชาติอีกด้วย

สำหรับพืชหรือไม้คลุมดิน ประเภทต้นไม้ทรงพุ่มเตี้ย ที่เรามักใช้เป็นไม้ดอกไม้ประดับหรือตกแต่งรอบๆ บ้านนั้น พืชเหล่านี้จึงช่วยปกคลุมดินไม่ให้ถูกแสงแดดเผาโดยตรง ทำให้ลดการสะสมความร้อนในดินบริเวณรอบๆ บ้านได้เป็นอย่างดี ต้นไม้หรือพืชคลุมดินที่เราปลูกรอบๆ บ้านเรานี้จะช่วยลดอุณหภูมิของผิวได้ประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส และเมื่อเราเปรียบเทียบบ้านที่ปลูกพืชคลุมดินกับบ้านที่เทพื้นคอนกรีต อุณหภูมิผิวดินที่ปลูกพืชหรือไม้คลุมดินจะอยู่ประมาณ 28-29 องศาเซลเซียส แต่หากเป็นพื้นคอนกรีตอุณหภูมิที่ผิวคอนกรีตจะสูงถึง 4-5 องศาเซลเซียส ดังนั้นการปลูกพืชหรือไม้คลุมดินจะส่งผลให้รอบๆ บ้านเราร่มเย็นมากขึ้น

สำหรับไม้ประดับประเภทต้นไม้แขวน อันได้แก่ กล้วยไม้นานาชนิด และเฟิร์นชนิดต่างๆ เมื่อนำมาแขวนใกล้ตัวบ้าน โดยเฉพาะบริเวณที่มีแสงแดดตกกระทบ ก็จะช่วยลดความร้อนที่จะตกกระทบตัวบ้านได้อย่างดี นอกจากนี้ ต้นไม้แขวนต้องการน้ำและความชื้นมาก ก็จะช่วยเพิ่มความชื้นให้กับบริเวณโดยรอบได้อีกด้วย

ต้นไม้เลื้อย เหมาะแก่การทำระแนงให้เลื้อยบังแดดเฉพาะจุด โดยสามารถกำหนดขนาดและองศาของไม้ระแนงได้ตามต้องการ ไม้เลื้อยมีมากมายหลายชนิดให้เลือกตามความชอบ ส่วนใหญ่จะมีดอกสวยงาม มีใบมาก และมักจะไม่ค่อยผลัดใบ เช่น การเวก เล็บมือนาง เป็นต้น

สำหรับไม้น้ำประดับที่มักปลูกในโอ่งหรือกระถาง รวมถึงการขุดสระน้ำเพื่อตกแต่งภูมิสถาปัตย์ ซึ่งหากสระมีขนาดใหญ่และมีความลึกพอก็จะทำให้เกิดความเย็นให้บริเวณใกล้เคียงได้

การปลูกบัวชนิดต่างๆ นั้น จะทำให้รอบๆ บ้านเย็นขึ้นอีก เนื่องจากบัวเป็นไม้ต้องการแดด ยิ่งปลูกในภาชนะใหญ่และลึกก็จะลดความร้อนบริเวณโดยรอบได้มาก

เชื่อว่าทุกท่านเมื่อได้ทราบประโยชน์ของต้นไม้รอบๆ บ้านแล้ว คงอดไม่ได้ที่จะลองเลือกต้นไม้ที่ชื่นชอบ ที่เหมาะกับสภาพพื้นที่และสภาพการใช้ประโยชน์ แล้วลงมือปลูกบ้านของท่าน เพื่อให้ต้นไม้ช่วยเพิ่มความร่มรื่น เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้ท่านได้หายใจเต็มปอด และที่สำคัญช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าที่บ้านท่านอีกด้วย

นอกจากนี้ ต้นไม้จะช่วยให้ท่านได้ออกกำลังกาย การดูแลสวนเป็นการออกกำลังกายชนิดหนึ่ง อีกทั้งยังสามารถคลายเครียดได้เป็นอย่างดี การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สดชื่นด้วยไม้ดอก ไม้ใบ ทำให้จิตใจชุ่มชื่น ผ่อนคลาย ความเครียดจากการงานได้มากทีเดียว @

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท