
ชีวิตนี้มีแต่ให้ ... ห้องสมุดอาจินต์ ปัญจพรรค์
เป็นที่ซาบซึ้งกันดีว่า อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนระดับตำนาน บรรณาธิการชั้นครู และศิลปินแห่งชาติ พ.ศ. 2534
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เป็นที่ซาบซึ้งกันดีว่า อาจินต์ ปัญจพรรค์ นักเขียนระดับตำนาน บรรณาธิการชั้นครู และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2534 ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้วงการวรรณกรรมมาตลอดทั้งชีวิต
สองมือคู่นี้ ปลุกปั้น ตบไหล่ตบหลังให้กำลังใจ ฉุดกระชากลากถู ตลอดจนผลักดันคนธรรมดาๆ ที่รักการอ่าน การเขียน ให้กลายเป็นยอดนักประพันธ์บนถนนน้ำหมึกคนแล้วคนเล่า
วันนี้ นับเป็นอีกครั้งที่เขายินดีเสียสละของรักของหวงอันล้ำค่าที่สุดในชีวิต นั่นคือ หนังสือที่สะสมไว้ส่วนตัวเป็นจำนวนกว่า 1.5 หมื่นเล่ม มอบแด่ห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ ซอยพระนาง ไว้เป็นสมบัติของสาธารณะ เพื่อสร้างประโยชน์ทางความรู้ทางด้านวรรณกรรมและความรู้ด้านต่างๆ แก่นักคิด นักเขียน นักการศึกษา นักเรียน และประชาชนผู้สนใจ
และเรียกว่า “ห้องสมุดอาจินต์ ปัญจพรรค์”
“ผมเป็นนักสะสมหนังสือ หนังสือมีคุณค่า ผมรักการอ่านมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นก็ตามซื้อตามเก็บหนังสือที่ผมรักทุกเล่ม ยังไม่นับหนังสือที่ทางสำนักพิมพ์ต่างๆ หนังสือที่นักเขียนรุ่นน้องรุ่นหลานๆ ลูกศิษย์ลูกหาที่เขากรุณาส่งมาให้อ่าน เก็บจนเต็มบ้านไปหมด
ทีแรกตั้งใจจะทำบ้านให้เป็นห้องสมุด แต่กลัวปลวกมันจะแทะกินไม่เหลือซาก กลัวน้ำท่วม ไฟไหม้ทำลายเสียหาย หนังสือมันควรจะอยู่กลางฝูงชน ให้ฝูงชนอ่าน ไม่ใช่ผมอ่านคนเดียว”
เป็นคำบอกเล่าเสียงดังฟังชัด แฝงด้วยอารมณ์ขันของลุงอาจินต์ในวัย 85 ที่เพิ่งหายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บ ทว่าแววตายังคงแจ่มใส แกปรากฏตัวบนรถวีลแชร์ โดยมี แน่งน้อย ปัญจพรรค์ คู่ชีวิต เคียงข้างไม่ห่างกาย ทั้งคู่มาร่วมพิธีเปิดห้องสมุดอาจินต์ ปัญจพรรค์ ท่ามกลางมวลมิตรญาติน้ำหมึกที่มาให้กำลังใจกันคับคั่ง
ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของทางกรุงเทพมหานคร หนังสือหลากหลายประเภทจำนวนนับหมื่นเล่มถูกคัดเลือกบรรจุลงกล่อง เดินทางจากห้องสมุดส่วนตัวภายในบ้านพัก ซอยชูจิตารมย์ ย่านสุทธิสาร มายังห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ ซอยพระนาง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแห่งนี้
ไล่ตั้งแต่หมวดวรรณกรรมไทยต่างประเทศ ปรัชญา ศาสนา พระราชนิพนธ์ ประวัติศาสตร์ สังคม การเมือง เศรษฐกิจ การศึกษาวิทยาการ ศิลปวัฒนธรรม สุขภาพ บันเทิง หนังสืองานศพและที่ระลึก ความรู้ทั่วไป ตลอดจนถึงหนังสือแสนรักของเจ้าตัวที่อ่านแล้วอ่านอีก อ่านด้วยความรัก เทิดทูนบูชา ซึ่งจะมีทองแผ่นเล็กๆ แปะมุมปกเขียนว่า “ขึ้นหิ้งบูชา” อาทิ ขุนช้างขุนแผน (สุนทรภู่) ทุ่งพลายงาม (ม.ล.ต้อย ชุมสาย ณ อยุธยา) พระเจ้ากรุงสยาม (ส.ธรรมยศ) ปีศาจของไทย (เหม เวชกร) เรือเพลง เรือเร่ (ไม้เมืองเดิม) ฯลฯ
“หนังสือทั้งหลายเริ่มเดินทางมาหาผม ตั้งแต่เข้าทำงานเขียนบทประจำสถานีช่อง 4 บางขุนพรหม ต่อมาที่นิตยสารไทยโทรทัศน์ เปิดสำนักพิมพ์โอเลี้ยงห้าแก้ว ทำนิตยสารฟ้าเมืองไทย ฟ้าเมืองทอง ตามลำดับ
ในฐานะนักเขียนและบรรณาธิการ ผมเสาะหาหนังสือมาเก็บไว้เพื่อทำงาน ทั้งแผงหนังสือปากซอยหน้าบ้าน ร้านหนังสือมือสองที่จตุจักร สนามหลวง จนถึงห้างสรรพสินค้า”
นอกจากนี้ หลายพันเล่มถูกส่งมาในนามหนังสือที่ระลึก เพื่อแสดงความเคารพบูชาผม พร้อมลายเซ็นบอกกล่าวความรู้สึกภาคภูมิใจ จากพวกนักเขียน นักแปล ผมก็ขอขอบคุณด้วยความซึ้งใจ” อาจินต์ พนมมือสูงท่วมหัว
แน่งน้อย ในฐานะบรรณารักษ์ส่วนตัว เปิดเผยว่า อยากให้ห้องสมุดอาจินต์ ปัญจพรรค์ เป็นที่สนใจของนักอ่านเข้ามาใช้งานกันเยอะๆ เพราะถ้าหากประสบความสำเร็จ วันข้างหน้าอาจมีนักเขียนอีกจำนวนไม่น้อยตัดสินใจบริจาคหนังสือที่เก็บสะสมไว้ส่วนตัว มอบให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณชนเช่นนี้อีก
“หลายเล่มคนบอกว่าดีมาก เก่ามาก ราคาก็แพงมากด้วย เอาไปบริจาคทำไม ไม่เก็บเอาไว้เอง เราก็บอกว่ายิ่งเก่า ยิ่งดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องมอบให้ห้องสมุด เพราะจะยิ่งมีประโยชน์ต่อคนอื่นๆ อีกมหาศาล”
ตามคำบอกเล่าของเธอ อุปนิสัยอันเด่นชัดในการเป็นนักอ่าน นักเขียน และบรรณาธิการของอาจินต์ คือ หนังสือทุกชนิดที่เขาอ่าน ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ นิตยสาร พ็อกเกตบุ๊ก เอกสารอะไรก็ตาม แม้แต่ปฏิทินติดฝาบ้าน จะเต็มไปด้วยร่องรอยการอ่านแบบจริงจัง มีรอยหมึกหลากสีที่จารึกข้อความแก้ไข ดัดแปลง ตำหนิติเตียน บันทึกความเห็น เต็มพรืดไปหมด
สอดคล้องกับที่บรรณาธิการมือทองวัย 85 คนนี้ ฝากคำแนะนำไปถึงนักอ่านที่ริอยากเขียนหนังสือเอาไว้ว่า
“นักเขียนต้องมีพรสวรรค์หรือไม่ นี่เป็นสิ่งที่ผมไม่เชื่อ ผมเคยตอบว่าผมเชื่อในพรแสวง คือ ต้องรักที่จะเขียนและต้องเขียน เขียนแล้วเขียนเล่า ไม่ใช่รักเฉยๆ แล้วเอาแต่นั่งคิดนอนคิดว่าจะเขียนอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนจะเขียนทีเดียวได้โนเบลเลย
อีกอย่างคือต้องสั่งสม สั่งสมประสบการณ์ สั่งสมเรื่องราวประทับใจ สั่งสมถ้อยคำ สั่งสมความรู้สึกซาบซึ้งในสิ่งที่พบ สิ่งที่อ่าน สั่งสมได้ดีแล้วหมั่นเขียนด้วยใจรัก เรื่องที่เขียนก็จะดี”
มาอ่านเยอะๆ ให้สมกับที่ผู้ใหญ่ใจดีคนนี้เสียสละทรัพย์สมบัติล้ำค่าส่วนตัวที่สั่งสมมาทั้งชีวิต มอบให้พวกเราฟรีๆ โดยไม่หวังลาภยศชื่อเสียงใดๆ
หมายเหตุ ห้องสมุดอาจินต์ ปัญจพรรค์ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3 ของห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ ซอยพระนาง ปากซอยราชวิถี 4 ถนนราชวิถี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ พร้อมชมนิทรรศการบนเส้นทางวรรณกรรม บอกเล่าเรื่องราวชีวิตและการทำงานของนักเขียนระดับตำนาน







