
ถูกใจในทุกอารมณ์ มูส
พ้นปีใหม่มาไม่ทันไร หัวใจก็วอนต์อยากไปแฮงเอาต์ในที่ใหม่ๆ ซะงั้น (เพราะให้ไปที่เก่าๆ เดิมๆ ก็ชักจะเบื่อ ว่ามั้ย?)
พ้นปีใหม่มาไม่ทันไร หัวใจก็วอนต์อยากไปแฮงเอาต์ในที่ใหม่ๆ ซะงั้น (เพราะให้ไปที่เก่าๆ เดิมๆ ก็ชักจะเบื่อ ว่ามั้ย?)
โดย...โจ เกียรติอาจิณ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
เรามุ่งไปเอกมัย 21 (ซอยแจ่มจันทร์) อย่างไม่รีรอ ด้วยรู้ข่าวว่าที่นี่เขามีที่แฮงเอาต์แห่งใหม่ 20 เมตร ซ้ายมือจากปากซอย ก็จะเจอกับ “มูส” (Moose)
ร้านนั่งสบาย ไม่อัดอัด เพดานยกสูง กรุกระจก เก้าอี้ไม่เบียดกันจนแน่นเอี้ยด แต่ละโต๊ะตั้งห่างให้มีที่หายใจหายคอได้สะดวก บรรยากาศกึ่งบาร์กึ่งร้านอาหาร ไม่ใช่ผับสำหรับแดนซ์นะเออ เหมาะสำหรับการนั่งชิล นั่งคุย เก๋ๆ เท่ๆ สวยๆ หรือปาร์ตี้ในหมู่เพื่อน มาเป็นคู่ก็ได้อยู่ แต่ดูจะหามุมสวีตกันยาก
ของแต่งร้านเก่าเก็บทั้งสิ้น แต่ละชิ้นน่าจะมีสตอรีและอายุขัยที่ผ่านมือ (ชาย) มานานโข เฟอร์นิเจอร์ก็เน้นไม้ เข้ากับของแต่งแนวแอนทีก เพื่อนที่ไปชอบโต๊ะไม้ อยากเอาไปตั้งหน้าบ้าน ไว้สำหรับที่กินข้าวกินเหล้า พอถามคนในร้าน เขาบอกไม่มีขาย ต้องสั่งทำพิเศษ เพื่อนเราก็ได้แต่นั่งชื่นชมด้วยสายตาและสัมผัสด้วยมือ (555)
เหลือบไปเจอโต๊ะด้านใน เป็นโต๊ะใหญ่ มาหลายๆ คนต้องนั่งโต๊ะนี้ ผนังอิฐแดง เปลือยให้เห็นเสน่ห์แบบดิบๆ ขณะที่ของแต่งบางชิ้นก็เป็นต้นไม้ ได้กลิ่นอายป่าเขา ที่น่าสนใจคือเขากวาง ซึ่งก็น่าจะบ่งบอกถึงความเป็นมูส หรือกวาง ที่ว่ากันว่าตัวใหญ่ที่สุดในโลกและมีเขาสวยมว้าก
อันหนึ่งที่เรารู้มาที่เขาใช้ชื่อมูส ก็เพราะเจ้าของชื่อ “กวาง” ด้วยพี่ท่านอยากเอาตัวเองเป็นโลโก้แปะเด่นหราประจำร้าน ประมาณนั้น ร้านนี้เลยชื่อร้านมูส หรือร้านพี่กวางนั่นแล
สิ่งที่โดดเด้งอีกอย่าง คือ บาร์เครื่องดื่ม ประจันหน้าตั้งแต่ผลักประตูเข้าร้าน เป็นบาร์ที่อลังการ สวยสง่า โอ่อ่า ชวนดึงดูดใจเหลือเกิน ขวดเครื่องดื่มงี้ตั้งเรียงรายฟูลบาร์
ระหว่างรออาหารที่สั่งไป เลยขอสั่งเครื่องดื่มมาจิบแก้เขินซะหน่อย เริ่มต้นที่ค็อกเทลก่อนดีกว่า ค็อกเทลที่นี่เก๋ไก๋ เสิร์ฟใส่ขวด เหมือนขวดใส่บ๊วยดองยังไงยังงั้น ก็ไม่ซ้ำใคร เพราะหลายที่ก็มักเสิร์ฟในขนบเดิมๆ ต้องแก้วนี้กับค็อกเทลนั้น ไม่ได้ทำให้ตื่นตาตื่นใจเท่าร้านนี้ที่แหกไม่เหมือนชาวบ้าน
สั่งไป 2 แก้ว (เอ!!! รึจะเรียก 2 ขวดดี อิอิ) My Valentine สีแดงก่ำ จิบเบาๆ อร่อยเบาๆ อีกแก้วถูกใจเรา เพราะมีบ๊วยดองใส่มาด้วย รสบ๊วยซึมอยู่ในลำคอ ชื่นใจจริง แต่จิบไปจิบมาก็เริ่มรู้สึกว่าเข้มใช้ได้
จิบเครื่องดื่มจวนจะหมดแก้ว อาหารจึงค่อยทยอยลงโต๊ะ ถือว่าช้าจนน่าใจหาย ทำเอาเราก็ลืมหลังไปเลยว่าสั่งอะไรไปบ้าง ขอทวนกับพนักงานอีกรอบว่ามีอะไรบ้าง (นะ) 3 จาน 3 สไตล์ “ปลาตะไคร้สูตรญวน” “งบหมู” “เนื้อลูกเต๋าผัดพริกไทยดำ”
ระหว่างฟังรายละเอียดแต่ละจานอาหาร ดีเจก็เริ่มทำหน้าที่ของเธอ ใช่เธอเป็นดีเจหญิง ชื่อเสียงเรียงนามอย่าไปรู้เลย ให้เธอทำหน้าที่เถอะ เพราะเราเองก็ใคร่จะอยากรู้ ฟังแค่เพลงเธอที่เปิดแผ่นพอแล้ว ถูกใจ ไม่ถูกใจ หรืออยากจะขอเพลงโปรด เธอก็ยินดี
หลายเพลงออกแนวฟังกี หลายเพลงอยู่ในยุค 80 บางเพลงกลางเก่ากลางใหม่ แต่ประเภทใหม่จ๋ามาแรงบนบิลบอร์ด เธอก็ไม่น่าจะเปิดนะ เพราะไม่ใช่แนวทางของเธอและของที่นี่ด้วย
เพลงเพราะๆ ย้อมอารมณ์ด้วยเครื่องดื่ม แล้วก็อาหารจานเด็ด เฮ้ย!!! เผลอแป๊บๆ เมนูที่สั่งไปก็เริ่มจะพร่อง เพื่อนบอกรสชาติดีทุกจาน จ้างให้ก็ไม่เชื่อ เราต้องลองเองแล้วละ
อืม!!! รสชาติดีทุกจาน อร่อยทุกเมนู ขอยกนิ้วให้ว่าที่นี่ยังใส่ความอร่อยในแต่ละจาน ช้าแต่อร่อย ก็โอเค!!! แล้วก็ไม่ใช่เน้นให้คนมาจิบเหกล้าแกล้มบรรยากาศอย่างเดียว ยังสามารถจะแกล้มกับอาหารได้ด้วย เข้าท่า กินข้าว ดื่มเหล้า กินบรรยากาศ
ที่สำคัญ รสชาติอาหารเขาก็ไม่ได้เอาใจคนกรุงเทพฯ เผ็ดคือเผ็ด จัดด้วยเครื่องแกงและเครื่องปรุง แสดงว่าพ่อครัวแม่ครัวไม่ขี้เหนียวเครื่อง ประดังใส่เต็มชุด เลยได้ความอร่อย ถูกใจเราสุดๆ ในทุกอารมณ์
มูส เปิดตั้งแต่ 5 โมงเย็น ปิดประมาณ ตี 1 โทร. 082-580-9314, 02-108-9550







