posttoday
ตู้เย็นของเรา

ตู้เย็นของเรา

11 มกราคม 2556

ภาสกร พุทธิชีวิน

ภาสกร พุทธิชีวิน

ในชีวิตประจำวันของเราคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แทบจะไม่มีวันใดเลยที่เราไม่ได้แวะเวียนไปเยี่ยมเยือนตู้เย็นในบ้านของเรา

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่คนไทยรู้จักมานาน และเชื่อว่าการซื้อตู้เย็นดีๆ สักตู้มาใช้งานในบ้านโดยพุ่งเป้าไปที่ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 ก็เป็นอันว่าไม่ต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้น ผมบอกได้เลยว่าหากเข้าใจเพียงเท่านี้นั้นถือว่าเข้าใจผิดครับ

ลองมาทบทวนดูว่า คุณรู้จักตู้เย็นของคุณมากน้อยแค่ไหน และคุณใช้ตู้เย็นถูกวิธีหรือไม่

ตู้เย็นเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ซื้อมาแล้วเราก็เสียบปลั๊กใช้งานจนลืม และเราก็ปล่อยให้ตู้เย็นของเราทำงานไปทุกวี่วัน แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ถ้าคุณใช้ตู้เย็นอย่างถูกวิธีใน 1 วัน ที่เราเสียบปลั๊กไว้ ตู้เย็นจะทำงานเพียงวันละ 4 ชั่วโมงเท่านั้น ในทางตรงข้ามหากใช้งานไม่ถูกวิธีตู้เย็นจะทำงานวันละ 10-12 ชั่วโมง หรืออาจพูดได้ว่าตู้เย็นจะกินไฟเพิ่มขึ้น 2-3 เท่าของที่ควรจะเป็นครับ

ประการสำคัญกว่านั้น คือเรื่องสุขอนามัยในการถนอมอาหาร เนื่องจากมีหลายครอบครัวใช้ตู้เย็นผิด คือแทนที่จะใช้ตู้เย็นในการถนอมอาหารสดให้มีคุณค่าทางโภชนาการ กลับใช้ตู้เย็นแทนตู้กับข้าว ซึ่งการใช้งานที่ไม่ถูกต้องนี้ ส่งผลต่อสุขอนามัยและยังทำให้มีโรคมากมายตามมาด้วย

การเก็บอาหารที่เราทำค้างไว้หลายๆ วันในตู้เย็น แล้วนำกลับมาอุ่น เพื่อรับประทานภายหลังนั้นมีผลต่อสุขภาพ เนื่องจากตามมาตรฐาน GMP ซึ่งใช้กับอุตสาหกรรมอาหารประเภทปรุงสำเร็จไม่ใส่สารกันบูดนั้นจะต้องแช่ไว้ในช่องแข็ง หรือ Frezzer เท่านั้น

นอกจากนี้ การนำอาหารปรุงสำเร็จไม่ใส่สารกันบูด หรือกับข้าวของเรา แช่ในตู้เย็นที่แออัดยัดเยียดไปด้วยข้าวของเต็มไปหมด ทำให้ตู้เย็นไม่สามารถกระจายความเย็นได้ ส่งผลให้อาหารที่เราแช่ไว้ในตู้เย็น เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคที่มีอยู่ในอาหารทำให้อาหารเน่าเสีย หรือเสื่อมคุณภาพ และเมื่อเรานำอาหารมารับประทานก็จะส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของเราอีกด้วย

ผมจะพาไปดูวิธีใช้ตู้เย็นอย่างง่ายๆ นะครับ ประการแรก การละลายน้ำแข็งในตู้เย็นได้ทำสม่ำเสมอหรือไม่ ในกรณีที่เป็นตู้เย็นที่มีระบบละลายน้ำแข็งอัตโนมัติก็ไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้ แต่สำหรับตู้เย็นธรรมดานั้น การที่ปล่อยให้ตู้เย็นมีน้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็งมากๆ จะทำให้ตู้เย็นทำงานมากขึ้น อีกทั้งทำให้การถนอมอาหารในตู้เย็นมีประสิทธิภาพลดลง ทำให้กินไฟมากขึ้นด้วย ดังนั้นควรละลายน้ำแข็งทันทีเมื่อมีน้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็ง

ถัดมาควรให้ความสำคัญกับการตั้งอุณหภูมิที่เทอร์มอสแตต หรือที่เรารู้จักกันว่าปุ่มปรับความเย็น เราต้องดูว่าได้ตั้งอุณหภูมิไว้ต่ำเกินไปหรือไม่ ทั้งนี้ก็เพราะบ่อยครั้งที่มีน้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็งมากๆ ทำให้การกระจายความเย็นในตู้เย็นลดลง หลายๆ คนมักไปปรับปุ่มปรับความเย็นให้อุณหภูมิต่ำลงอีก การทำเช่นนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เพราะจะทำให้น้ำแข็งเกาะในช่องแช่แข็งมากขึ้น และทำให้ตู้เย็นกินไฟมากขึ้น

ที่สำคัญเลยนะครับ คือต้องจัดระเบียบสังคมในตู้เย็น หมายความว่า อย่าแช่สิ่งของในตู้เย็นมากเกินไป เพราะหลายครอบครัวแช่ของในตู้เย็นมากจนแทบไม่สามารถปิดประตูตู้เย็นได้ บางครอบครัวแช่ทั้งหม้อข้าวหม้อแกง การทำแบบนี้จะทำให้ความเย็นไม่สามารถกระจายได้อย่างทั่วถึง ทำให้คุณภาพของอาหารที่แช่เพื่อถนอมไว้ลดลง รวมถึงทำให้ตู้เย็นกินไฟมากขึ้นอีกด้วย โดยทั่วไปควรแช่ของในตู้เย็นประมาณร้อยละ 5060 ของพื้นที่ในตู้เย็นเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังมีสิ่งที่ต้องแนะนำอีกบางประการ เริ่มตั้งแต่การวางตู้เย็นห่างผนังอย่างน้อย 15 ซม. เพื่อให้อากาศถ่ายเทความร้อน ทำให้ไม่เปลืองค่าไฟและไม่ทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์เสียเร็ว ขณะเดียวกันอย่าเปิดตู้เย็นบ่อยครั้ง เพราะความร้อนจะเข้าไปในตู้เย็น ทำให้มอเตอร์คอมเพรสเซอร์ต้องเริ่มทำงานเพื่อความสะสมความเย็น ควรรู้ไว้ด้วยนะครับว่าการเปิดตู้เย็น 1 ครั้ง จะทำให้เราเสียเงินประมาณ 50 สตางค์ ดังนั้นในช่วงหน้าร้อน หรือในช่วงปิดเทอมที่มีเด็กๆ ในครอบครัวหลายๆ คน ควรมีถังแช่น้ำเย็นหรือเครื่องดื่ม หรือของขบเคี้ยวไว้ต่างหาก

ยังมีอีกหลากหลายประการที่จะทำให้ลดค่าไฟจากการใช้ตู้เย็นได้ อาทิ ไม่ควรนำของร้อนเข้าตู้เย็น ควรตรวจสอบขอบยางประตู โดยอย่าปล่อยให้ขอบยางรั่ว หรือฉีดขาด เพราะส่งผลให้ตู้เย็นของเรากินไฟมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการตั้งตู้เย็นในบริเวณแสงแดดส่องถึง และประการสำคัญที่หลายๆ ครอบครัวชอบทำกัน คือไม่ควรใช้ผ้าคลุมด้านบนและด้านข้างของตู้เย็น

ทั้งหมดที่กล่าวมามีข้อใดบ้างที่ตรงกับการใช้งานตู้เย็นที่บ้านของคุณครับ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนะครับรับรองว่าคุณจะใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท