
ศิลปะจากป่าบนภูผาศักดิ์สิทธิ์
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
โดย...อินทรชัย พาณิชกุล
ลึกเข้าไปในผืนป่าบนภูสมุย อ.โพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี ท่ามกลางอากาศเหน็บหนาว เวิ้งว้างวังเวง
พิน สาเสาร์ หรือที่ใครต่อใครคุ้นชินในภาพลักษณ์ของศิลปินนอกคอก เจ้าของร่างสันทัด ผิวคล้ำ ใบหน้าเข้มด้วยหนวดเครา คนนี้ ใช้เวลานานกว่า 3 เดือนเต็ม ลงมือทำในสิ่งที่ทุกคนต้องอ้าปากค้าง
นั่นคือ เนรมิตงานศิลปะบนผืนแผ่นดิน โดยใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติรอบตัว ตั้งแต่ก้อนหินมหึมา ดอกไม้ใบหญ้า ชะง่อนผา ทุ่งโล่ง จนถึงซากต้นพะยูงที่ถูกขบวนการมอดไม้ทำลายป่าหักโค่นด้วยคมขวาน เสี่ยงอันตราย ท้าทายความคิด หากแต่โดดเด่นแปลกแยก จนสามารถเขย่าวงการศิลปะและวงการอนุรักษ์ให้ตื่นตัวขึ้นอีกครั้ง
ทั้งหมดกลายมาเป็นนิทรรศการภาพถ่ายชื่อ “กวีป่า โลกาศิลป์ : 1 พรรษาบนภูผาศักดิ์สิทธิ์” (Widl Poet & Earth Art : 1 Rainy season on the Holy Mountain) กำลังจัดแสดง ณ หอศิลป์ g23 อาคารนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร อยู่ในขณะนี้
“ผมเรียกงานนี้ว่า นิเวศศิลป์ หลักการทำงานคือใช้วัตถุดิบทั้งหมดจากธรรมชาติในสภาพแวดล้อมพื้นที่ภูสมุย เป็นหนึ่งในภูเขาน้อยใหญ่ริมแม่น้ำโขง ตั้งอยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กลางป่าลึก มีแต่ที่ราบโล่ง โขดหิน ชะง่อนผา ถ้ำประหลาดๆ มากมาย ความศักดิ์สิทธิ์ของผืนป่าผืนนี้ ยังเป็นสถานที่ที่พระป่าสายอีสานอย่างหลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต และลูกศิษย์ลูกหา มักเดินทางมาธุดงค์ นั่งวิปัสสนากรรมฐาน ผมจึงตั้งสัจจะวาจาไว้ว่าจะต้องมาที่นี่ให้ได้สักครั้ง เพื่อเผยแพร่พื้นที่นี้ออกไปให้โลกภายนอกได้รับรู้” ศิลปินแนวแลนด์อาร์ต วัย 38 เล่าให้ฟัง
แบกเป้ลุยเดี่ยว ขนเสบียงหยูกยาอาหาร มีดพร้า ไฟฉาย รวมถึงกล้องถ่ายรูป กล้องแฮนดิแคมอย่างละตัว และสมุดบันทึกหนึ่งเล่มไว้รจนาบทกวี เท่านี้ก็เพียงพอแล้วสำหรับการสร้างงานศิลปะในแบบฉบับของเขา
“วิธีการทำงานของผม ตื่นเช้าตรู่ก็ลงเขา เดินสำรวจไปเรื่อย จนกระทั่งเจอทัศนียภาพสวยๆ เจอภูมิทัศน์ตรงไหนประทับใจ ก็ยืนทำจิตใจให้สงบ ขบคิดเรื่องราวในหัว แล้วก็ลงมือทำงานอย่างรวดเร็ว เสร็จแล้วจึงบันทึกไว้เป็นภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว แล้วเดินจากไป ทิ้งผลงานให้มันดับสูญไปตามธรรมชาติ”
กลางดึกคืนหนึ่ง ขณะนอดคุดคู้อยู่ในเต็นท์ ก็ปรากฏเสียงโครมครามสนั่นป่า เล่นเอาสะดุ้งหวั่นไหวไปทั้งตัวและหัวใจ “รุ่งขึ้นผมลงมาตามเสียงที่ได้ยินก็แทบผงะ เจอท่อนซุงขนาดยักษ์วางเรียง เจอร่องรอยหักโค่นของไม้หลายต้นจนดูเตียนโล่ง เศษไม้เกลื่อนกลาดไปทั่ว ผมคิดในใจว่านี่เองหรือไม้พะยูงที่เขาว่ากันว่าเป็นทองคำยืนต้น ราคาสูง กำลังเป็นที่นิยมของพวกมอดไม้”
แล้วพิน สาเสาร์ ก็ทำอย่างเดิม คือ ลงมือจัดวางซากไม้พะยูงเหล่านั้นให้กลายเป็นงานศิลปะ ภายใต้สภาวะอารมณ์ตื่นเต้น หวาดหวั่นพรั่นพรึงกระบอกปืนที่เล็งมาจากทุกทิศ
“เคยเห็นข่าวว่ามีการลักลอบตัดไม้พะยูงในหลายพื้นที่ แต่ไม่เคยได้ยินว่าที่นี่จะโดนกับเขาด้วย ไม่รู้นะ เหมือนธรรมชาติ เหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์นำทางให้มาเจอ ผมก็ใช้เวลาอันรวดเร็วเข้าไปทำงาน แทรกแซงโดยการจัดวาง เพื่อสื่อสารกับสังคม นี่เป็นความท้าทายของงานแนวนิเวศศิลป์”
ศิลปิน เล่าว่า แก่นหลักของงานศิลปะแนวนิเวศศิลป์ตามความเชื่อของเขา จะต้องปฏิสัมพันธ์กับผู้คนให้น้อยที่สุด แต่ปฏิสัมพันธ์กับธรรมชาติให้มากที่สุด “เสน่ห์ของงานนิเวศศิลป์ คือ อิสรภาพในการสร้างงาน มันเปิดกว้างมากกว่าแค่นั่งเขียนรูปบนกรอบสี่เหลี่ยมของผืนผ้าใบ มันท้าทายกว่า และไม่ค่อยมีคนทำ
งานชุดนี้ เป็นการเอาศิลปะมาประจาน ให้ธรรมชาติเป็นผู้เล่า จุดมุ่งหมายสูงสุด คือ ผมอยากให้พื้นที่นี้ได้รับการปกป้องอนุรักษ์อย่างแท้จริง ให้เป็นธุดงคสถานของพระป่าที่เหลือน้อยลงทุกที นี่คือสิ่งที่ผมพอจะตอบแทนให้กับธรรมชาติได้ ซึ่งเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับที่ได้รับมาจากธรรมชาติ”
แม้ผู้ชมจะมีโอกาสได้ชมศิลปะแนวนิเวศศิลป์ชุดนี้ ผ่านทางภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหวเท่านั้น ไม่สามารถดูงานจริงได้ด้วยเงื่อนไขต่างๆ ของเวลาและสถานที่ แต่เชื่อว่าเรื่องราวการผจญภัยไปสร้างงานกลางป่าลึก โดยใช้วัตถุดิบทั้งหมดจากธรรมชาติรอบกาย ภายใต้แนวคิดสุดบ้าบิ่นพิสดารของพิน สาเสาร์ น่าจะกระทืบตากระทืบใจได้ไม่น้อยเลย
นิทรรศการภาพถ่าย “กวีป่า โลกาศิลป์ : 1 พรรษาบนภูผาศักดิ์สิทธิ์” (Widl Poet & Earth Art : 1 Rainy Season on the Holy Mountain) โดย พิน สาเสาร์ จัดแสดงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ม.ค. ณ หอศิลป์ g23 อาคารนวัตกรรม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร โทร. 02-649-5000 ต่อ 5651, 5305 และ 5625







