posttoday

ชานน สัมพันธารักษ์ บริหารอย่างมีสไตล์

07 มกราคม 2556

พูดถึงบริษัทเอเยนซีในเมืองไทย ชื่อของ “ชานน สัมพันธารักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮไลค์ เอเจนซี่

พูดถึงบริษัทเอเยนซีในเมืองไทย ชื่อของ “ชานน สัมพันธารักษ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮไลค์ เอเจนซี่

โดย...วรธาร ทัดแก้ว / ภาพ กิจจา อภิชนรจเลข

ได้รับพูดถึงมากขึ้นเป็นลำดับในเรื่องความสามารถและฝีมือการบริหาร จะเห็นว่าลูกค้าของไฮไลค์ ในปีผ่านมานั้นเพิ่มขึ้นมาก ที่น่าสนใจก็คือบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำของไทยไม่ว่าจะเป็นบริษัทเครื่องดื่มชูกำลัง บริษัทด้านการสื่อสาร ก็มอบความไว้วางใจในไฮไลค์ ภายใต้การบริหารของเขา

“ชานน” หรือ “เก่ง” จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ปริญญาโทด้านการตลาด มหาวิทยาลัย Royal Melbourne Institute of Technology (RMIT) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงด้านการตลาด หลังเรียนจบเริ่มต้นงานด้วยการเป็นครีเอทีฟอาร์ติสต์ เน็ตเวิร์ก ให้กับค่าย CAN จากนั้นไปเก็บเกี่ยวเลเวลกับบริษัท โตโยต้า บางนา เพื่อเรียนรู้ระบบงานของโตโยต้า ก่อนจะลาออกมาเปิดบริษัทเอเยนซีของตัวเองในชื่อ “ไฮไลค์ เอเจนซี่” ในปัจจุบัน

ไฮไลค์ คือผู้ให้บริการทำการตลาดดิจิตอลผ่านสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ ให้คำปรึกษาและวางแผนด้านประชาสัมพันธ์ การวางแผนสื่อ การจัดหาบุคคลผู้มีชื่อเสียงเข้าร่วมกิจกรรม รับจัดงานส่งเสริมกิจกรรมทางการตลาด เช่น แถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ โปรดักต์ โรดโชว์ แฟชั่นโชว์ เซลคอนเฟอเรนซ์ เซลมีตติง มีตติงมีเดียทริป รวมถึงงานอื่นๆ ที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และประสบการณ์ เช่น งานแต่งงาน จัดกลุ่มสัมมนา ออกบูธสินค้า งานประกวดต่างๆ เป็นต้น

จากปีที่ผ่านมาลูกค้าตอบรับดีและเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ ในปีใหม่ 2556 ชานนจึงคิดที่เปลี่ยนไฮไลค์ จากเดิมที่เป็นเพียงจุดเล็กๆ ให้ขยายออกไปใหญ่ขึ้นกว่าเดิม โดยการรวบรวมคอนเนกชันหรือการขยายองค์กรขึ้นมาโดยที่ไปรวมกับกิจการของเพื่อนๆ หรือดึงเข้ามาเป็นเครือเดียวกันกับไฮไลค์ โดยไฮไลค์จะอยู่ตรงกลางระหว่างการเป็นเอเยนซีที่สามารถคิดงานได้เองกับการเป็นเอเยนซีที่ให้คำตอบคนอื่นได้ด้วย

“ผมมีเพื่อนและญาติๆ ทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ผมจะคัดสรรรูปแบบธุรกิจที่สามารถมาจอยกับไฮไลค์ได้เป็นเครือเดียวกัน และทุกวันนี้ผมก็หุ้นกับเพื่อนหลายคนทำด้านออนไลน์เต็มรูปแบบ เมื่อก่อนผมดูการตลาดออนไลน์อย่างเดียว ต่อมาได้พัฒนามาทำเว็บไซต์ เปิดหน่วยฝึกอบรมองค์กรต่างๆ ในเรื่องการทำเว็บไซต์ การเขียนแอพพลิเคชัน การเขียนคอนเทนต์ออนไลน์ผ่านระบบที่เรียกว่าเวิร์ดเพรส เป็นต้น โดยลูกค้าจะเป็นพวกโอเปอเรเตอร์มือถือและบริษัทคอนซูเมอร์รายใหญ่ที่ให้เราเข้ามาเป็นหน่วยฝึกอบรมพนักงานของเขา ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นการเพิ่มศักยภาพให้กับไฮไลค์ รวมถึงลูกค้าของไฮไลค์ด้วย” นักการตลาดหัวครีเอทีฟ กล่าว

นอกจากนี้ นักบริหารหนุ่มยังขยายคอนเนกชันด้านการเข้าร่วมกับกลุ่มเอ็นบีไอ (BNIBusiness Networking International) ซึ่งกลุ่มนี้จะคล้ายกับกลุ่มโรตารี่และไลอ้อน แต่ต่างกันตรงสองกลุ่มจะเน้นซีเอสอาร์และจิตอาสาเป็นหลักธุรกิจ ทว่าบีเอ็นไอเน้นธุรกิจเป็นหลักจิตอาสาเป็นรอง ดังนั้นงานหลักของเอ็นบีไอคือการหาลูกค้าเป็นอันดับแรก

“ในกลุ่มผมจะมารวมตัวกันทุกวันศุกร์ตั้งแต่ 7 โมงเช้าเพื่อคุยกัน เช่นว่า สัปดาห์นี้ผมมีคอนเนกชัน มีลูกค้ารายนี้ให้คุณไปช่วยดิวซ์ช่วยปิดมาให้ เป็นต้น ซึ่งจากคอนเนกชันนี้ทำให้เราหาลูกค้าได้ง่ายขึ้น มีความน่าเชื่อถือ กว้างขวางและไกลมากขึ้น นี่ก็คือการรวมคอนเนกชันเพื่อที่จะทำให้จุดเล็กๆ ที่อยู่ตรงกลางกลายเป็นจุดที่ขยายใหญ่ขึ้นไปทั้งสองฝั่งได้” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไฮไลค์ฯ กล่าว

เขากล่าวต่อว่า ในปี 2556 จึงจะมีการปรับภาพลักษณ์ คาแรกเตอร์ โลโก้ขององค์กรใหม่ เพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุขุมมากขึ้น แต่ยังคงความกระฉับกระเฉงเต็มไปด้วยประสบการณ์ ขณะเดียวกันในส่วนของพนักงานก็ต้องปรับด้วยในเรื่องของมุมมองและทัศนคติเพื่อให้เป็นผู้ใหญ่ เพื่อที่จะก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการเป็นคอนเซาต์กับลูกค้าได้มากขึ้น

“2 ปีที่ผ่านมาคาแรกเตอร์ โลโก้ของไฮไลค์ฯ จะเป็นเด็กหนุ่มที่เต็มไปด้วยไฟและประสบการณ์จริง แต่ปีนี้จะปรับให้มีความเป็นผู้ใหญ่สุขุมแต่พร้อมลุยงาน โลโก้จะมีการปรับสีให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ส่วนในครึ่งปีหลังจะเตรียมทีมงานมารองรับการเติบโต ด้วยการเทรนคนในองค์กรให้ทำงานได้หลากหลาย มีการสลับหน้าที่กันทำงานมากขึ้น ซึ่งผมไม่จำเป็นที่ต้องเทรนคนใหม่ แต่จะใช้พนักงานชุดเดิม เทรนใหม่คนละด้านให้ชำนาญหลายทาง วิธีนี้จะช่วยให้พนักงานเข้าใจบทบาทของแต่ละฝ่ายเป็นอย่างดี เวลาทำงานจะได้ประสานกันได้ดี ราบรื่น ไม่มีปัญหา เช่น ฝ่ายพีอาร์สลับกับอีเวนต์ เป็นต้น นี่คือกลยุทธ์ที่ผมได้มาเมื่อครั้งอยู่ที่โตโยต้า” ชานน ทิ้งท้าย

ไอดอลของชานน

คุณแม่ : เนื่องจากผมเสียคุณพ่อตั้งแต่ยังเด็ก เพราะฉะนั้นคุณแม่จึงรับบทบาททั้งแม่และพ่อ ท่านเป็นเวิร์กกิงวูเมนที่เก่งมากๆ ทุกคนในที่ทำงานจะเรียกคุณแม่ผมว่าพี่แมว มีอะไรก็จะกล้าพูดอย่างเปิดอกและไม่กลัวที่จะโดนว่า แต่จะใช้สิ่งที่คุณแม่ติงเป็นข้อพัฒนาตัวเอง ผมมองว่าคุณแม่ผมเป็นคนที่มีทักษะในการบริหารหัวใจคนผมได้เก่งมากๆ ไม่เคยเรียกใครที่จะทำให้เกิดความรู้สึกแย่แล้วเดินหาย แต่จะทำให้คนนั้นรู้สึกฮึกเหิมที่จะเรียนรู้พัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ

คุณพ่อ : ท่านเก่งมากจนไม่รู้ว่าคำว่าสิ้นสุดอยู่ตรงไหน เพราะวันหนึ่งที่คุณพ่อเสียวันแรกที่ข่าวออกไปมีฝรั่งต่างชาติทั่วโลกบินมางาน เลยรู้ว่าท่านยิ่งใหญ่แค่ไหน คุณพ่อทำธุรกิจน้ำตาลดิวซ์กับเพื่อนทั่วโลกตั้งแต่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ต ต้องใช้โทรศัพท์ในการสั่งซื้อและสกิลต้องสูง คุณพ่อจึงเป็นที่รู้จักของนักค้าน้ำตาล รวมถึงบอร์ดน้ำตาลทั่วโลกด้วย พอผมไปเรียนต่อต่างประเทศ มีคนถามผมว่า คุณเป็นอะไรกับ ชัชวาล สัมพันธารักษ์ พอรู้ว่าเป็นลูกก็คุยกันยาว นอกจากนี้ผมยังรู้มาว่าท่านเป็นหัวหน้าที่ดีที่สอนลูกน้องมิใช่แค่เป็นลูกน้อง แต่สอนให้เป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีได้ ท่านเลี้ยงลูกน้องดีมากและไม่เคยทิ้งใคร

ดร.พิจิตต รัตตกุล : ท่านคือลุงของผม บุคลิกเป็นคนมุ่งมั่น ทำอะไรทำจริง อะไรที่คิดว่าดีทำเลย และเรื่องที่ทำก็มีการซัพพอร์ตข้อมูลที่ชัดเจนตลอด ถือเป็นนักบริหารข้อมูลและนำข้อมูลที่มีอยู่เข้ามาใช้ในการบริหารงาน วิเคราะห์ วางแผน และสู้ กระทำให้คนเห็น อย่างเช่นตอนน้ำท่วมกรุงเทพฯ ถ้าเป็นผู้ว่าฯ คนอื่นอาจเดินมาสั่งๆ แต่จะมีผู้ว่าฯ สักกี่คนที่ตื่นมาตอนตี 2 ตี 3 ออกมาลุยเองในช่วงวิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯ ซึ่งใครจะมองว่าสร้างภาพก็สุดแต่มุมมอง แต่ว่าเนื้องานของท่านเป็นรูปธรรมชัดเจน

ชลาธิป ตุลย์วัฒนจิต : เป็นพี่สาวคุณแม่และเป็นเจ้าของอาร์ซี โคลา ไทยแลนด์ ที่ผลิตโคลาเจ้าแรกในไทย คุณป้าเป็นนักสู้นักขายที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะมีโค้กเป๊ปซี่เข้ามาแต่ก็อยู่ได้สบายๆ ทั้งที่ไม่มีโฆษณาเลย ผมชอบที่ท่านกล้าขายของดีราคาถูกและจริงใจกับผู้บริโภค อย่างสารให้ความหวานกินแล้วไม่อ้วน ท่านไม่ใช้ เพราะเป็นสารเคมีตกค้างในร่างกาย ท่านใช้น้ำตาลแม้ต้นทุนสูงก็ยินดีแบกรับ กินอ้วนหน่อยก็ให้คนไปลดเองแต่ปลอดภัยกว่าสารพวกนั้นเยอะ ท่านยังเป็นนักบริหารที่น้ำใจงาม มีจิตอาสาด้วย เช่น น้ำท่วมใหญ่ปลายปี 2554 ก็ส่งน้ำไปช่วย ส่งหน่วยรถเทรลเลอร์ไปช่วยคนหนีน้ำท่วม พร้อมให้คนในองค์กรไปทำงานจิตอาสา ท่านเจ๋งมาก ในเขตนนทบุรีจะรู้จักอาร์ซี โคลา เป็นอย่างดี

นคร สัมพันธารักษ์ : ในวงการแฟชั่นไม่มีใครที่ไม่รู้จัก “นคร” หรือ “นาการา” (Nagara) ดีไซเนอร์ประจำพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และดีไซเนอร์ระดับแถวหน้าของโลก เรียกว่าถ้ามีงานแฟชั่นวีกและแอล แฟชั่น วีก จะต้องมีนาการาด้วยเสมอ อาต้อยเป็นดีไซเนอร์ที่ไอเดียไม่เคยหมดและเป็นผู้นำด้านแฟชั่นตลอด ทั้งยังสามารถบาลานซ์ชีวิตตัวเองระหว่างความเป็นดีไซเนอร์กับนักบริหารแบรนด์องค์กรจนโด่งดัง ผมชอบงานแฟชั่นโชว์ของเขาทุกเซต

ข่าวล่าสุด

พักเรื่องบินมาฟินเรื่องช็อป! ไอคอนสยาม-ไอซีเอส จัดหนักแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ขนสิทธิพิเศษสู้สงกรานต์ตลอดเดือนเมษายนนี้