
ว่าที่4ทีมเข้าเพลย์ออฟดิวิชัน
ในที่สุดการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ศึกคนชนคน
ในที่สุดการแข่งขันอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอล หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า ศึกคนชนคน
จบฤดูกาลปกติ (16 เกม) ไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับได้ 12 ทีมจาก 2 สาย สายละ 6 ทีม ผ่านเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ ดังนี้
สายเอเอฟซี ประกอบด้วย 1.เดนเวอร์ บรองโกส์ (สถิติ 133) 2.นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ (12-4) 3.ฮุสตัน เทกแซนส์ (12-4) 4.บัลติมอร์ เรฟเวนส์ (10-6) 5.อินเดียนาโปลิส โคลต์ส (11-5) 6.ซินซินเนติ เบงกอลส์ (10-6)
สายเอ็นเอฟซี ได้แก่ 1.แอตแลนตา ฟอลคอนส์ (13-3) 2.ซานฟรานซิสโก โฟตีไนเนอร์ส (11-4-1) 3.กรีนเบย์ แพ็กเกอร์ส (11-5) 4.วอชิงตัน เรดสกินส์ (10-6) 5.ซีแอตเติล ซีฮอว์กส (11-5) 6.มินนิโซตา ไวกิงส์ (10-6)
สุดสัปดาห์นี้จะเป็นการเริ่มดวลเพลย์ออฟ (แพ้คัดออก) ของบรรดา 8 ทีมไวลด์การ์ด (ฮุสตัน, บัลติมอร์, อินเดียนาโปลิส, ซินซินเนติ, กรีนเบย์, วอชิงตัน, ซีแอตเติล, มินนิโซตา) โดยให้ทีมอันดับ 1-2 ของแต่ละสาย (เดนเวอร์, นิวอิงแลนด์, แอตแลนตา, ซานฟรานซิสโก) ได้พัก ก่อนที่จะเปิดบ้านรับทีมชนะจากรอบไวลด์การ์ดในสุดสัปดาห์หน้า
วันนี้คงขอชำแหละแค่รอบเพลย์ออฟ ไวลด์การ์ด 4 คู่ก่อนก็แล้วกัน ยังไม่อยากข้ามช็อตไปไกลเกิน เพราะดูท่าน่าจะสนุกไม่น้อย เนื่องจากมีควอเตอร์แบ็กรุกกีหลายคนสามารถพาทีมทะลุเข้ามาเล่นเพลย์ออฟได้สำเร็จ อาทิ “อาร์จีทรี” โรเบิร์ต กริฟฟิน เดอะ เธิร์ด (เรดสกินส์), แอนดรูว์ ลัก (โคลต์ส) และ รัสเซลล์ วิลสัน (ฮอว์กส) ที่ต่างเพิ่งจะมีโอกาสได้สัมผัสเกมเพลย์ออฟเป็นครั้งแรก ก็ไม่รู้ว่าจะออกอาการตื่นเต้นจนผิดฟอร์มจากผลงานที่ทำได้ดีในช่วงฤดูกาลปกติหรือเปล่า
ว่าแล้วลองมาดูความน่าจะเป็นของแต่ละคู่ดูดีกว่า โดยเรียงลำดับตามวันเวลาที่แข่งขันก็แล้วกัน โดยเอาชื่อทีมเจ้าบ้านขึ้นก่อน
AFC เทกแซนส์ (3)-เบงกอลส์ (6)
เวลา 04.30 น. (เช้ามืดวันอาทิตย์นี้ตามเวลาไทย)
“เจ้าถิ่น” เทกแซนส์ ต้องมาเล่นเพลย์ออฟรอบแรก เนื่องจากดันฟอร์มแผ่วในช่วงท้ายซีซันปกติ โดยแพ้ถึง 3 จาก 4 เกมสุดท้าย ส่งผลให้ร่วงจากจ่าฝูงสายเอเอฟซี ลงมาอยู่อันดับ 3 ไม่งั้นคงไม่ต้องมาเหนื่อยในรอบนี้ แต่เชื่อว่าแกรี คูบิแอ็ค เฮดโค้ชเจ้าบ้าน คงสั่งลูกทีมรีดฟอร์มเก่งออกมาให้ได้ต่อหน้าแฟนๆ ในบ้าน เพราะ เทกแซนส์ นั้นมีเกมรุกที่ดีอยู่แล้ว โดย เอเดรียน ฟอสเตอร์ วิ่งทำระยะไปถึง 1,424 หลา และ อังเดร จอห์นสัน ก็เป็นปีกที่รับบอลมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในลีก (1,598 หลา) ขณะที่ แมตต์ ช็อบ ควอเตอร์แบ็กของทีม ก็ขว้างทะลุ 4,000 หลาไปแล้ว แต่ยังต้องพิสูจน์ตัวเองกับความท้าทายในการเอาชนะทีมรับของคู่แข่งครั้งนี้
ด้าน “เสือลายพาดกลอน” เบงกอลส์ เหมือนโผล่จากหลุมแล้วก้าวเข้าสู่รอบเพลย์ออฟ เนื่องจากเพิ่งมาเร่งเครื่องกวาดชัยชนะถึง 7 จาก 8 เกมสุดท้าย อย่างไรก็ตาม ทีมเยือนมีเกมรับที่ดี สามารถแซ็กคู่ต่อสู้เป็นอันดับ 3 ของลีก (51 ครั้ง) นำโดย เกโน แอตกินส์ และ ไมเคิล จอห์นสัน ส่วน แอนดี ดาลตัน ควอเตอร์แบ็กของ เบงกอลส์ ก็ต้องสื่อสารประสานงานกับ เอ.เจ. กรีน ตัววิ่งเข้ารับลูกทำทัชดาวน์ให้ดี แต่ต้องให้เพื่อนคอยยัน เจ.เจ. วัตต์ ดีเฟนด์ซีฟ เอนด์ ตัวเก่งของเจ้าถิ่นให้ด้วย เพราะหมอนี่ทำสถิติแซ็กมากสุดในลีก (20.5 ครั้ง)
หลังดูทุกขุมกำลังแล้ว เชื่อว่า เทกแซนส์ น่าจะสร้างความสุขให้แฟนๆ เจ้าถิ่นได้เฮ
สกอร์ที่คาด เทกแซนส์ ชนะ 27-20
NFC แพ็กเกอร์ส (3)-ไวกิงส์ (6)
เวลา 08.00 น. (ช่วงเช้าวันอาทิตย์นี้ตามเวลาไทย)
“เนยแข็ง” แพ็กเกอร์ส ทำท่าจะได้เข้าไปรอเพลย์ออฟรอบดิวิชันอยู่แล้ว แต่ดันโดน ไวกิงส์ เบียดชนะในเกมสุดท้ายของฤดูกาลปกติอย่างน่าเจ็บใจ ทำให้นัดนี้เจ้าถิ่นหวังล้างแค้นเต็มที่ และ ไมค์ แม็คคาร์ธี เฮดโค้ชเนยแข็ง คงสั่งทีมรับห้ามประมาทและเล่นรัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะต้องระวัง เอเดรียน พีเทอร์สัน รันนิงแบ็กตัวเก่งของทีมเยือน ที่เจอกันมา 2 ครั้งในซีซันนี้ ทำระยะได้ 409 หลา 2 ทัชดาวน์ เพื่อที่ แอรอน ร็อดเจอร์ส จอมทัพของทีมที่ขว้างไป 4,295 หลา 39 ทัชดาวน์ จะได้แจกจ่ายบอลให้บรรดาปีกทั้ง 2 ข้างเข้าทำทัชดาวน์
ด้าน เลสลี ฟราเซียร์ เฮดโค้ชทีมไวกิงส์ คงต้องกำชับ คริสเตียน พอนเดอร์ ควอเตอร์แบ็กของตัวเองให้ดีๆ ว่า พยายามมีสมาธิและอย่าเกร็งจนเกินไป เนื่องจากยามที่หมอนี่เล่นนอกบ้าน ฟอร์มคนละเรื่องกับในถิ่นตัวเองเลย โดยขว้างไป 7 ทัชดาวน์ และเสียถึง 6 อินเทอร์เซปต์ แถมคราวนี้ออกมาเยือนแลมโบ ฟิลด์ ที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศหนาวเหน็บบวกกับลมแรงอีกด้วย ยิ่งเป็นห่วง พอนเดอร์ ว่าจะขว้างให้เพื่อนไหวมั้ยนี่ และหากขว้างมากอาจยิ่งจบเร็วกว่าเดิม
เอาเป็นว่าคู่นี้ดูเหลี่ยมไหน ทุกอย่างเป็นใจให้ แพ็กเกอร์ส ซิวชัยนิ่ม
สกอร์ที่คาด แพ็กเกอร์ส ต้อน 31-17
AFC เรฟเวนส์ (4)-โคลต์ส (5)
เวลา 01.00 น. (ช่วงดึกคืนวันอาทิตย์นี้ตามเวลาไทย)
“อีกาพญายม” เรฟเวนส์ สามารถคว้าตั๋วเข้าสู่รอบเพลย์ออฟได้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้ว เรียกว่าตีตราจองเป็นขาประจำเลยก็ว่าได้ แต่จะว่าไปแล้วหากดูจากสถิติของทั้งทีมบุก ทีมรับ ก็ไม่ได้โดดเด่นหวือหวาจนน่ากลัวอะไรนัก โดยจัดอยู่ในขั้นใช้ได้เท่านั้นเอง แต่การที่มี เรย์ ลูอิส ยอดรันนิงแบ็กที่เตรียมรีไทร์หลังจบซีซันนี้ คอยกระตุ้นบรรดาทีมรับอยู่ตลอด ทำให้ทุกคนเล่นกันอย่างสามัคคีมีน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แถมยังมี เรย์ ไรซ์ ตัววิ่งระดับท็อปของลีก ช่วยทะลวงทำระยะรวมทั้งทัชดาวน์ ก็เลยทำให้ โจ แฟล็กโก ควอเตอร์แบ็กร่างโย่งของเจ้าถิ่น ขอเพียงแค่ประคองเกมโดยไม่เล่นแผนเสี่ยงจนเกินไปเท่านั้นก็น่าจะพอ
ด้าน แอนดรูว์ ลัก ควอเตอร์แบ็กที่โด่งดังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเล่นอาชีพในศึกคนชนคน หลังโดนดราฟต์ตัวเป็นอันดับ 1 ก่อนเปิดฤดูกาล 2012/2013 ก็สามารถทำผลงานได้ดี โดยมาไกลเกินฝัน และยังสามารถดับฝันร้ายของทีมเกือกม้าที่จบอันดับบ๊วยของลีกซีซันที่แล้ว เนื่องจากสามารถขว้างบอลทุบสถิติรุกกีของ แคม นิวตัน โดยทิ้งบอมบ์ไปถึง 4,374 หลา 23 ทัชดาวน์ แต่สำหรับเกมที่ ลัก ต้องนำทัพทีมเกือกม้าไปเยือนทีมอีกาพญายมครั้งนี้ ถือว่าเป็นบททดสอบสุดหินจริงแท้แน่นอน ทีมเยือนยังมีพวกตัวเก๋าๆ อย่าง เรจจี เวย์น, โรเบิร์ต แม็ทธิส รวมทั้งจอมเตะฟิลด์โกล อดัม วินาเทียรี พยายามช่วยกันประคองเกมนี้ หลังจากซีซันปกติ ลัก โดนแซ็กไป 41 ครั้ง จนเสีย 18 อินเทอร์เซปต์
โคลต์ส คงฮึดสู้สุดฤทธิ์เพื่อ ชัค ปากาโน เฮดโค้ชที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว ก่อนจะเบียดชนะหวิว
สกอร์ที่คาด โคลต์ส บุกซิว 20-17
NFC เรดสกินส์ (4)-ซีฮอว์กส (5)
เวลา 04.30 น. (ช่วงเช้ามืดวันจันทร์นี้ตามเวลาไทย)
คู่นี้ถูกแฟนๆ จับตามองไม่น้อยเลย เนื่องจากจะเป็นการวัดฝีมือและมันสมองระหว่าง 2 แม่ทัพรุกกีคือ “อาร์จีทรี” โรเบิร์ต กริฟฟิน เดอะ เธิร์ด ควอเตอร์แบ็กตัวความหวังของ “อินเดียนแดง” เรดสกินส์ กับ รัสเซลล์ วิลสัน จอมขว้างของ “เหยี่ยวทะเล” ซีฮอว์กส
เจ้าถิ่นคงอาศัยอาวุธทางเรียบอย่าง อัลเฟรด มอร์ริส ที่วิ่งทำระยะถึง 1,613 หลา เป็นอันดับ 1 ในลีก ทำให้จอมทัพอย่าง อาร์จีทรี ที่ขว้างบอลไปแล้ว 815 หลา 7 ทัชดาวน์ สามารถบอมบ์ยาวให้ ปิแอร์ การ์ซอง กับ ซานตานา มอสส์ 2 ปีกคู่บารมีทำทัชดาวน์ได้ง่ายขึ้น
แต่ต้องไม่ลืมว่า มาร์ชอน ลินช์ ของทีมเยือน ก็วิ่งทำระยะได้ถึง 1,590 หลา ไม่ได้เป็นรอง มอร์ริส มากมายอะไรนัก และขึ้นอยู่กับว่าเกมนี้ใครจะวิ่งทะลุทะลวงได้มากกว่ากัน และที่สำคัญ การขว้างบอลของ วิลสัน ก็ทรงอานุภาพซะด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่ทิ้งบอมบ์ได้ถึง 3,118 หลาในซีซันปกติ แถมกลายเป็น 26 ทัชดาวน์ ซึ่งทำสถิติมากสุดของจอมทัพรุกกีในประวัติศาสตร์เอ็นเอฟแอล เทียบเท่า เพย์ตัน แมนนิง เมื่อปี 1998 เลยทีเดียว
แต่ด้วยเหตุผลที่ เหยี่ยวทะเล มักจะดุแต่ในรัง จึงเชื่อว่า อินเดียนแดง ที่เพิ่งกวาดชัยมา 7 เกมรวด จนเข้าเพลย์ออฟครั้งแรกในรอบ 13 ปี น่าจะจับเหยี่ยวถลกหนังแบบหืดขึ้นคอ
สกอร์ที่คาด เรดสกินส์ เฉือน 27-24







