
พัตสา ตรีรัตน์ เบอร์แพ็กแก็ก
ไม่มีวิธีการไหนที่จะเข้าใจคนอื่นนอกเสียจากลองเป็นคนนั้นเสียเอง อย่างเช่น คุณน้ำพัตสา ตรีรัตน์
ไม่มีวิธีการไหนที่จะเข้าใจคนอื่นนอกเสียจากลองเป็นคนนั้นเสียเอง อย่างเช่น คุณน้ำพัตสา ตรีรัตน์
โดย...กาญจน์ อายุ
ไม่มีวิธีการไหนที่จะเข้าใจคนอื่นนอกเสียจากลองเป็นคนนั้นเสียเอง อย่างเช่น คุณน้ำ-พัตสา ตรีรัตน์ ที่ในอดีตเคย “มอง” เหล่าแบ็กแพ็กเกอร์ (Bag Packer) เป็นคนประเภทเซอร์ ไม่ชอบอาบน้ำ ติดเครื่องหมายลบไว้กับคนเหล่านี้ แต่เมื่อเธอได้ลองเป็นแบ็กแพ็กเกอร์เสียเอง มุมมองของเธอกลับ “กลับด้าน” ไม่ใช่ว่าเพราะเธอมาเป็นแบ็กแพ็กเกอร์แล้วมองตัวเองให้ดูดี แต่เธอได้ “สัมผัส” แบ็กแพ็กเกอร์คนอื่นที่นอกจากหลังจะแบกเป้แล้ว พวกเขายังแบกน้ำใจและอัธยาศัยดีๆ มาด้วย
คุณน้ำเป็นสาวศรีราชา เคยเป็นเลขาฯ บอสใหญ่บริษัทข้ามชาติ แต่ตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจที่บ้าน และก่อตั้งบริษัทในฝันชื่อ “สยามภูริ” ผลิตตุ๊กตากำจัดกลิ่น เป็นสินค้างานฝีมือที่จับมือกับชาวบ้านทั้งจากเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ให้เป็นผู้ผลิตสินค้าเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน บริษัทดำเนินไปได้สวยเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา สยามภูริเริ่มเคลื่อนไหวช้าลง เพราะเจ้าของบริษัทมาจับงานชิ้นใหม่ที่เป็นความฝันอีกอย่างของเธอ
บ้านสัตหีบ ชายทะเล เป็นเกสต์เฮาส์ขนาดย่อม ติดทะเลสัตหีบ คุณน้ำร่วมหุ้นกับเพื่อนรีโนเวตตึกแถว 4 ห้องให้เป็นห้องพักสไตล์เรียบง่าย เปิดเป็นบ้านพักริมทะเลแก่ผู้รักความสงบเข้ามาพักผ่อน และเมื่อเธอได้เป็นนายตัวเอง เวลาเที่ยวก็ไม่จำกัดแค่วันหยุดและวันพักร้อนอีกต่อไป เธอจึงมีแผนเที่ยว “ทุกเดือน”
ความตั้งใจล่าสุดที่ลงมือเดินทางไปแล้วคือ เที่ยว 10 ประเทศอาเซียนให้ครบก่อนเปิดเออีซี ซึ่งในเดือนนี้ ม.ค. เธอจะไปพุกาม (พม่า) ก.พ. ไป บาหลี (อินโดนีเซีย) มี.ค. ไปฟิลิปปินส์ และอย่าเพิ่งคิดว่าเธอนั้นแบกเป้เที่ยวเพียงลำพัง เพราะเธอมีคู่ชีวิต “พี่ยอด” (สามี) ที่คอยผจญโลกด้วยทุกเวลา ซึ่งแน่นอนว่าเขาเป็นแบ็กแพ็กเกอร์ก่อนเธอมานาน
เอียนซ่า
“เมื่อก่อนจะซื้อแพ็กเกจเที่ยว แต่พอได้เที่ยวแบบแบ็กแพ็กฯ เองมันคือความสุข มันมีอิสระและสนุกกว่า” คุณน้ำพูดถึงความรู้สึกเมื่อได้เปลี่ยนวิถีการเที่ยว และยิ่งตอนนี้เธอไม่ได้เป็นพนักงานประจำจึงมีเวลามากพอให้เที่ยวได้ทุกเดือน ซึ่งตอนนี้ที่เธอกำลังเก็บแต้มอยู่คือไปให้ครบ 10 ประเทศอาเซียน ไปเพื่อพักผ่อนและเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้เห็นเพื่อนบ้านของเราที่จะกลายเป็นเพื่อนสนิทอีกไม่ถึง 3 ปี
ล่าสุดเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เธอและสามีได้แบกเป้กันไปซาปา ประเทศเวียดนาม เมืองที่เธอขอจัดอันดับให้เป็นประเทศ WOW!
“ซาปาเป็นเมืองในหุบเขา มีภูเขาสวยๆ คล้ายสกอตแลนด์ เหมือนเมืองยุโรปที่มีคนเอเชียและชาวเขาอาศัยอยู่ มันจึงมีเสน่ห์มาก” อีกทั้ง ณ ซาปานี่เองที่ให้ประสบการณ์น่าตื่นเต้น “เกือบไม่ได้ขึ้นรถไฟกลับฮานอย” เพราะตั๋วมีปัญหา แต่ทั้งสองก็ผ่านมาได้ด้วยความช่วยเหลือของ “แบ็กแพ็กเกอร์” คู่หนึ่ง ที่เป็นเดือดเป็นร้อนจัดการให้เหมือนรู้จักกันมานาน
ในฐานะของคนที่เห็นประเทศสมาชิกอาเซียนมาแล้ว 8 ประเทศ ทำให้เธอบอกได้เต็มปากเลยว่า “เมืองไทยพร้อมไปด้วยทรัพยากร” ที่เป็นแม่เหล็กดูดนักท่องเที่ยวเออีซีและทั่วโลกเข้ามา “แต่ที่สำคัญเราต้องโปรโมต”
คุณน้ำแสดงความคิดเห็นว่า “เราคนไทยอยู่ในประเทศได้ยินข่าวการท่องเที่ยวไทยมาก จึงรู้สึกว่ามีการโปรโมตเต็มที่ แต่สำหรับคนต่างชาติเขาไม่ได้รับการโปรโมตแบบนั้น แต่ที่เขามาเพราะเขาศึกษาด้วยตัวเอง” เธอยกตัวอย่างตอนที่ศึกษาอยู่อังกฤษ เธอได้ข่าวจากเมืองไทยว่ามีการโปรโมตการท่องเที่ยวมาก แต่ในประเทศที่เธออยู่กลับไม่มีข่าว ไม่เหมือนประเทศเพื่อนบ้านของเราบางประเทศที่มีการโปรโมตนอกประเทศอย่างเต็มที่และเข้าถึงหูคนประเทศนั้น
เชื่อว่าหากประเทศไทยเป็นที่รู้จักแล้ว ใครๆ ก็อยากมา เพราะเรามีทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก แสงแดด ความอบอุ่น และที่สำคัญอัธยาศัยของคนไทยที่พร้อมช่วยเหลือ
ไทยเที่ยว
คุณน้ำได้พูดถึงเรื่องต่อเนื่องที่น่าสนใจยิ่งเกี่ยวกับเรื่องการรณรงค์ให้คนไทยเที่ยวไทยแต่คนไม่เที่ยว นั่นเพราะในเมืองท่องเที่ยวมีค่าใช้จ่ายแพง สู้เพิ่มเงินอีกนิดแล้วบินไปเที่ยวเมืองนอกดีกว่า ยิ่งในปัจจุบันมีสายการบินโลว์คอสต์ที่ขยันออกโปรโมชันด้วยแล้ว การไปเที่ยวต่างประเทศจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อีกต่อไป
คุณน้ำได้แสดงความเห็นว่า “เรื่องค่าที่พัก ค่าเดินทาง ต้องช่วยเหลือคนไทย สนับสนุนคนไทย เพื่อให้คนไทยไม่ต้องคิดมากเรื่องค่าใช้จ่ายเวลาจะไปเที่ยวในประเทศตัวเอง” นอกจากนี้ เธอยังอยากให้คนไทยเที่ยวอย่างมีความรู้ ไม่ใช่แค่ว่าไปถ่ายรูป อัพโหลด และกลับ แต่ไม่ได้ไปสัมผัสกับสถานที่แห่งนั้นเลย
ไม่ต้องยกตัวอย่างคนไกลตัว เพราะคุณน้ำคือคนหนึ่งที่เที่ยวได้มีคุณภาพ ด้วยนิสัยช่างพูดคุยของเธอ “เวลาไปไหนชอบถาม เพราะถ้าเราฟังข้อมูลจากไกด์คนเดียวก็ได้ข้อมูลด้านเดียว ดังนั้นเราต้องคุยกับคนท้องถิ่นด้วย” เธอยกตัวอย่างครั้งไปบรูไน “หลายคนคิดว่าบรูไนเป็นประเทศร่ำรวย มีแต่คนรวย แต่พอได้คุยกับคนขับแท็กซี่ระหว่างทาง ทำให้รู้ว่าจริงๆ แล้วในบรูไนก็มีคนจน มีช่องว่างในสังคมเหมือนประเทศอื่นๆ เหมือนกัน”
นอกจากนี้ เธอยังเป็นคนนิยมเที่ยว “ตลาด” เพราะตลาดเป็นสถานที่ที่สะท้อนวัฒนธรรม อาหารการกิน ผู้คน และเธอสามารถหาอาหารท้องถิ่นทานได้ที่นี่ คุณน้ำจึงเป็นนักท่องเที่ยวที่รู้จักประเทศนั้นจากปากของคนประเทศนั้นเอง
มองมุม
เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนโลกกว้าง เพราะเรียนเมืองนอกหลายปี เที่ยวเมืองนอกมานาน แต่เมื่อเธอได้มาพบ “พี่ยอด” สามีของเธอแล้ว เธอรู้ตัวเลยว่า “แคบมาก”
แคบเพราะคุณน้ำเที่ยวด้านเดียวมาตลอด ซึ่งส่วนใหญ่เป็นด้านใช้เงินซื้อความสุข ไม่รู้เลยว่ามีสิ่งที่ไม่แพงแต่ให้ความสุขที่แท้จริงอยู่ เธอเล่าถึง “ปาย”
มันคือปายครั้งแรกของเธอ แต่คงไม่ใช่ครั้งแรกของสามี “ครั้งนั้นพี่ยอดเลือกให้นอนบ้านดินที่ล้อมรอบด้วยทุ่งหญ้า ซึ่งก่อนไปคิดกังวลว่าจะนอนได้เหรอ จะอาบน้ำได้หรือเปล่า แต่พอไปอยู่จริงๆ มันรู้เลยว่า เราสร้างภาพไปเอง” และความสุขก็หาได้ง่ายๆ แบบไม่ต้องเสียเงิน “พอตื่นเช้ามามองทุ่งหญ้ารอบบ้าน มันเป็นความรู้สึกอิ่ม ผ่อนคลาย ได้พักผ่อน ไม่ต้องไปคิดมากว่าวันนี้จะไปไหน เพราะอยู่เฉยๆ ก็มีความสุขแล้ว”
เธอพูดทิ้งท้ายไว้ว่า “ความสบายมันอยู่ที่ใจ” มุมมองใหม่ที่เธอได้กลับมาพอได้เปิดโลกทัศน์ตัวเอง
คุณน้ำยอมรับว่ายังไม่พร้อมที่จะเดินทางคนเดียว เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย แต่มันก็เป็นความฝันอีกอย่างที่เธออยากทำ เธอและสามีจึงออกเดินทางด้วยกัน ค้นหาโลกในมุมมองใหม่ที่ยังมีอีกมหาศาลให้ไปเจอ
“ต้องเที่ยว!” (คำนี้ไม่ต้องสลับ)







