posttoday
เทรนด์สิ่งแวดล้อมโลก 2556

เทรนด์สิ่งแวดล้อมโลก 2556

04 มกราคม 2556

ในช่วงปี พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่โลกของเราเผชิญกับภัยธรรมชาติไม่หนักหนาสาหัส อย่างที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2554 แต่ก็ถือว่าไม่เบาเมื่อเทียบกับความข่าวคราวภัยธรรมชาติในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา และอาจจะเรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งระบบ ในการพัฒนาสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ และในปี พ.ศ. 2556 เทรนด์สิ่งแวดล้อมจะมุ่งเน้นในทิศทางใด เป็นเรื่องที่เราต้องคอยจับตาดูกันให้ดี

ในช่วงปี พ.ศ. 2555 ที่ผ่านมา นับว่าเป็นปีที่โลกของเราเผชิญกับภัยธรรมชาติไม่หนักหนาสาหัส อย่างที่นักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ต่อเนื่องจากปี พ.ศ. 2554 แต่ก็ถือว่าไม่เบาเมื่อเทียบกับความข่าวคราวภัยธรรมชาติในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา และอาจจะเรียกได้ว่า เป็นปีแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งระบบ ในการพัฒนาสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มที่ และในปี พ.ศ. 2556 เทรนด์สิ่งแวดล้อมจะมุ่งเน้นในทิศทางใด เป็นเรื่องที่เราต้องคอยจับตาดูกันให้ดี


E85 มาแรง

หลังจากภาคประชาชนกระทุ้งความต้องการพลังงานทางเลือกนานนับ 10 ปี เวลานี้ก็เรียกได้ว่าเรากำลังเข้าสู่โลกยุคพลังงานใหม่อย่างเต็มตัว พลังงานที่ทุกพื้นที่ในโลกสามารถผลิตขึ้นมาใช้ได้เอง นั่นก็คือ แก๊สโซฮอล์ อี85 ที่ใช้เอทานอลที่สูงถึง 85 เปอร์เซ็นต์ ลดการพึ่งพาน้ำมันจากต่างประเทศ

ปัญหาที่เคยพบเมื่อ 4 ปีก่อนหน้านี้ก็ได้พัฒนามาจนถึงจุดที่ทุกคนให้การยอมรับ ไม่มีใครกล่าวโทษแก๊สโซฮอล์ผิดอีกต่อไป เพราะช่วยทำให้ราคาน้ำมันลดลง ปีที่ผ่านมามีจำนวนปั๊มแก๊สโซฮอล์ อี85 ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ รถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่นับตั้งแต่ปี พ.ศ 2556 นี้จะผลิตเครื่องยนต์กับระบบรถยนต์ที่รองรับการใช้ อี85 มากขึ้น จากทิศทางที่แน่นอนในการให้ความสนับสนุนของรัฐบาล

แม้กระทั่งภาคประชาชนผู้ใช้งานก็มีไม่น้อย ที่สนใจลงทุนเปลี่ยนระบบน้ำมันในรถเดิมให้รองรับการใช้ อี85 ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ สามารถเติม อี85 ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้เกือบครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันปัจจุบัน แม้ว่าเวลานี้รัฐบาลจะเข้ามาอุ้มราคาเอทานอลเพื่อสนับสนุนการใช้พลังงานทางเลือกอยู่

แต่หากอนาคตมีการพัฒนากำลังการผลิตเอทานอลในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ ก็มีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ว่าราคาเอทานอลจะถูกลงและมีกำลังผลิตเพียงพอกับการความต้องการภายในประเทศ

เส้นใยยุคใหม่

อย่างที่เราเกริ่นไปแต่ต้นว่าอุตสาหกรรมยุคใหม่จะเริ่มใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้เข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ริชาร์ด โจนส์ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ผู้ผลิตเม็ดพลาสติกและโพลีเอสเตอร์รายใหญ่ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรงของสภาพอากาศในปัจจุบัน ก่อให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเส้นใยธรรมชาติ ตลาดเส้นด้ายขนสัตว์ต้องเผชิญความยากลำบากมากขึ้น

อุตสาหกรรมสิ่งทอจึงกลับมาให้ความสนใจกับเส้นใยโพลีเอสเตอร์ที่สามารถนำกลับไปรีไซเคิลได้ สิ่งทออนาคตไม่พ้นต้องปรับตัวตามกระแสสิ่งแวดล้อม ที่ต้องจัดการกับความชื้นได้ดี ต้องมีการกระจายและระเหยของความชื้นได้อย่างรวดเร็ว แห้งเร็ว ดูแลรักษาง่าย ซักทำความสะอาดง่าย มีคุณสมบัติคงทน ทนทานต่อการต้านรังสียูวี และใส่สบายไม่ต่างจากเส้นใยธรรมชาติ

เทรนด์สิ่งแวดล้อมโลก 2556

 

เทคโนโลยีพกพา

เมื่อโลกอยู่ในสภาวะการขาดแคลนพลังงาน เราจึงเริ่มปรับตัวที่นำพลังงานที่มีอยู่มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้เกิดประโยชน์เทียบเท่าหรือสูงกว่าด้วยการใช้พลังงานที่น้อยลง จึงเกิดเป็นกระแสการใช้งานอุปกรณ์พกพา เช่น สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ทดแทนการใช้งานโน้ตบุ๊กสำหรับงานบางอย่างที่สามารถแทนกันได้ เช่น เช็กอีเมล มีตติงคอล แชต หรือเปลี่ยนมาใช้อัลตราบุ๊กที่กินไฟต่ำ สามารถทำงานได้ถึง 8 ชั่วโมง โดยไม่ต้องชาร์จไฟระหว่างวัน ก็เป็นทางเลือกสำหรับการประหยัดพลังงานสำหรับทุกคน

ในปีนี้เราจะได้เห็นโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่มีความบางและเบา รวมไปถึงการออกแบบอะแดปเตอร์ที่มีขนาดเล็กลงกว่าเดิมถึงครึ่งหนึ่ง ในขณะที่สมาร์ตโฟนจะมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่แตกต่างกันออกไป

พลาสติกชีวภาพ

ถุงผ้าเป็นแค่กระแสชวนรักษ์โลกที่ทำไม่ได้จริงในชีวิตยุคใหม่อีกต่อไปแล้ว ตราบเท่าที่ภาครัฐยังไม่ออกกฎข้อบังคับอย่างจริงจัง แต่ต่อจากนี้ไปการใช้ถุงพลาสติกอาจไม่ใช่ปัญหาขยะระดับโลกอีกต่อไป เพราะเรามีพลาสติกชีวภาพที่สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติภายใน 1 ปี หาใช่เวลานับร้อยปีเหมือนถุงพลาสติกรุ่นเก่าอีกต่อไป

เม็ดพลาสติกชีวภาพนี้ผลิตมาจากแป้งและน้ำตาล นำมาแปรสภาพเป็นเม็ดพลาสติก ซึ่งในประเทศไทยเพิ่งมีการลงทุนสร้างโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชนิดนี้เพิ่มขึ้นมา ซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมพลาสติกภายในประเทศหันมาใช้พลาสติกชีวภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าประเภทใช้แล้วทิ้งทั้งหลาย


เกษตรอินทรีย์

ต้องขอบคุณกระแสละครหลายๆ เรื่องที่ผ่านมาในช่วงปี พ.ศ. 25542555 ที่ทำให้ภาพลักษณ์เกษตรกรไทยจนๆ ดูมีระดับขึ้นทันตาเห็น รวมทั้งสอดแทรกการให้ความรู้เรื่องการทำเกษตรอย่างถูกต้องด้วยการลดการใช้ยาฆ่าแมลง หันมาใช้การปลูกพืชด้วยแนวเกษตรอินทรีย์และวิถีชีวิตพอเพียง

กรุ่น โตชัย เกษตรกรดีเด่น จ.นครสวรรค์ อธิบายถึงการทำเกษตรอินทรีย์ว่า เริ่มแรกเราต้องเข้าใจว่า หากหันมาทำเกษตรอินทรีย์แล้วสิ่งที่ต้องเสียไปมีเพียงอย่างเดียวก็คือ ผลผลิตที่ได้จะไม่สวยเหมือนกับผลผลิตที่ใช้ยาฆ่าแมลงกับปุ๋ยเคมี

แต่สิ่งที่ได้กลับมานั้นมากมายมหาศาล สุขภาพของตัวเกษตรกรเองจะดีขึ้น เพราะไม่ต้องทนดมสารเคมีทุกวัน ผลผลิตที่ได้ออกมาจะปลอดสารเคมีปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค ไม่ทำให้ดินแข็งและไม่ทำลายสิ่งมีชีวิตที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ไม่มีสารเคมีไหลปนไปกับน้ำทำลายระบบนิเวศของสัตว์น้ำ และที่สำคัญเป็นการทำเกษตรที่ต้นทุนต่ำที่สุด แต่ได้กำไรชีวิตในทุกด้านอย่างมหาศาลที่สุด ปี พ.ศ. 2556 จึงเป็นอีกปีที่เกษตรกรจะเริ่มหันมาทำการทำเกษตรอินทรีย์ ด้วยแนวคิดวิถีชีวิตพอเพียงกันมากขึ้น เพราะ 20 ปีที่ผ่านมาพวกเขารู้แล้วว่าการใช้สารเคมีคือการทำลายหน้าดินและชีวิตของพวกเขาเอง

จะเห็นได้ว่า ทุกอย่างมีแนวโน้มในการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยใช้พลังงานและทรัพยากรน้อยลง และปรับให้เราทุกคนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่จะกลับมาเห็นโลกที่สวยงามทุกอย่างหมุนเวียนตามฤดูกาล รวมทั้งบรรเทาความรุนแรงจากภัยธรรมชาติที่เรากำลังเผชิญ

อย่างไรก็ดี สิ่งที่นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและนักวิทยาศาสตร์ทั้งในและต่างประเทศให้ความเห็นตรงกัน ก็คือ การรับมือกับภัยธรรมชาติที่เรากำลังเผชิญอยู่ แม้จะวางมาตรการป้องกันภัยน้ำท่วม ดินถล่ม และพายุ มากเพียงใดก็ได้แค่บรรเทาเท่านั้น ทางที่ดีที่สุดก็คือ การให้ความรู้กับทุกคนให้อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างถูกต้องในทุกสถานการณ์ รู้จักใช้เทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมไปมากกว่าที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง