posttoday
เส้นทางสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว พระจอมเกล้าธนบุรี

เส้นทางสู่มหาวิทยาลัยสีเขียว พระจอมเกล้าธนบุรี

04 มกราคม 2556

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ / ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับที่ 17 ของโลก อันดับ 1 ของประเทศไทย และอันดับ 3 ของเอเชียแปซิฟิก ล่าสุดเจ้าของแนวคิดการจัดการพลังงานคนสำคัญ ดร.โสฬส สุวรรณยืน รองอธิการบดี มจธ. (บางขุนเทียน) ก็คว้ารางวัลผู้บริหารอาคารควบคุมดีเด่น ไทยแลนด์ เอนเนอร์ยี อวอร์ด 2012 กระทรวงพลังงาน

อะไรที่ทำให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีเดินมาสู่ความเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียว

มหาวิทยาลัยสีเขียวระดับโลก

ไปสู่สิ่งแวดล้อมที่ดีกว่า ความยั่งยืนที่พิสูจน์ได้ด้วยรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงานมากมาย ก่อนหน้านี้ มจธ.ได้รับการจัดอันดับเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอันดับที่ 17 ของโลกในปี 2010 จากการจัดอันดับของ UI Green Metric Ranking of World Universities โดย Universitas Indonesia หรือ UI ซึ่งเชิญมหาวิทยาลัยทั่วโลกส่งข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ภายใต้เกณฑ์ที่กำหนด มีมหาวิทยาลัยทั่วโลกกว่า 1,000 แห่ง ส่งข้อมูลเพื่อขอรับการจัดอันดับ

ในปี 2005, 2008 และ 2011 ได้รับรางวัลไทยแลนด์ เอนเนอร์ยี อวอร์ด ประเภทสถาบันการศึกษา ที่ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานดีเด่น ล่าสุด (12 ก.ย.ที่ผ่านมา) ดร.โสฬส รองอธิการบดี (บางขุนเทียน) และผู้อำนวยการหน่วยปฏิบัติการวิจัยและพัฒนาวิศวกรรมชีวเคมีและโรงงานต้นแบบ มจธ. ได้รับรางวัลผู้บริหารควบคุมอาคารดีเด่น

ดร.โสฬส เล่าว่า การอนุรักษ์พลังงานของ มจธ. ได้นำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม จัดทำโรดแมปหรือแผนหลักด้านการจัดการพลังงานของมหาวิทยาลัย รวมทั้งผลักดันระบบผู้จัดการอาคาร (Facility Management) อนุรักษ์พลังงานแบบมีส่วนร่วมควบคู่ไปกับการจัดตั้งเครือข่ายคณะทำงานด้านพลังงาน

เครือข่ายคณะทำงานด้านพลังงานดังกล่าว อาจเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของความสำเร็จ โดยมหาวิทยาลัยได้ก่อตั้งศูนย์การจัดการด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและชีวอนามัย (Energy Environment Safety and HealthEESH) ขึ้นตั้งแต่ปี 2546 ต่อมาได้รับสนับสนุนงบประมาณแบบแมตชิงฟันด์ (Matching Fund) จากคณะรัฐมนตรีในขณะนั้น รวม 110 ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบต้นแบบการบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมความปลอดภัยขึ้น จัดทำกลไกเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติรูปแบบเดียวกันทั้งมหาวิทยาลัย

EESH เป็นผู้รับผิดชอบโครงการมหาวิทยาลัยสีเขียว (Green Campus) มีหน้าที่พัฒนาระบบการทำงานและพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือภายในมหาวิทยาลัย ภายใต้รูปแบบไตรภาคีร่วมกับสมาคมนักศึกษาเก่า และคณะกรรมการส่งเสริมมหาวิทยาลัยซึ่งเป็นภาคเอกชน

นอกจากนี้ ยังสนับสนุนโครงการสร้างจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงานแก่บุคลากรและนักศึกษา ขยายผลผ่านกิจกรรม KMUTT Green School Network และ University –Community Network ซึ่งลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้กว่า 200 ล้านบาทต่อปี ลดค่าใช้จ่ายด้านการจัดการขยะ 50 ล้านบาทต่อปี และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อีก 500 ตันต่อปี

“มจธ.มีบุคลากรและนักศึกษารวมกว่า 2 หมื่นคน มีการใช้พลังงาน ใช้ทรัพยากรและปลดปล่อยของเสียมหาศาล โดยการเป็นมหาวิทยาลัยที่เน้นด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการทำวิจัยทดลองสารเคมีและพลังงานด้านต่างๆ ยังทำให้มีของเสียอันตรายจำนวนมาก หากไม่สร้างระบบที่ดีขึ้นมารองรับก็แย่”

ระบบที่พัฒนาขึ้นในปัจจุบัน สามารถจัดการของเสียและของเสียอันตรายได้ 100% (Zero Watse) คิดเป็นผลประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมกว่า 480 ล้านบาทต่อปี ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน 240 ล้านบาท (ไม่นับมูลค่าของการลดค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 72 ล้านบาทต่อปี) และพัฒนาบุคลากรด้านสิ่งแวดล้อม (ระดับวิศวกร) อีกกว่า 60 คน

EESH สร้างบรรยากาศที่ดี มีความปลอดภัย และส่งเสริมให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ปัจจุบันระบบจัดการพลังงาน การจัดการขยะ การจัดการสารเคมีอันตรายและการจัดการของเสียอันตรายของ มจธ. ถือเป็นระบบต้นแบบของมหาวิทยาลัย และหน่วยงานอุตสาหกรรมอีกมากมาย

“มจธ.เป็นองค์กรรัฐ มีหน้าที่ร่วมรับผิดชอบต่อความเป็นไปด้านสิ่งแวดล้อม เราต้องเป็นตัวอย่าง เราต้องทำก่อน เมื่อประสบความสำเร็จแล้วก็ขยายผล และขยายผลต่อไปเรื่อยๆ”ดร.โสฬส เล่า

เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมและพลังงานของมหาวิทยาลัยในระยะยาว

1.มุ่งมั่นสู่การเป็นมหาวิทยาลัยสีเขียวอย่างยั่งยืน

2.ให้ความสำคัญกับการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์พลังงาน

3.รักษามาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมใน 4 ด้านหลัก คือ ระบบการจัดการขยะ การจัดการสารเคมีของเสียอันตราย การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการพัฒนาพื้นที่ในมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับการเป็นสังคมจักรยานและการเดินเท้า

4.มุ่งจัดการพลังงานใน 3 ด้านสำคัญ คือ การจัดการพลังงานแบบมีส่วนร่วมในรูปของเครือข่ายคณะทำงานอนุรักษ์พลังงาน การส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนภายในมหาวิทยาลัย และการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด การใช้คาร์พูลและส่งเสริมการใช้จักรยานเพื่อลดโลกร้อน

5.มาตรการประหยัดพลังงานสูงสุด

มจธ.มีเป้าหมายลดการใช้พลังงานไฟฟ้าลง 30% ภายในปี 2017 เมื่อเทียบกับปี 2003 โดยในปี 2012 มีการใช้ไฟฟ้าทั้งสิ้น 23,601,868 กิโลวัตต์ เทียบเป็นการใช้ไฟฟ้าต่อคนต่อปี 1,060 กิโลวัตต์/คน/ปี โดยลดลงจากปี 2011 จำนวน 2.7% และลดลง 23.12% เมื่อเทียบกับปี 2003

มจธ.มีเป้าหมายลดการใช้น้ำประปาลง 45% ภายในปี 2017 เมื่อเทียบกับปี 2003 โดยในปี 2012 มีการใช้น้ำทั้งสิ้น 293,964 ลูกบาศก์เมตร เทียบเป็นการใช้น้ำต่อคนต่อปี 13.21 ลูกบาศก์เมตร/คน/ปี โดยลดลงจากปี 2011 จำนวน 4.49% และลดลง 44.49% เมื่อเทียบกับปี 2003

“เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของ มจธ. สอดล้อไปกับเป้าหมายของการเป็นมหาวิทยาลัย ที่ผลิตบัณฑิตคุณภาพ ผลิตคนดีของสังคมโลก ผู้มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เรียนรู้และเข้าใจในวิถีชีวิตที่ต้องปรับเปลี่ยน โลกอนาคตกำลังเปลี่ยนแปลง เราสร้างคนที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างคนเพื่อรองรับสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน” ดร.โสฬส กล่าว

ข่าวล่าสุด

แบรนด์แห่จดเครื่องหมายการค้า Fast Track ครึ่งปี 69 ทะลุ 1.5 หมื่นคำขอ

แบรนด์แห่จดเครื่องหมายการค้า Fast Track ครึ่งปี 69 ทะลุ 1.5 หมื่นคำขอ