แปรผักตบชวาเป็นถ่านอัดแท่ง
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ ทีมอินสไปเรชัน
โดย...วรธาร ทัดแก้ว ภาพ ทีมอินสไปเรชัน
วัชพืชอย่างผักตบชวาต้นหนึ่งสามารถขยายได้ 300 ต้น ภายในระยะเวลา 1 เดือน นับว่าขยายพันธุ์รวดเร็วมาก ถ้าไม่ต้องการให้แพร่พันธุ์สร้างปัญหาให้กับแหล่งน้ำ การทำการเกษตรก็ต้องรีบกำจัดขณะมีจำนวนน้อย เพราะถ้าแพร่พันธุ์มากก็ยากแก่การจัดการ ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดมากขึ้น แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการนำไปแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องจักสาน ก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาผักตบชวาให้หมดไปจากแม่น้ำลำคลองได้หมด
หมู่บ้านวังผาง ต.วังผาง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน เป็นอีกชุมชนหนึ่งที่มีบ้านติดกับแม่น้ำปิงที่มีผักตบชวาจำนวนมหาศาลในแหล่งน้ำ ชาวบ้านต้องเสียเวลาและเสียเงินในการกำจัดผักตบชวาในแต่ละครั้งจำนวนมาก เนื่องจากผักตบชวาส่งผลต่ออาชีพเลี้ยงปลาในกระชัง ทำให้ออกซิเจนในน้ำเหลือน้อย เกิดน้ำเน่าเสีย ทั้งยังขึ้นขวางทางไหลของน้ำทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเพราะระบายน้ำไม่ทัน
จากปัญหาดังกล่าวทำให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาการจัดการทั่วไป คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จ.เชียงใหม่ รวมกลุ่มกันช่วยคิดหาวิธีการกำจัดและลดปริมาณของผักตบชวาลง หนึ่งในแนวคิดที่ตกผลึก คือ การนำผักตบชวามาอัดแท่งทำเป็นถ่านใช้ในการหุงต้ม
ที่มานวัตกรรมถ่านจากผักตบ
เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการผลิตถ่านอัดแท่งด้วยไม้อยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงนำแนวคิดไปต่อยอดทดลองจนสำเร็จแล้วส่งโครงการ “ผักตบชวา วัชพืชไร้ค่า พัฒนาเศรษฐกิจชุมชน” เข้าประกวดใน “โครงการกรุงไทยต้นกล้าสีขาว” ประจำปี 2555 ภายใต้ทีม “อินสไปเรชัน ออฟ วีด” (Inspiration of weed) ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน จักรพันธ์ เลี่ยวเจริญสิริชัย ณัฐพร วงศ์ประสิทธ์ ธิดารัตน์ วาทกิจ ชัชชัย ภมรจันทร์ และ ชาริณี ยอดดี
จักรพันธ์ เลี่ยวเจริญสิริชัย หรือ บาส หัวหน้าทีมเล่าถึงที่มาของถ่านผักตบชวาอัดแท่งว่า เพราะต้องการช่วยลดปริมาณผักตบชวาที่มีจำนวนมากในแม่น้ำปิง เพราะส่งผลกระทบต่อการเลี้ยงปลาในกระชังของหลายชุมชนและยังขวางทางไหลของน้ำให้ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม จึงได้ร่วมกับเพื่อนๆ คิดค้นวิธีการกำจัดและแปรรูปผักตบชวาที่ไร้ค่าให้มีประโยชน์เพื่อช่วยลดปริมาณของผักตบชวาลงจนได้ไอเดียนำไปทำเป็นถ่านอัดแท่งใช้เป็นเชื้อเพลิงในการหุงต้ม
“พวกผมได้แนวคิดและแรงบันดาลใจจากการที่มหาวิทยาลัยของพวกผมได้ทำถ่านอัดแท่งจากไม้อยู่ก่อนแล้ว แต่ว่าพวกผมได้ดัดแปลงวัตถุดิบจากไม้มาเป็นผักตบชวาแทน โดยผักตบชวาสดปริมาณ 1,000 กิโลกรัม จะได้ผักตบชวาอัดแท่งน้ำหนักประมาณ 775 กิโลกรัม ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เกินคาด เพราะถ่านจากผักตบชวาอัดแท่งสามารถใช้งานได้จริงและให้พลังงานความร้อนที่ยาวนานกว่าถ่านไม้ธรรมดาทั่วไปอีกด้วย” หัวหน้าทีมอินสไปเรชันฯ กล่าว
ขั้นตอนการทำ
บาสเล่าขั้นตอนการทำว่า เบื้องต้นนำผักตบชวาที่เก็บได้มาสับละเอียด หรือนำเข้าเครื่องย่อยปุ๋ยพืชสด เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและสะดวก จากนั้นนำผักตบชวาที่ย่อยแล้วตากแห้งประมาณ 5–10 วัน ถ้าต้องการประหยัดเวลาสามารถใช้เครื่องอบได้ โดยอบในอุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียส นาน 12 ชั่วโมง จะได้ผักตบชวาที่แห้งสนิท จากนั้นนำผักตบชวาที่แห้งสนิทนั้นมาผสมน้ำกับแป้งมันสำปะหลัง ในสัดส่วน ผักตบชวา 10 กิโลกรัม น้ำ 1 ลิตร แป้งมันสำปะหลัง 1 กิโลกรัม คนให้เข้ากัน เสร็จแล้วก็นำผักตบชวาที่ผสมน้ำและแป้งมันสำปะหลังมาอัดในท่อพีวีซี (PVC) ตามขนาดที่ต้องการ หรือถ้ามีเครื่องอัดก็นำเข้าเครื่องอัดแท่งได้ หากมีปริมาณมากก็จะช่วยประหยัดเวลา
หัวหน้าทีมอินสไปเรชันฯ เล่าต่อว่า เมื่อได้ผักตบชวาอัดแท่งแล้วให้นำไปตากแดดให้แห้งประมาณ 12 วัน จากนั้นนำมาเผาแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน โดยใช้แกลบแก่เผาถ่านประมาณ 1 วัน
“เมื่อเผาเสร็จก็จะได้ถ่านผักตบชวา 500 กิโลกรัม นำไปบรรจุภัณฑ์ชะลอม ชะลอมละ 500 กรัม จะได้ถ่านผักตบชวาทั้งหมด 1,000 ชะลอม ขายชะลอมละ 10 บาท ก็จะได้เงิน 1 หมื่นบาท เมื่อหักต้นทุนค่าใช้จ่ายประมาณ 5,000 บาท ก็จะมีกำไร 5,000 บาท
จุดไฟง่ายให้ความร้อนดีกว่าถ่านไม้
จักรพันธ์เปรียบเทียบถ่านผักตบชวากับถ่านไม้แบบธรรมดาว่า จากการทดลองใช้ถ่านจากผักตบชวาปริมาณ 300 กรัม เพื่อต้มน้ำปริมาณ 2 ถ้วยตวง ผลการทดสอบพบว่าถ่านที่ทำจากผักตบชวาสามารถให้ความร้อนในอุณหภูมิที่ 81 องศาเซลเซียส และให้ความร้อนอย่างคงที่ ถ่านผักตบชวาสามารถให้พลังงานนานถึง 1 ชั่วโมง 45 นาที
“ที่สำคัญมีควันขึ้นน้อยกว่าถ่านไม้ธรรมดา ไม่ทำให้เกิดสารก่อมะเร็งเนื่องจากผ่านกระบวนการเผาไหม้มาถึง 800 องศาเซลเซียส สามารถทดสอบจากการดูที่ก้นหม้อหลังจากใช้งานเสร็จ ไม่มีเขม่าสีดำติดอยู่ ส่วนการใช้ถ่านไม้ธรรมดาทั่วไปในปริมาณเท่ากัน สามารถให้ความร้อนสูงถึง 87 องศาเซลเซียส แต่ถ่านไม้จะอยู่ได้นานเพียงแค่ 1 ชั่วโมง 5 นาที และมีควันเขม่าสีดำติดที่ก้นหม้อ อีกทั้งยังแตกมีสะเก็ดไฟ แถมจุดไฟยากกว่าถ่านจากผักตบชวาอีกด้วย” บาส อธิบายคุณสมบัติและประสิทธิภาพการใช้งาน
หัวหน้าทีมอินสไปเรชันฯ เสริมว่า นวัตกรรมใหม่ที่พวกตนและเพื่อนช่วยกันคิดนี้สอดคล้องกับพื้นที่ของชุมชน อย่างแรกช่วยแก้ปัญหาขยะจากผักตบชวา ขณะเดียวกันชาวบ้านสามารถประยุกต์เอาเครื่องมือในท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่มีเตาอบลำไยอยู่แล้วมาอบผักตบในกรณีที่ไม่มีแสงแดดได้ และภายหลังจากที่ผลิตภัณฑ์ถ่านจากผักตบชวาออกสู่ท้องตลาดก็ได้รับการตอบรับจากลูกค้าร้านหมูกระทะและชาวบ้านในพื้นที่ภาคเหนือที่นำถ่านไปผิงไฟแก้หนาวในช่วงหน้าหนาวนี้ ทั้งยังเป็นเชื้อเพลิงทางเลือกอีกทางโดยพยายามหาจุดขายตามร้านค้าในชุมชน
สำหรับใครที่สนใจอยากเรียนรู้วิธีการทำถ่านผักตบชวาอัดแท่ง สามารถเข้าไปศึกษาและขอข้อมูลได้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน ชุมชนบ้านวังผาง อ.เวียงหนองล่อง จ.ลำพูน หรือเข้าไปชมตัวอย่างของถ่านผักตบชวาอัดแท่งได้ที่ http://www.facebook.com/BatteryPhakTb หรือติดต่อน้องๆ จากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ได้ที่ บาส จักรพันธ์ โทร. 083-157-5109 หรือ โครงการกรุงไทยต้นกล้าสีขาว ของธนาคารกรุงไทย โทร. 02-208-86746


