
ช็อคตาตั้ง!
เป็นที่รู้กันดีว่าสหรัฐเป็นประเทศที่เข้มงวดกับการตรวจคนเข้าเมืองมาก ไม่เชื่อไปถามโม ฟาราห์ ได้ เพราะขนาดเจ้าของ 2 เหรียญทองโอลิมปิกยังโดนกักตัวเพราะถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้าย
เป็นที่รู้กันดีว่าสหรัฐเป็นประเทศที่เข้มงวดกับการตรวจคนเข้าเมืองมาก ไม่เชื่อไปถามโม ฟาราห์ ได้ เพราะขนาดเจ้าของ 2 เหรียญทองโอลิมปิกยังโดนกักตัวเพราะถูกตั้งข้อสงสัยว่าอาจจะเกี่ยวพันกับกลุ่มก่อการร้าย
แม้ว่าชื่อของ โม อาจจะไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักในบ้านเรา แต่ที่อังกฤษเขาคือฮีโร่ของสหราชอาณาจักร (ทีม จีบี) จากการแข่งขัน “ลอนดอน 2012” หลังจากที่คว้า 2 เหรียญทองมาครองจากการวิ่งระยะ 5,000 และ 10,000 เมตร
จากผลงานดังกล่าวทำให้นักวิ่งคนเก่งได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น CBE จากควีนอลิซาเบธที่ 2 ในฐานะผู้ทำชื่อเสียงให้กับประเทศและคุณูปการต่อวงการกีฬาด้วยอีกต่างหาก
นอกเหนือจากความเก่งกาจบนลู่วิ่งแล้วโม ยังทำให้ท่าดีใจหลังเข้าเส้นชัยของเขากลายเป็นท่าฮิตในช่วงโอลิมปิกที่ผ่านมาด้วยซึ่งฝรั่งเรียกกันว่าท่า “MoBot” หรือท่าซารางเฮโย เพราะขนาด อูเซน โบลต์ ลมกรดชื่อดังชาวจาเมกา ยังทำเลียนแบบตอนได้เหรียญทองด้วย
กระนั้นก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐที่เมืองพอร์ตแลนด์ ในรัฐโอเรกอน เห็นข้อมูลในพาสปอร์ตของ ฟาราห์ว่าเกิดที่โซมาเลีย ซึ่งเป็นประเทศที่สหรัฐหมายหัวว่าเป็นแหล่งสุมหัวของกลุ่มผู้ก่อการร้าย และนั่นก็ทำให้เขาถูกนำตัวไปสอบสวนทันที
“ผมไม่อยากจะเชื่อเลย เพราะว่าผมมีเชื้อสายโซมาเลีย ผมต้องถูกกักตัวทุกครั้งเมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐ แม้ว่าครั้งนี้ผมจะมีเหรียญโอลิมปิกมาแสดงให้พวกเขาเห็นว่าผมเป็นใคร แต่พวกเขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี” นักวิ่งระยะไกล วัย 29 ปี กล่าว
โม เตรียมที่จะมาฉลองคริสต์มาสกับครอบครัวที่เมืองพอร์ตแลนด์ หลังจากที่ย้ายไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อทำงานร่วมกับ อัลแบร์โค ซาลาซาร์ เทรนเนอร์ระดับโลก ที่สำนักงานใหญ่ของไนกี้
ฮีโร่ทีมจีบี เผยอีกว่า เขาพยายามที่จะขอใบอนุญาตพำนักอยู่ที่เมืองลุงแซม โดยที่ไม่ต้องใช้วีซ่านักท่องเที่ยวตลอดเวลา เนื่องจากไม่สะดวกกับการทำงาน
“เราอยู่ที่พอร์ตแลนด์ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และเมื่อวีซ่าหมดอายุ เราก็ต้องเดินทางออกนอกประเทศและกลับเข้ามาใหม่อีกครั้ง ด้วยเหตุนี้เราต้องบินไปที่โตรอนโต (ประเทศแคนาดา) และอยู่ที่นั่น 23 วันแล้วค่อยกลับมา แต่เมื่อเรามาถึง เรากลับถูกสอบสวนว่าอาจจะเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐในฐานะผู้ก่อการร้าย” โม เผย
โชคยังดีที่ โม ยังได้รับอนุญาตให้ติดต่อกับ ซาลาซาร์ ซึ่งมีเพื่อนทำงานอยู่เอฟบีไอ แถมยังเป็นแฟนกีฬาวิ่งตัวยง ก็เลยรู้จักว่า โม ฟาราห์ เป็นเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย และจัดการช่วยเหลือให้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองได้ในที่สุด
ถ้าเกิดว่าไม่มีใครรู้จักขึ้นมาละก็ มีหวังโม อาจจะต้องระเห็จกลับอังกฤษ หรือต้องอยู่แคนาดาต่อก็เป็นได้
พูดถึงคริสต์มาส โม และ ทันยา ภรรยามีโอกาสร่วมฉลองด้วยกันเป็นครั้งแรกในรอบ4 ปี และครั้งนี้ถือว่าพิเศษกว่าที่ผ่านมา เพราะพวกเขาเพิ่งจะมีลูกแฝดด้วยกัน ชื่อ ไอชา และ อมานี ที่เพิ่งคลอดหลังจบการแข่งขันโอลิมปิกที่กรุงลอนดอนได้แค่ 2 สัปดาห์ ส่วน ริอันนา เป็นลูกติดของ ทันยา แต่ก็ได้รับการเลี้ยงดูจาก โม มาตั้งแต่ตอนที่เธออายุแค่ 3 ขวบ
“มันถือเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ แต่สิ่งที่ดีที่สุดก็คือได้จบปีด้วยการอยู่กับคนที่ผมรัก มันเป็นคริสต์มาสแรกของคู่แฝดตัวน้อยๆ ด้วย ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาผมต้องไปฝึกซ้อมที่อื่นตลอด และนั่นจึงทำให้ปีนี้มันพิเศษจริงๆ” โม กล่าว







