
ทำอย่างไรให้ลูกจ้างทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ
“คิดเป็นนายต้องเก่งคน” (Executive Power) เขียนโดย ดร.เดวิด เจ.ไลเบอร์แมน แปลด้วยพรเลิศ อิฐฐ์
“คิดเป็นนายต้องเก่งคน” (Executive Power) เขียนโดย ดร.เดวิด เจ.ไลเบอร์แมน แปลด้วยพรเลิศ อิฐฐ์
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
สำนักพิมพ์วีเลิร์น เล่าถึงไอเดียดีๆ เกี่ยวกับขวัญกำลังใจในองค์กร สภาพจิตใจที่ฮึกเหิมของคนที่อยู่รวมกันเป็นหมู่คณะ ปรากฏให้เห็นผ่านความมั่นใจ ความกระตือรือร้น ความมีระเบียบวินัย และแรงจูงใจในการทำงานเป็นกลุ่ม คุณเห็นสิ่งเหล่านี้ในที่ทำงานของคุณหรือไม่
งานวิจัยจำนวนมากเผยให้เห็นว่า ปัจจัยที่จะสร้างความพอใจได้อย่างแท้จริง (สิ่งที่จะทำให้ลูกจ้างมีความสุข) นั้น ไม่อาจหาซื้อได้ด้วยเงิน ในทางตรงกันข้าม เพียงแค่ใช้หลักจิตวิทยาเล็กๆ น้อยๆ คุณก็จะสามารถบำรุงขวัญกำลังใจโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท
กลวิธีที่ 1 มองหาการมีส่วนร่วม
ผู้คนอยากมีส่วนร่วมในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ และในทางกลับกัน สิ่งนั้นก็ต้องเชื่อในคุณค่าของการมีส่วนร่วมของพวกเขาด้วย ดังนั้น การเปิดโอกาสให้ลูกจ้างได้แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระภายในองค์กร จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นขวัญกำลังใจ
กลวิธีที่ 2 การเข้าสังคม การชื่นชม และการยอมรับ
บ็อบ เนลสัน ผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรด้านแรงจูงใจระบุว่า “เหนือสิ่งอื่นใด ลูกจ้างอยากให้คนที่พวกเขาเคารพยกย่องเห็นความสำคัญ เมื่อพวกเขาทำผลงานได้ดี” เทคนิคที่เรียบง่ายแต่บำรุงขวัญกำลังใจลูกจ้างได้ดีเยี่ยม คือการพูดขอบคุณทุกครั้ง เพราะลูกจ้างอยากได้ยินว่าความสำเร็จของพวกเขาเป็นที่ยอมรับ ก็ลูกจ้างทุกคนล้วนอยากรู้สึกว่า ความทุ่มเทของตนมีค่าเท่ากับคนอื่นๆ ในทีม
กลวิธีที่ 3 ลงทุนสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้จัดการกับลูกจ้าง
ลูกจ้างต้องการผู้จัดการที่ใส่ใจในชีวิตของพวกเขานอกเหนือไปจากชีวิตในที่ทำงาน บริษัท แกลลัป ได้สอบถามมนุษย์เงินเดือนกว่า 8 ล้านคนทั่วโลก ว่า รู้สึกอย่างไรกับข้อความต่อไปนี้ “หัวหน้าของฉันหรือใครก็ตามในที่ทำงานดูเหมือนจะใส่ใจในตัวฉัน” คนที่เห็นด้วยกับข้อความดังกล่าว มีแนวโน้มที่จะอยู่กับองค์กรต่อไป ลูกจ้างกลุ่มนี้หาลูกค้าได้มากกว่า และทำงานได้มีประสิทธิภาพเหนือกว่า
เคล็ดลับในเรื่องนี้ คือการทำความเข้าใจลูกจ้างเป็นคนๆ ไป แล้วปรับแต่งวิธีบริหารให้สอดคล้องกับลูกจ้างแต่ละคน
กลวิธีที่ 4 เมื่อเงินทำลายขวัญกำลังใจและพลังความคิดสร้างสรรค์
จะแปลกใจถ้าบอกว่า พนักงานที่ถูกขอให้จัดอันดับความสำคัญที่สุดในการทำงานของพวกเขา เงินอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าปัจจัยอื่นๆ แต่เมื่อสอบถามผู้บริหารว่า อะไรที่สำคัญที่สุดสำหรับพนักงาน พวกผู้บริหารจะจัดให้เงินอยู่ในอันดับสูงสุดเสมอ
แน่นอนว่าคนเราต้องทำมาหาเลี้ยงชีพ และอยากได้ค่าตอบแทนสำหรับสิ่งที่เราลงทุนลงแรงไป แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า คุณไม่สามารถเอาเงินฟาดหัวใครแล้วคาดหวังว่า เขาจะเปลี่ยนแปลงทัศนคติและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นได้หรอก
คำตอบในเรื่องนี้คือธรรมชาติของมนุษย์ ที่มีแรงผลักดันที่จะโดดเด่น เป็นเอกลักษณ์ และเปิดเผยตัวตนออกมา เมื่อเราสร้างสรรค์บางสิ่งบางอย่าง เราจะรู้สึกมีชีวิตชีวา แต่เมื่อเราทำงานง่ายๆ หรืองานที่ไม่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ นั่นต่างหากที่จะทำให้เราหมดไฟ แทบไม่มีสิ่งใดที่บำรุงขวัญกำลังใจได้เร็วไปกว่าการเปิดโอกาสให้พนักงานใส่ตัวตนของตนลงไปในงานของพวกเขาเอง
สรุปว่า เคล็ดลับง่ายๆ ที่จะทำให้คนรอบตัวภักดีต่อคุณอย่างไม่เสื่อมคลาย นั่นก็คือ การสื่อสารกับลูกจ้างและลูกค้าทุกครั้งที่มีโอกาส การมีนโยบายเปิดกว้าง การกล่าวชมเชยและให้การสนับสนุน รวมถึงการพูดคุยกันเป็นส่วนตัวอย่างสม่ำเสมอ โดยอาจคุยกันแค่ 2 คน หรือจัดประชุมกลุ่มเล็กก็ได้ เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ประสบความสำเร็จที่สุด ไม่ใช่คนที่เก่งงานที่สุด แต่เป็นคนที่ “เก่งคน” ที่สุด







