posttoday
ชำระความเชื่อเพื่อเอื้อความจริง (1)

ชำระความเชื่อเพื่อเอื้อความจริง (1)

30 ธันวาคม 2555

หาความรู้ก่อนเชิดชูความเห็น

หาความรู้ก่อนเชิดชูความเห็น

โดย...ว.วชิรเมธี ผู้อำนวยการสถาบันวิมุตตยาลัย

หาความรู้ก่อนเชิดชูความเห็น

“...การผลิตข้อเขียนหรือทำงานอะไรต่างๆ ทางวิชาการนี้ ขอย้ำว่า ขั้นแรกต้องมีความรู้เรื่องที่พูดที่เขียนให้ถูกต้องและมีข้อมูลข้อเท็จจริงเพียงพอ ถ้ายังทำให้สมบูรณ์ไม่ได้ แม้เพียงได้ข้อมูลความรู้ที่เป็นความจริง ก็เป็นประโยชน์และมีความชอบธรรมได้ จึงควรให้ความสำคัญแก่การพยายามรวบรวมหาข้อมูลให้มากพอและให้ชัดเจนที่สุด ถ้าจะแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์อะไร ก็ยิ่งต้องให้มั่นใจว่าได้ทำอย่างชอบธรรมบนฐานของข้อมูลความรู้ที่ถูกต้อง ถ่องแท้ แน่ และชัด

วงวิชาการควรเป็นแบบอย่างแก่สังคมในเรื่องนี้ และควรเป็นแหล่งประเทืองปัญญาและผดุงธรรม ความอ่อนแอขาดพร่องทางปัญญา ต้องถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทยเวลานี้และอาการเด่นของปัญหานี้ก็คือ การชอบให้ความเห็น แต่ไม่หาความรู้...”

(พระพรหมคุณาภรณ์ นักวิชาการ เทศไทย หาความรู้ให้แน่ใช่แค่คิดเอา หน้า 207)

รู้ฟัง...

คนทำนาฬิกาพกหล่นตกหาย

ในคอกม้าอยู่ปลายโรงนานั่น

ยิ่งค้นหายิ่งหายเสียดายครัน

ยิ่งหุนหันหาเท่าไรก็ไม่พบ

จ้างเด็กเด็กหลายคนช่วยค้นหา

เฮละโลสาระพาประดาตลบ

ตะลุมบอนบ่อนบุกเล่นรุกรบ

ชุลมุนฝุ่นกลบไม่พบเลย

เด็กตัวน้อยคนหนึ่งจึงอาสา

เข้าคอกม้าระมัดระวังนั่งนิ่งเฉย

ท่ามกลางความเงียบเชียบเงียบกว่าเคย

พลันเสียงแผ่วรำเพยมาพะพ้อง

ดัง...ติ๊กต๊อก ติ๊กต๊อก...บอกตำแหน่ง

กำหนดแหล่งที่หมายได้ถูกต้อง

แค่เงียบเงียบเงี่ยฟังนั่งเฝ้ามอง

ไม่กู่ก้องตะโกนเกรี้ยวกันเกรียวกรู

ขณะอธรรมคำรณก่นกู่พร่ำ

เสียงแห่งธรรมแม้ไม่ดัง...หากฟังอยู่

จะได้ยินความจริงสิ่งพึงรู้

ขอเพียงนั่งเงียบดูและ...รู้ฟัง!

เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

คอลัมน์ “ข้างคลองคันนายาว”

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ (ศิลปวัฒนธรรม) หน้า 20

วันที่ 23 ธ.ค. 2555


สอนเรื่อง “ฆ่าเวลา”

แปลงสารออกมากลายเป็นเรื่อง “ฆ่าคน”

ปุจฉา

กราบนมัสการท่านอาจารย์ที่เคารพ ก่อนอื่น กระผมและคณะต้องกราบขอบพระคุณที่ท่านอาจารย์เมตตาให้เข้าพบเพื่อสัมภาษณ์ในวันนี้นะครับ

กระผมและเพื่อนๆ ได้ติดตามวิวาทะที่ปรากฏผ่านสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กประเด็นที่ท่านอาจารย์ถูกกล่าวหาว่า มีแนวคิดนิยมความรุนแรง โดยเขาอ้างอิงวาทะของท่านอาจารย์ที่ว่า “ฆ่าเวลา บาปยิ่งกว่าการฆ่าคน” มายืนยัน ผมไปค้นเรื่องนี้ต่อในอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีคนถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง ทั้งฝ่ายที่รุมตำหนิท่านอาจารย์และอีกฝ่ายที่ออกมาปกป้องท่านอาจารย์อย่างแข็งขัน จนผมจับต้นชนปลายไม่ถูกแล้วว่าตกลงเรื่องราวเป็นมาอย่างไร แต่เท่าที่ผมจับความได้ ประเด็นที่เขาหยิบยกมาตำหนิท่านอาจารย์ก็คือ เขาหาว่าท่านอาจารย์เป็นเจ้าของคำพูด “ฆ่าเวลา บาปยิ่งกว่าการฆ่าคน” สิ่งที่ผมจะถามก็คือ วลีที่ว่า “ฆ่าเวลา บาปยิ่งกว่าการฆ่าคน” นี้ มีที่มาอย่างไร ท่านอาจารย์หมายความแค่ไหน เพราะผม “ไม่เชื่อ” ว่าพระสงฆ์ซึ่งบวชเรียนมานาน สำเร็จการศึกษาถึงเปรียญธรรม 9 ประโยค จะพูดอะไรในทางที่เสียหายเช่นนี้ ขอคำอธิบายด้วยครับ

วิสัชนา

ก่อนอื่น อาตมาต้องขออนุโมทนาคุณโยมไว้ ณ โอกาสนี้ด้วย ที่มีความสงสัยแล้วไม่หยุดไว้เพียงแค่ความสงสัย แต่ยังสนใจมาค้นหาข้อเท็จจริงด้วยการมาถามจากอาตมาโดยตรง ที่ต้องขออนุโมทนาก็เพราะว่า นับแต่มีการถกเถียงในเรื่องนี้อย่างกว้างขวาง ปรากฏว่า คนที่นำเรื่องนี้ไปถกเถียงยังไม่มีใครสักคนที่เดินเข้ามาหาอาตมา ซึ่งเป็น “ต้นเรื่อง” เพื่อขอคำอธิบายเลย โดยมากพอได้อ่านข้อความในอินเทอร์เน็ตซึ่งมีเพียงวลีเดียวเท่านั้น ต่อจากนั้นก็ “จัดหนัก” ด้วยการให้ความเห็นอย่างรุนแรง ท่วมท้นด้วยความรู้สึก และประเด็นสำคัญก็คือ ยิ่งขยายประเด็นออกไปก็ยิ่งกลายเป็น “คนละเรื่อง” จากที่อาตมาพูดไว้อย่างแทบจะสิ้นเชิง

ก่อนที่เราจะอภิปรายเรื่องนี้ อาตมาขอให้คุณลองกลับไปที่ “ต้นเรื่อง” ของคำกล่าวนี้เสียก่อนว่า

1.ข้อความที่แท้จริง เป็นอย่างไร

2.ข้อความนั้นปรากฏครั้งแรกที่ไหน

3.ถูกกล่าวขึ้นมาในบริบทใด

4.มีวัตถุประสงค์อะไร

ถ้าเราตอบคำถามทั้ง 4 นี้ได้ คุณจะเข้าใจเองว่าทำไมนับแต่มีการถกถึงเรื่องนี้ อาตมาจึงไม่เคยลุกขึ้นมาตอบโต้หรือชี้แจงเลย ทั้งๆ ที่ใครต่อใครหลายคนคอยเตือนอยู่เรื่อยๆ ว่า ควรออกมาทำความเข้าใจเอาไว้บ้าง แต่อาตมาก็ยังคงนิ่ง เพราะเชื่อมั่นว่า สิ่งที่เขียนไว้นั้นไม่ได้มีเจตนาในทางเสียหายแต่อย่างใดทั้งสิ้น

เอาล่ะ คุณลองอ่านบทความชื่อ “มายาการของหลอดด้าย” ซึ่งเป็นบทความที่มีวลีเกี่ยวกับการ “ฆ่าเวลา” ปรากฏอยู่ครั้งแรกดูก่อน เมื่ออ่านแล้ว คิดเห็นเป็นอย่างไร เราค่อยมาคุยกันต่อ

“มายาการของหลอดด้าย”

ครั้งหนึ่ง ผู้เขียนจาริกปฏิบัติศาสนกิจในฐานะพระธรรมทูตอยู่ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันหนึ่งหลังจบการเสวนาธรรม สตรีสูงอายุคนหนึ่งขอโอกาสเข้ามานั่งคุยกับผู้เขียน ระหว่างการสนทนา ผู้เขียนสังเกตเห็นว่าน้ำตาเธอคลอหน่วย เมื่อสอบถามถึงสาเหตุเธอจึงตอบว่า ที่น้ำตาคลอหน่วย เพราะรู้สึกดีใจที่ได้มาฟังธรรม แต่พร้อมกันนั้นก็เสียใจจนสะเทือนใจ ที่สะเทือนใจก็เพราะเธอรู้สึกว่าตนเองได้พบกับธรรมะเมื่ออายุมากแล้ว จึงรู้สึกเสียดายวันเวลาที่ผ่านมา เธอเล่าว่า

“ชีวิตของคนเราก็เหมือนกับเส้นด้ายที่ถูกดึงออกมาจากหลอดด้ายทีละนิดๆ ขณะที่ดึงด้ายออกมาจากหลอดด้ายนั้น บางทีเราก็รู้สึกกระหยิ่มว่ายังมีด้ายเหลืออยู่อีกมากมาย จึงชะล่าใจดึงด้ายออกมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย เพื่อที่จะพบว่า แท้ที่จริงแล้วมีด้ายเหลืออยู่เพียงนิดเดียว เย็บผ้าได้เพียงนิดหน่อยก็หมด

หากแต่ที่เราเห็นว่ายังคงมีด้ายเหลืออยู่เยอะแยะนั่นเป็นเพราะว่า แกนด้ายมันใหญ่ต่างหาก แกนด้ายมันหลอกตาให้เราพลอยชะล่าใจ...”

พลันที่เธอเล่าจบ ผู้เขียนก็รู้สึกสว่างโพลงขึ้นมาในใจ ผู้หญิงคนนี้เธอไม่ได้มาฟังเทศน์เสียแล้ว แต่เธอมาเทศน์ต่างหาก

(อ่านต่ออาทิตย์หน้า)

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท