posttoday
เฟอร์กี.. มาเฟียพรีเมียร์ลีก?

เฟอร์กี.. มาเฟียพรีเมียร์ลีก?

30 ธันวาคม 2555

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก

โดย.. จาด้า

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คือผู้จัดการทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ทว่า ระยะหลังเริ่มจะมีเสียงวิจารณ์ที่หนาหูขึ้นเรื่อยๆ ถึงพฤติกรรมที่ชอบทำตัวเป็น “ขาใหญ่” ของวงการ

ใครที่เป็นคอบอลตัวยงก็คงจะคุ้นตากับภาพที่นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีปัญหากับผู้ตัดสิน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เป่าอยู่กลางสนามหรือแม้กระทั่งผู้ตัดสินที่ 4 เพราะนั่นแสดงออกถึงความเอาจริงเอาจังกับทุกนัดที่ลูกทีมลงฟาดแข้ง

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เริ่มมีกระแส “ยี้” เฟอร์กี เกิดขึ้นในหมู่แฟนบอลที่เมืองผู้ดี หลังจากที่เขาไปหลุดปากตอบโต้ อลัน พาร์ดิว โค้ชนิวคาสเซิล หลังจบเกมนัดบ็อกซิงเดย์ 26 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งพลพรรค “ปีศาจแดง” คว้าชัยที่โอลด์แทรฟฟอร์ด ไปอย่างสุดมัน 4-3

เฟอร์กี.. มาเฟียพรีเมียร์ลีก?

 

“ปัญหาสำหรับผมและแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็คือชื่อเสียงของสโมสร ผมเป็นผู้จัดการทีมของสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผมไม่เหมือนกับนิวคาสเซิล สโมสรเล็กๆ ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ของอังกฤษ) อลัน พาร์ดิว น่ะเป็นคนที่ชอบมีปัญหากับผู้ตัดสินมากที่สุดต่างหาก” กุนซือจอมเก๋าชาวสกอต กล่าว

แฟนบอลส่วนใหญ่ของ “สาลิกาดง” ที่อังกฤษ ต่างรู้สึกไม่พอใจกับคำว่า “สโมสรเล็กๆ” แม้ว่ามันจะเป็นความจริงที่นิวคาสเซิลเทียบชั้นกับยูไนเต็ดไม่ได้เลยในเรื่องของความสำเร็จ แต่พวกเขาก็ไม่แฮปปี้อยู่ดีที่ทีมรักโดนดูถูกแบบนั้น

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) มีแคมเปญ “Respect” เพื่อรณรงค์ให้นักเตะและกุนซือมีความเคารพต่อการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน แต่ภาพที่ เฟอร์กี ไปต่อว่าต่อขานผู้ตัดสินซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่กลับไม่ค่อยโดนลงดาบจากเอฟเอเท่าไหร่ ทำให้กุนซือร่วมลีกหลายคนอดคิดไม่ได้ว่า เฟอร์กี ลอยตัวอยู่เหนือกฎ

เกรแฮม โพลล์ หนึ่งในผู้ตัดสินที่แฟนบอลไทยคุ้นหูมากที่สุด ให้ความเห็นไว้ได้อย่างน่าสนใจว่า การแสดงออกของ เฟอร์กี ที่ชอบตะโกนโหวกเหวกข้างสนาม เป็นการกดดันได้ทั้งลูกทีมและผู้ตัดสินไปในเวลาเดียวนั้น และนั่นก็เป็นแท็กติกที่ใช้ได้ผลมาเป็นเวลานานแล้วด้วย

ด้วยความที่เป็นกุนซือที่มีบารมีสูง ทำให้หลายครั้ง เฟอร์กูสัน รอดตัวจากการถูกลงโทษจากเอฟเอ แต่ โพลล์ มองว่ายิ่งเป็นคนที่ได้รับการยกย่องมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งต้องทำตัวให้เป็นแบบอย่างมากขึ้นเท่านั้น เพราะแม้ว่าจะไม่ได้ใช้คำสบถด่า แต่การพุ่งเข้าไปต่อว่าผู้ตัดสินก็ไม่ใช่สิ่งที่ใครควรจะเลียนแบบ

ไมค์ ดีน ซึ่งทำหน้าที่เป่านกหวีดในเกมบ็อกซิงเดย์ ไม่ได้ทำรายงานเรื่อง เฟอร์กี แต่อย่างใด แต่ภาพจากทีวีที่คนได้เห็นก็คือโค้ชจากแดนวิสกี้ออกอาการเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัดต่อทั้งไลน์แมนทั้ง 2 คนและผู้ตัดสินที่ 4

เมื่อ 8 เดือนก่อน ริชาร์ด สเตาดาไมร์ หัวหน้าผู้บริหารของพรีเมียร์ลีก ประกาศว่าสโมสรทั้งหมดในลีกสูงสุดได้ตัดสินใจร่วมกันว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “ยกระดับพฤติกรรม” ในวงการฟุตบอลอังกฤษ

ทว่า ผ่านมาจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เห็นว่าอะไรๆ จะดีขึ้นมาอย่างเป็นรูปธรรม เพราะนอกจากยังมีปัญหาพุ่งล้มตบตาผู้ตัดสิน ไม่ยอมรับคำตัดสิน พูดจาประชดประชัน แดกดันการทำหน้าที่ของสิงห์เชิ้ตดำก็ยังมีให้เห็นกันอย่างชินตาเหมือนเดิม

เฟอร์กี.. มาเฟียพรีเมียร์ลีก?

 

ผู้ตัดสินก็เป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำผิดพลาดได้ และเมื่อความผิดนั้นส่งผลกระทบต่อเกม พวกเขาก็สมควรที่จะถูกวิจารณ์และรับโทษเช่นกัน แต่หน้าที่นั้นควรจะเป็นของเอฟเอ ที่จะตัดสินว่าใครผิดใครถูก

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ว่า เฟอร์กี จะเป็นฝ่ายผิดเสมอไป เพราะบางครั้งผู้ตัดสินก็ตัดสินแบบค้านสายตาให้เห็นเช่นกัน แต่ด้วยความที่พวกเขาก็เป็นแค่มนุษย์ปุถุชนธรรมดาคนหนึ่งที่ทำผิดพลาดได้ และเมื่อความผิดนั้นส่งผลกระทบต่อเกม พวกเขาก็สมควรที่จะถูกวิจารณ์และรับโทษเช่นกัน

เมื่อเดือน ม.ค. 2009 ราฟาเอล เบนิเตซ ซึ่งตอนนั้นยังคุมลิเวอร์พูลอยู่ เคยให้สัมภาษณ์โจมตีเอฟเอว่าหงอกับบารมีของ เฟอร์กี มากเกินไป

“ตอนที่มีแคมเปญ Respect เฟอร์กูสัน เคยถูกเอฟเอตั้งข้อหาแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมหลังจากไปวิจารณ์ มาร์ติน แอตกินสัน และคีธ แฮกเก็ต แต่เขาก็ไม่ถูกลงโทษอะไร เขาเป็นผู้จัดการทีมเพียงคนเดียวในลีกที่ไม่เคยโดนลงโทษจากเรื่องอะไรแบบนี้” กุนซือชาวสแปนิช ซึ่งปัจจุบันคุมเชลซี เคยให้ความเห็นไว้ในตอนนั้น

เบนิเตซ ยังระบุอีกว่า เวลาที่เล่นในถิ่น “ปีศาจแดง” เฟอร์กี และสตาฟฟ์โค้ชมักจะไปคุยกับผู้ตัดสินแบบตัวต่อตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงพักครึ่งเวลาตอนกำลังจะเดินเข้าอุโมงค์ไปยังห้องแต่งตัว

“ลืมเรื่องการรณรงค์ให้เคารพผู้ตัดสินไปได้เลย เฟอร์กูสัน กำลังทำลายผู้ตัดสินแต่เขาก็จะไม่ถูกลงโทษอยู่ดี คุณเอาแต่พูดกันเรื่องนี้ได้ยังไง ในเมื่อคุณวิจารณ์ผู้ตัดสินกันทุกสัปดาห์ คุณก็ลองไปวิเคราะห์ข้อเท็จจริงกันเอาเองแล้วกัน”

แม้ว่า เบนิเตซ จะคอมเมนต์เรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว แต่จนถึงตอนนี้ความรู้สึกที่ว่าเอฟเอทำตัวสองมาตรฐานกับกรณีของ เฟอร์กี ที่ชอบกดดันหรือขู่ผู้ตัดสินนั้นก็ยังไม่ได้หายไปไหน มิหนำซ้ำดูจะยังมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ไม่เชื่อลองไปถามกุนซือเพื่อนร่วมลีกอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ของอาร์เซนอล หรือ พาร์ดิว ด้วยก็ได้

พรุ่งนี้ท่านเซอร์ก็จะอายุครบ 71 ปีแล้ว และมันคงจะดีไม่น้อยหากว่านายใหญ่ยูไนเต็ดจะลดดีกรีความดุเดือดในการคุมทีมข้างสนามลงบ้าง เผื่อผู้จัดการทีมรุ่นหลังๆ จะได้ไม่เอาเป็นเยี่ยงอย่าง


 

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท