
ผีเดินหน้าล่าแต้มรักษาช่องว่างสิงห์
นับเป็นบ็อกซิงเดย์ที่เร้าใจปนลุ้นระทึกแบบมีความสุขสำหรับสาวกผีแดง หลังทีมรักขยับหนีคู่แข่งร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ในอันดับหัวตารางพรีเมียร์ลีก และน่าจะรักษาช่องว่างเอาไว้ในสุดสัปดาห์นี้
นับเป็นบ็อกซิงเดย์ที่เร้าใจปนลุ้นระทึกแบบมีความสุขสำหรับสาวกผีแดง หลังทีมรักขยับหนีคู่แข่งร่วมเมืองแมนเชสเตอร์ในอันดับหัวตารางพรีเมียร์ลีก และน่าจะรักษาช่องว่างเอาไว้ในสุดสัปดาห์นี้
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด–เวสต์บรอมวิช
สนามโอลด์แทรฟฟอร์ด
วันที่ 29 ธ.ค. เวลา 22.00 น.
หลังพลาดทำแต้มหล่นในเกมเสมอสวอนซี “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลับสู่ทีมแห่งการโกงความตายอีกครั้งจากการตามหลังนิวคาสเซิลถึง 3 ครั้ง 3 ครา ก่อนแซงชนะ 43 ในนาทีสุดท้ายจากประตูของ ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซเมื่อคืนวันพุธ
ชัยชนะเกมนี้ไม่เพียงตอกย้ำความมั่นใจของแข้งผีแดง ซึ่งตามสถิติ 3 ฤดูกาลล่าสุด ทีมจ่าฝูงในคริสต์มาสจะคว้าแชมป์ลีกแต่ยังช่วยคลายความกดดันไปได้ไม่น้อย เมื่อทิ้งห่างคู่แข่ง แมนเชสเตอร์ ซิตี 7 แต้ม แม้ยังมีปัญหาบ่อน้ำมันในแนวรับ
“คุณต้องกังวลแน่นอนอยู่แล้ว เป็นกำลังใจของทีมที่เอาตัวรอดได้อีกครั้ง เกมในครึ่งหลังเยี่ยมมากในสถานการณ์แบบนี้ ยอดเยี่ยมจริงๆ คำบรรยายคือฟอร์มการเล่น ไม่ต้องสนใจว่าเราอยู่ตรงไหนในตอนนี้ แต่มันเป็นฟอร์มแชมป์” เซอร์อเล็กซ์เฟอร์กูสัน นายใหญ่แมนฯ ยูไนเต็ด กล่าว
อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวสกอตแลนด์ยังจะไม่มี เวย์น รูนีย์ ที่ได้รับบาดเจ็บจากจังหวะวอลเลย์ระหว่างฝึกซ้อมในวันคริสต์มาส จนไม่ได้ลงช่วยทีมในเกมที่ผ่านมา และต้องพัก 23 สัปดาห์
ขณะที่ทีมเยือนกลับมาทำผลงานดีอีกครั้ง หลังคว้าชัยนัดที่สองติดต่อกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือน พ.ย. โดยไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม การบุกไปเยือนโอลด์แทรฟฟอร์ดนาทีนี้ ไม่ว่าจะมองมุมไหน เวสต์บรอมวิช ก็ยังเป็นรองอยู่ดี ดังนั้นผีแดง น่าจะเก็บ 3 แต้ม รักษาความได้เปรียบในการลุ้นแชมป์ต่อไป
นอริช–แมนเชสเตอร์ ซิตี
สนามคาร์โรว์ โรด
วันที่ 29 ธ.ค. เวลา 22.00 น.
แม้ โรแบร์โต มันชินี ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี จะไม่ยี่หระกับการโดนทิ้งห่าง 7 แต้ม เพราะฤดูกาลยังอีกยาวไกลและมีเวลากลับมาได้ 7 แต้ม ไม่ใช่ปัญหา แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความพ่ายแพ้นัดล่าสุดทำให้ความกดดันตกมาอยู่กับนักเตะเรือใบ
หากแชมป์เก่าพลาดทำแต้มหลุดมืออีก ยิ่งจะปล่อยให้แมนฯ ยูไนเต็ดเพิ่มความได้เปรียบมากขึ้นไปอีก แต่เรื่องจบสกอร์ดูจะเป็นปัญหาหนักใจของ มันชินี เพิ่มขึ้นอีก
“ทุกครั้งที่มีโอกาส เราอ่อนเกินไปเราไม่ดุดันในเกมรุก ไม่เด็ดขาดเมื่อมีโอกาส และไม่เฉียบคมเมื่อได้ยิง บางครั้งเราก็ไม่ยิงในจังหวะที่ควรยิง เราเล่นกันหลายจังหวะ และนั่นไม่ดีเลย” นายใหญ่เรือใบกล่าวถึงการเจอกับซันเดอร์แลนด์ที่เน้นตั้งรับ
เรือใบยิงได้ 34 ประตูจาก 19 แมตช์ในลีกฤดูกาลนี้ น้อยกว่าแมนฯ ยูไนเต็ด 14 ลูก โดยเฉพาะในเกมเยือนที่ยิงได้แค่ 12 ประตูใน 9 นัด เทียบกับจ่าฝูงที่ทำได้ถึง 22 ประตูใน 10 นัด
มันชินี น่าจะเจอปัญหาเดียวกันนี้ในการบุกไปเยือน นอริช ซึ่งแม้จะแพ้เป็นนัดที่สองติดต่อกัน แต่การเสียแค่ 1 ประตูให้กับเชลซี ที่เพิ่งถล่มแอสตัน วิลลา 80 ก็แสดงถึงความเหนียวแน่นในเกมรับ
นอกจากนี้ แกรนต์ โฮลต์ กัปตันทีมที่ได้รับบาดเจ็บจากเกมวันเสาร์ก็ฟิตกลับมาลงสนามโดยไม่มีอาการน่ากังวลแต่อย่างใด
เกมนี้ถ้าแชมป์เก่าไม่สามารถทะลวงตาข่ายได้เร็ว น่าจะเป็นเกมที่อึดอัดและสร้างความลำบากให้ แมนฯ ซิตี ไม่น้อย แต่ก็เชื่อว่าน่าจะเอาตัวรอดได้
เอฟเวอร์ตัน-เชลซี
สนามกูดิสันพาร์ก
วันที่ 30 ธ.ค. เวลา 20.30 น.
ถือเป็นคู่บิ๊กแมตช์ของสุดสัปดาห์นี้ และยังอยู่ในช่วงฟอร์มดีทั้งคู่ เมื่อ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน เพิ่มสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกัน 7 นัดในลีกแล้ว ขณะที่เชลซี 3 นัดล่าสุดในลีกยิงไป 12 ประตู
“ผมบอกนักเตะว่าเราต้องชนะสถานเดียวกับ 2 เกมในบ้าน บางทีมอาจจะพอใจกับการได้ 6 จาก 12 แต้มในช่วงคริสต์มาส ตอนนี้เราได้ 6 แต้มแล้ว และเราต้องการอีกหากทำได้ เราจะพยายามรักษาฟอร์มนี้ต่อไป” เดวิด มอยส์ กล่าว
เจ้าบ้านยังจะไม่มี มารูยาน เฟลไลนี ดาวยิงตัวเก่งของทีมที่ติดโทษแบน และยังต้องเช็กความฟิต ดาร์รอน กิบสัน ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกเพราะบาดเจ็บโคนขา หากยื่นอุทธรณ์โทษใบแดงของอดีตกองกลางผีแดงสำเร็จ
ด้าน ราฟาเอล เบนิเตซ เริ่มจะจูนทีมติดและเพิ่มความมั่นใจมากขึ้น ด้วยการเชื่อว่าจะตามผีแดงทัน แม้ห่างกันถึง 11 แต้ม หลังจากสามารถปรับทีมเข้ากับรูปเกมที่ต่างกันและยังได้ผลการแข่งขันที่น่าพอใจ และป้องกันได้ดีในการเจอกับสถานการณ์ลำบาก โดย เชลซี น่าจะยังไม่มี จอห์นเทอร์รี ที่บาดเจ็บเข่า







