posttoday
ผู้รับใช้ไม่ใช่ผู้ยึดครอง

ผู้รับใช้ไม่ใช่ผู้ยึดครอง

25 ธันวาคม 2555

นั่นคือแนวคิดของ พินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ ในการประกาศลงสมัครเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในปีหน้า เพื่อพัฒนาวงการลูกหนังไทยอย่างครบถ้วนทุกมิติ

นั่นคือแนวคิดของ พินิจ งามพริ้ง ประธานชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ ในการประกาศลงสมัครเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในปีหน้า เพื่อพัฒนาวงการลูกหนังไทยอย่างครบถ้วนทุกมิติ

หลังจากความพยายามในการเสนอแนวความคิดในการพัฒนาฟุตบอลในฐานะแฟนบอลมาหลายครั้งหลายครา ซึ่งรวมถึงการยื่นแผนพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน เมื่อปี พ.ศ. 2546 แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจหรือเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจลงชิงเก้าอี้ด้วยตัวเอง

ในฐานะเป็นคนก่อตั้งชมรมเชียร์ไทยพาวเวอร์ ซึ่งกระตุ้นให้คนไทยหันมาให้ความสนใจฟุตบอลไทยมากขึ้น เจ้าของวลีดัง “บอลนอกแค่สะใจ แต่บอลไทยอยู่ในสายเลือด” บอกว่า ได้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาวงการฟุตบอลอย่างมีหลักวิชา โดยใช้แผนการดำเนินงาน อย่างเป็นระบบ มีความโปร่งใส และมี ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ ภายใต้คอนเซปต์ “ชีวิตใหม่ ฟุตบอลไทย”

แผนฟื้นฟูฟุตบอลแห่งชาติ 10 ปี หรือ เดอะ เทน เยียร์ แพลน (The 10 Year Plan) คือ นโยบายการบริหารของ พินิจที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งประกอบด้วยกลยุทธ์ 4 ด้าน และแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ช่วง

“การพัฒนาฟุตบอลไทยต้องทำสิ่งต่างๆ มากมายหลายประการ ที่สำคัญต้องเกิดจากความมีศรัทธาของแฟนฟุตบอลซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่สุด ตนเชื่อว่าหากคนทำงานมีคุณสมบัติ 3 ประการ ได้แก่ ความโปร่งใส ความตั้งใจ และความรับผิดชอบ ก็จะสามารถทำให้คนมีศรัทธาและสามารถทำงานลุล่วงได้ดีกว่าที่เป็นอยู่” พินิจ เผยในงานเปิดตัววานนี้

หนึ่งในนโยบายความโปร่งใสคือ การเปิดเผยบัญชีรายรับรายจ่ายของสมาคมต่อสาธารณชน โดยทุกคนสามารถตรวจสอบได้ทางเว็บไซต์

“เมื่อมีความศรัทธาในการบริหารงาน เราสามารถทำเป็นเครือข่ายแฟนฟุตบอลไทย เพื่อช่วยกันสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ที่เป็นองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน”

นอกจากนี้ ยังเน้นอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 4 ปี เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้ตำแหน่งนายกสมาคม และทำงานในฐานะ “ผู้รับใช้” ชูแนวความคิดความโปร่งใส ตั้งใจ และรับผิดชอบ โดยท้าให้ผู้ลงสมัครแสดงวิสัยทัศน์พร้อมมีพันธสัญญากับสโมสรและแฟนฟุตบอลไทย โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นชาติแนวหน้าฟุตบอลของเอเชีย

ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลลีกภายในประเทศ จะต้องส่งเสริมให้สโมสรต่างๆ ทั้งใหญ่และเล็กพัฒนาศักยภาพในการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน มีฐานแฟนบอลเหนียวแน่นชัดเจน มีการส่งเสริมให้สโมสรสร้างสนามแข่งขันที่ทันสมัยทั่วประเทศ รวมทั้งต้องสร้างสนามเหย้าใช้เพื่อการแข่งขันของสมาคมฟุตบอลเอง

“ผมมีความเชื่อว่าการทำงานในหน้าที่นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ควรมีบทบาทเป็น “ผู้รับใช้” ไม่ใช่ “ผู้ยึดครอง” และผมเชื่อมั่นว่า ด้วยพลังและความตั้งใจอันบริสุทธิ์ ผมสามารถทำได้อย่างแน่นอน” พินิจ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ศึกชิงเก้าอี้นายกลูกหนังของ พินิจ คงไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อผู้มีสิทธิมีเสียงในการลงคะแนนคือบรรดาสโมสรสมาชิก และสภากรรมการ ไม่ใช่แฟนบอลที่คอยหนุนหลังและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน