posttoday
ชวัลลักษณ์ อังเกอร์ โมกศิริ นางงามหัวใจสีเขียว

ชวัลลักษณ์ อังเกอร์ โมกศิริ นางงามหัวใจสีเขียว

21 ธันวาคม 2555

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

โดย...วรธาร ทัดแก้ว

สาวงามคนนี้คือ ชวัลลักษณ์ อังเกอร์ โมกศิริ หรือ เกรซ ดีกรีรองมิสไทยแลนด์เวิลด์ อันดับ 2 ปีล่าสุด เธอเป็นลูกครึ่งไทยสวิส คุณแม่เป็นไทย คุณพ่อเป็นสวิส สำเร็จการศึกษามัธยมปลาย โรงเรียนอินเตอร์เนชันแนล สคูล แบงค็อก (International Scool Bangkok)ความสามารถพูดได้ทั้งอังกฤษ สเปน และเข้าใจภาษาเยอรมันค่อนข้างดี

ด้วยความที่อยู่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์มาตั้งแต่เด็ก และสวิตเซอร์แลนด์ก็ปลูกฝังให้คนในประเทศตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด เธอเองจึงได้รับการปลูกฝังในเรื่องนี้จากคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่า จากการกระทำซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีและคำสอนมากมาย

ดังนั้น ในเรื่องพื้นฐานทั่วไปไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะ แยกขยะ การรีไซเคิล ฯลฯ สาวสวยลูกครึ่งไทยสวิสทำมาตั้งแต่เด็ก และเรื่องเหล่านี้ก็อยู่ในใจของเธอมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

“เวลาเกรซไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะนำกระเป๋าใส่ของไปด้วยตลอด บางครั้งก็ตะกร้าใส่ของ เวลาซื้อของอะไรที่ใส่กระเป๋าใส่ของหรือใส่ตะกร้าได้ก็เอาใส่หมดเลย ไม่ใช้ถุงพลาสติก ซึ่งอันนี้เกรซได้จากคุณปู่คุณย่าเวลาท่านไปซูเปอร์มาร์เก็ตก็จะเอากระเป๋า ตะกร้าใส่ของไปด้วยทุกครั้ง เกรซก็ทำตาม ขณะเดียวกันท่านก็สอนเกรซหลายเรื่อง เช่น ก่อนทิ้งขยะจะต้องคัดแยกไม่ทิ้งปนกัน เพราะขยะบางชนิดก็สามารถนำมารีไซเคิลได้ บางชนิดก็อันตราย”

ชวัลลักษณ์ อังเกอร์ โมกศิริ นางงามหัวใจสีเขียว

 

เกรซ เล่าว่า การคัดแยกขยะที่สวิตเซอร์แลนด์เป็นสิ่งที่ทางการบังคับอยู่แล้ว ดังนั้นตนกับคุณปู่คุณย่าเวลามีขวดน้ำพลาสติกหรือที่เป็นกระป๋องก็จะเก็บใส่ถุงต่างหากไว้ เวลาไปห้างก็จะเอาไปด้วย เนื่องจากที่ห้างจะมีที่ให้ใส่ของพวกนี้ เพื่อเอาไปรีไซเคิลต่อไป ซึ่งตนก็จะทำอย่างนี้ตลอด

เธอเล่าต่อว่า นอกจากนี้ที่บ้านเรือนของประชาชนก็จะมีระเบียบควบคุมปล่องไฟไม่ให้ปล่อยควันออกมาเยอะ เพราะจะไปสร้างมลพิษทางอากาศ ที่บ้านของคุณปู่ก็ดูแลตลอดไม่ให้ปล่องไฟที่บ้านปล่อยควันออกมามาก พร้อมกันนั้นในเรื่องอาหาร เช่น พืชผักที่ซื้อมา ในส่วนที่รับประทานไม่ได้ก็จะเก็บเอาไปทำปุ๋ย ไม่ทิ้ง รถยนต์ที่บ้านก็ใช้คันเล็กๆ ประหยัดน้ำมัน แล้วไม่ปล่อยมลพิษเยอะ

“เศษผักเศษอาหารที่บ้านคุณปู่คุณย่าไม่ทิ้งค่ะ ท่านจะเอาไปทำปุ๋ย ส่วนรถยนต์ก็ใช้คันเล็กๆ ไม่กินน้ำมันและไม่ปล่อยมลพิษออกมาเยอะ ส่วนใครที่ใช้รถยนต์ส่วนบุคคลคันใหญ่ๆ คนสวิสก็จะไม่ค่อยชอบ แล้วก็มักจะแอนตี้ด้วย เพราะคันใหญ่กินน้ำมันเยอะและปล่อยมลพิษออกมาเยอะ ดังนั้นถ้าใครไปสวิตเซอร์แลนด์ก็จะเห็นรถยนต์คันเล็กๆ วิ่งบนถนนเป็นส่วนใหญ่”

ฟังน้องเกรซเล่าแล้วอยากให้กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ของประเทศไทยเรา เป็นอย่างประเทศสวิตเซอร์แลนด์บ้าง เชื่อว่าสุขภาพชีวิตของคนกรุงคงดีขึ้น เบื้องต้นเลยต้องแอนตี้รถที่ปล่อยควันดำก่อนเลย เพราะทุกวันนี้รถควันดำวิ่งบนถนนเยอะจริงๆ ส่วนหนึ่งคงไม่ได้รับการเข้มงวดกวดขันจากเจ้าหน้าที่และอีกส่วนหนึ่งคือเจ้าของรถไม่ใส่ใจ

อย่างไรก็ดี แม้นางงามผู้นี้จะย้ายจากสวิตเซอร์แลนด์มาอยู่ที่เมืองไทยกับคุณแม่ประมาณ 45 ปี ทว่าหัวใจของเธอก็ยัง “เขียวขจี” ตลอดกาล เพราะสิ่งที่เธอเคยทำในแผ่นดินพ่อก็ยังทำในแผ่นดินแม่ต่อไป

“เรื่องสิ่งแวดล้อมสำคัญต่อทุกชีวิตและสำคัญต่อโลกมาก ดังนั้นด้วยความที่เกรซถูกปลูกฝังในเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆ จึงรู้ว่าควรจะปฏิบัติอย่างไรต่อโลก ฉะนั้นไม่ว่าเกรซจะอยู่ที่ไหน สถานที่ใด เราก็ต้องรักที่นั้น สถานที่นั้นด้วย จะไม่ทำอะไรที่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมทุกอย่าง

ขณะเดียวกัน ถ้าอะไรที่จะช่วยโลกให้สดใสและไม่เป็นการซ้ำเติมโลกให้ร้อนขึ้นก็จะทำ เช่น ไฟ และน้ำ ที่มีค่าและจำเป็นในชีวิตประจำวัน ก็จะใช้อย่างมีคุณค่า ไฟเมื่อไม่ใช้ก็จะปิดไม่เปิดทิ้งไว้ หรือน้ำเวลาแปรงฟันก็จะไม่เปิดค้างไว้เช่นกัน จะล้างจึงค่อยเปิด เป็นต้น”

นอกจากจะเป็นสาวงามหัวใจสีเขียวแล้วยังเป็นสาวงามที่ใจบุญด้วย หากยังจำกันได้เหตุการณ์แผ่นไหวที่ประเทศเฮติเมื่อปี 2553 เป็นเหตุให้ประชาชนเฮติต้องเสียชีวิตหลายแสนคน ไม่นับผู้บาดเจ็บ และผู้ไม่มีที่อยู่อาศัย สาวน้อยผู้นี้ก็ได้หาทางช่วยเหลือพี่น้องร่วมโลกที่ประสบกับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งนั้นด้วย

“เกรซร่วมกับเพื่อนๆ ที่โรงเรียนอินเตอร์เนชันแนล สคูล แบงค็อก 45 คนในห้อง เขียนโครงการเสนออาจารย์แล้วโรงเรียนก็ให้ทุนมาจำนวนหนึ่ง แล้วเราก็ช่วยกันออกเพิ่มเติม ทำเสื้อดีไซน์สวยๆ ขึ้นมา สกรีนด้วยถ้อยคำที่สื่อความหมายดีๆ ถึงคนเฮติแล้วเอาไปขายที่โรงเรียน และหน้าห้างสรรพสินค้าได้เงินมาค่อนข้างเยอะ ประมาณ 5 หมื่นบาท ส่งไปช่วยพี่น้องเฮติ”

เธอบอกว่า เห็นคนอื่นเจ็บปวดทรมานแล้วรู้สึกสงสาร ทนไม่ได้และอยากช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ จึงได้ชักชวนเพื่อนๆ ที่แต่ละคนก็เก่งคนละแบบ บางคนเก่งดีไซน์ บางคนเก่งคิดคำเก๋ๆ สกรีนลงบนเสื้อ

เกรซ ทิ้งท้ายว่า เรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องของทุกคนในโลกจะต้องช่วยกันและมีจิตร่วมกัน โดยอยากให้เริ่มต้นที่เรื่องใกล้ตัวและอยู่ในวิถีชีวิตประจำวันของแต่ละคน ถ้าให้ความสำคัญในเรื่องใกล้ตัวและในวิถีชีวิตประจำวันแล้วเรื่องใหญ่ๆ จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป และที่สำคัญต้องไม่เป็นเรื่องที่หนึ่งคนทำ แต่อีกหลายคนยังไม่รู้สึกรู้สา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท