
ฉัน เรา และ โลก อีกไม่กี่วันโลกก็จะแตก !!!
หากการตีความจากปฏิทินของชาวมายันซึ่งสิ้นสุดในวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.นี้ เป็นความจริง โลกก็จะถึงกาลอวสาน
หากการตีความจากปฏิทินของชาวมายันซึ่งสิ้นสุดในวันศุกร์ที่ 21 ธ.ค.นี้ เป็นความจริง โลกก็จะถึงกาลอวสาน
ฉันถามตัวเองว่า กลัวไหม คำตอบคือ ไม่ เพราะเราผ่านเรื่องราว “โลกจะแตก” แบบนี้มาหลายครั้ง ซึ่งโลกและเราก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง
และถ้าถามว่า โลกวันนี้ยังสบายดีอยู่ไหม ฉันอยากจะตอบแทนว่า อาการของโลกนั้นทรงๆ และค่อยๆ แย่ลงทุกวันๆ โดยที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ มีเพียงไม่กี่คนไม่กี่กลุ่มซึ่งตระหนักว่า โลกไม่สบายและอยากได้การเยียวยา เพราะการบำรุงรักษาและป้องกันที่มีอยู่ในตอนนี้ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ
ในช่วงปีหลังๆ ฉันถูกดัน (เบาๆ) ให้ต้องเข้าไปรับผิดชอบงานใหม่ เป็นงานซึ่งแตกต่างกับสิ่งที่เคยทำมาในอดีตอย่างยิ่ง และในอีกมุมหนึ่งก็ท้าทายอย่างยิ่ง
สำหรับบางคนการต้องก้าวเข้าสู่บรรยากาศ สิ่งแวดล้อม หรือสถานการณ์ใหม่ๆ นั้นไม่ต่างกับการที่ “โลกจะแตก” เพราะใครๆ ก็อยากจะอยู่ใน “Comfort Zone” หรือ “พื้นที่ปลอดภัย” ด้วยกันทั้งนั้น แต่คนที่ดูหงอยๆ เซื่องๆ ซึมๆ อย่างฉันนั้นดูเหมือนจะมี “ยีน” สัก 23 ตัวในร่างกาย ซึ่งชอบผจญกับเรื่องแปลกใหม่และท้าทายอย่างยิ่ง
ยีนที่ว่ามักจะลุกมาทำงานเป็นครั้งคราว ทำให้ฉันถวิลหาการใช้ช่วงเวลาลำพังในดินแดนที่ไม่เคยคุ้น แวดล้อมด้วยผู้คนที่มีหน้าตา ผิวพรรณ ภาษา และวัฒนธรรมที่แตกต่างอยู่เป็นระยะๆ อาจเพราะยีนเหล่านั้นทำให้การเข้าไปรับผิดชอบงานใหม่หรือจัดการรับมือกับเรื่องที่ไม่คุ้นเคยรู้จักไม่ใช่เรื่องโลกแตกสำหรับฉัน
หนึ่งในงานใหม่ที่ฉันต้องรับผิดชอบคือ การปลุกสำนึก “รักษ์โลก” ของผู้คนให้เต้นเร่า เพราะว่า ลมหายใจผู้เฒ่าที่เราเรียกว่า “โลก” นั้นกำลังรวยริน ด้วยผ่านกาลเวลามาเนิ่นนาน และด้วยการถูกกระทำปู้ยี่ปู้ยำของคนที่เรียกโลกว่า “บ้าน”
งานนี้ไม่ง่ายเลย แต่ฉันก็รักที่จะทำ แม้จะรู้ว่าวันหนึ่งหน้าที่นี้จะจบลง แต่ระหว่างนั้นฉันก็ได้เรียนรู้หลายอย่าง สิ่งหนึ่งที่ฉันได้รับรู้ระหว่างนั้นคือ ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่า โลกไม่แตกแน่ โดยนาซาได้ส่งคลิปวิดีโอเล่าความจริงเกี่ยวกับวันสิ้นโลก ชื่อ โลกไม่ได้แตกเมื่อวานนี้ หรือ The World Didn’t End Yesterday ออกมา โดยแรกตั้งใจออกเผยแพร่ในวันที่ 22 ธ.ค. แต่ก็หลุดออกมาให้เห็นก่อนโดยไม่ทราบเหตุผล
ในเนื้อหาของคลิปวิดีโอได้ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับความเชื่อเรื่องวันสิ้นโลกและลบล้างความเชื่อเรื่องโลกแตกที่เคยมีมา
เริ่มต้นด้วยประโยคเด็ดว่า “ถ้าหากคุณได้ดูคลิปวิดีโอคลิปนี้ หมายความว่า โลกของเราไม่ได้อวสานไปเมื่อวานนี้”
นาซาให้เหตุผลมากมายเพื่อจะบอกว่า โลกจะไม่แตกในวันที่ 21 ธ.ค. ไม่มีดาวหรืออุกกาบาตพุ่งชนโลก แม่เหล็กโลกจะไม่เปลี่ยนขั้ว จนทำให้ทุกอย่างบนโลกเปลี่ยนแปลงในเร็วๆ นี้
ทว่าสิ่งที่พวกเราทุกคนต้องพบเจอหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ ผลกระทบจากโลกร้อน เมื่อธารน้ำแข็งและแผ่นน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกละลาย ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลงไป ความแห้งแล้งในดินแดนต่างๆ เกิดขึ้นยาวนานและทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ประชากรนับแสนเสียชีวิตทุกปีจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ฯลฯ
ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ราวปี 2030 ประชากรโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 8,300 ล้านคน ทำให้ความต้องการอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ความต้องการน้ำดื่มเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะซับซ้อนยิ่งขึ้นในหนทางที่คาดเดาไม่ได้!!!
ปัจจุบันเราจำเป็นต้องเร่งลงมือทำบางอย่างก่อนโลกจะถูกทำลายจนไม่อาจเยียวยา หากปล่อยไว้ให้เป็นเช่นนี้ ก่อนจะถึงวันโลกแตก โลกคงร้อนจนมนุษย์ละลายหายไปหมดเสียก่อน!!!
วันนี้งานใหม่ที่ฉันได้เข้าไปรับผิดชอบกำลังจะกลายเป็นงานเก่า ระหว่างนั้นฉันได้เรียนรู้ว่า มันไม่ใช่งานง่ายๆ แต่ฉันก็รักที่จะทำ ขอบคุณสำหรับโอกาสในการเรียนรู้ที่จะรักษ์โลกในหนทางของเราเอง หวังแต่ว่าสิ่งที่ฉันได้ปลูกไปในวันนี้จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ในอนาคต พร้อมกับเรื่องท้าทายใหม่ๆ ที่รออยู่
อีกสิ่งหนึ่งซึ่งฉันได้เรียนรู้จากช่วงเวลาที่ผ่านมาคือ เมื่อเราได้ทำในสิ่งที่เชื่อมั่น ได้บอกความจริงออกไป และทำดีที่สุดแล้ว เราก็สามารถจะเชิดศีรษะขึ้นสูงๆ อย่างภาคภูมิใจ และไม่มีใครแย่งสิ่งนั้นไปจากเราได้
เมื่อเขียนบทความชิ้นนี้จบลง ฉันได้มอบให้กัลยาณมิตรคนหนึ่งอ่าน เขาให้ความเห็นว่า เหมือนเป็นบทความอำลาตำแหน่ง ฉันหัวเราะและในใจคิดว่า ตำแหน่ง “มนุษย์โลก” คงจะลาออกไม่ได้ และต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่
และถ้าหากว่า เราทำวันนี้อย่างดีที่สุดแล้ว พรุ่งนี้โลกจะแตกก็คงไม่เป็นอะไร
แต่ถ้าหากว่า วันศุกร์นี้โลกแตกจริงๆ เราก็มีเวลาเพียงแค่ 56 วันเท่านั้นที่จะทำทุกอย่างให้ดีที่สุด







