posttoday
ธรณีนี่นี้ใครครอง (11): ความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินกับการศึกษาของเด็กในชนบท

ธรณีนี่นี้ใครครอง (11): ความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินกับการศึกษาของเด็กในชนบท

16 ธันวาคม 2555

โดย... รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ

โดย... รศ.ดร.วิพรรณ ประจวบเหมาะ

สัปดาห์นี้ อาจารย์ ดร.ธันยพร จะนำเสนอเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินกับการศึกษาของเด็กในชนบท มีใจความดังนี้

“สัปดาห์นี้เราจะมาพิจารณากันถึงความสัมพันธ์ของความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินที่ได้คือ การเข้าเรียนของเด็กๆ โดยเฉพาะในเขตชนบทกันนะคะ

ปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าภาครัฐหรือว่าหน่วยงานเอกชนก็หันมาเอาใจใส่ในเรื่องการศึกษาของเยาวชนกันอย่างกว้างขวาง และถึงแม้ว่า เราจะพบว่าการเข้าเรียนของเด็กๆ ในประเทศกำลังพัฒนาได้มีการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กระนั้น เราก็ยังพบความแตกต่างระหว่างการเข้าเรียนของเด็กหญิงและเด็กชาย และระหว่างเด็กๆ ในเมืองและเด็กๆ ในชนบทอยู่ค่ะ หากมองในมุมของนักเศรษฐศาสตร์ เราก็จะเห็นว่าการเพิ่มการเข้าเรียนหรือการรู้หนังสือของเด็กๆ นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปทานทางการศึกษา เช่น โรงเรียนหรือโอกาสทางการศึกษาที่ถูกหยิบยื่นให้จากภาครัฐหรือองค์การเอกชนแต่เพียงส่วนเดียว หากยังขึ้นอยู่กับอุปสงค์หรือความต้องการที่จะเข้าเรียนของเด็กๆ และความต้องการที่จะส่งบุตรหลานเข้าโรงเรียนของผู้ปกครองด้วยค่ะ เรามาดูกันว่าปัจจัยอะไรที่นักเศรษฐศาสตร์คิดว่ามีผลต่อความต้องการนั้น และความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินจะเป็นปัจจัยหนึ่งหรือไม่อย่างไรนะคะ

ในแง่หนึ่ง นักเศรษฐศาสตร์มองว่าการไปโรงเรียนของเด็กๆ เป็นการลงทุนของครอบครัวอย่างหนึ่งค่ะ ผู้ปกครองส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนก็เพื่อลงทุนทางความรู้และทักษะให้แก่เด็กๆ เพื่อในอนาคตเด็กๆ ที่เติบโตขึ้นและครอบครัวจะได้มีรายได้ที่สูงขึ้น เนื่องจากการใช้ความรู้และทักษะที่สั่งสมมาในการประกอบอาชีพที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าค่ะ แต่การลงทุนนี้ก็มีราคาต้นทุน ซึ่งก็คือรายได้ที่ครัวเรือนจะได้มาในวันนี้จากการให้เด็กๆ ที่ยังไม่มีความรู้อะไรไปประกอบอาชีพแทนที่จะไปเรียนหนังสือ อีกนัยหนึ่งก็คือ การตัดสินใจที่จะส่งเด็กๆ ไปโรงเรียนดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่าผู้ปกครองคิดว่า การที่สูญเสียรายได้จากการส่งเด็กๆ ไปทำงานในวันนี้ เช่น ให้เด็กๆ ไปทำงานในนากุ้งจะคุ้มค่ากับการรอคอยและการได้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในวันข้างหน้าจากความรู้และทักษะที่เด็กๆ สั่งสมมาในการเรียน เช่น เด็กๆ เมื่อเรียนหนังสือแล้วโตขึ้นประกอบอาชีพแพทย์ หรือไม่ค่ะ การตัดสินใจเหล่านี้ อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อยในประเทศที่พัฒนาแล้วหรือในสังคมเมือง แต่ในครอบครัวที่ยากจน หรือสังคมที่การกู้ยืมเงินมีข้อจำกัดสูงและสภาพคล่องต่ำ ก็ยังดูเหมือนว่าการแลกอนาคตของเด็กๆ ในวันข้างหน้ากับการอยู่ดีกินดีของครอบครัวในวันนี้เป็นทางเลือกของครอบครัวและสังคมเหล่านั้น

จากสัปดาห์ก่อนๆ เราพบว่าการเพิ่มขึ้นของความมั่นคงในสิทธิในที่ดิน ที่ได้มาจากการให้ ส.ป.ก. 4๐1 ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการผลิตเพิ่มขึ้น และมีการขยายตัวในกิจกรรมทางเศรษฐกิจนอกภาคเกษตร ซึ่งจากการศึกษาของผู้เขียน ปัจจัยเหล่านี้ยังสามารถเชื่อมโยงให้ความมั่นคงในสิทธิในที่ดินส่งผลไปถึงการไปโรงเรียนของเด็กๆ ในเขตชนบทได้ค่ะ กล่าวคือ (1) ประสิทธิภาพในการผลิตที่เพิ่มขึ้นนั้นหมายถึงรายได้ของเกษตรกรที่เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อรายได้ในครัวเรือนเกษตรเพิ่มขึ้นแล้วก็อาจจะมีความจำเป็นน้อยลงที่จะแลกการศึกษาและอนาคตของเด็กๆ กับรายได้จากแรงงานของเด็กๆ ในปัจจุบัน (2) โดยเฉลี่ยแล้วภาคเกษตรเป็นภาคที่ใช้ความรู้และทักษะที่สั่งสมมาในโรงเรียนน้อยกว่าภาคกิจกรรมทางเศรษฐกิจอื่นๆ ฉะนั้นการศึกษาจากโรงเรียนจึงมีผลต่อการเพิ่มรายได้ต่ำมากเมื่อเทียบกับผลต่อรายได้จากการประกอบอาชีพในภาคอื่นๆ ดังนั้นเมื่อเราพบว่าความมั่นคงในสิทธิในที่ดินก่อให้เกิดการขยายตัวในการทำงานในภาคอื่นๆ โอกาสในการทำงานในภาคที่มีผลตอบแทนจากการศึกษาที่สูงขึ้นของผู้ที่ได้เรียนหนังสือก็มีมากขึ้นไปด้วย เหล่านี้ส่งผลให้ครัวเรือนมีแรงจูงใจมากขึ้นที่จะส่งเด็กๆ ไปเรียนหนังสือค่ะ จากข้อ (1) และ (2) เราก็อาจสรุปได้ว่า ความมั่นคงในสิทธิในที่ดินที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้เด็กๆ ถูกส่งไปโรงเรียนมากขึ้นค่ะ แต่ทว่า (3) รายได้ที่เพิ่มขึ้นในภาคเกษตรก็อาจหมายรวมถึงการสูญเสียรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการส่งเด็กๆ ไปโรงเรียน แทนที่จะไปทำงานในภาคเกษตรด้วยค่ะ ราคาค่าต้นทุนที่สูงขึ้นนี้อาจทำให้เด็กๆ ถูกส่งไปโรงเรียนน้อยลง เมื่อมีความมั่นคงในสิทธิในที่ทำกินเพิ่มขึ้นได้

และเมื่อทฤษฎีบ่งว่าผลกระทบสามารถแบ่งออกเป็นสองทิศทางใหญ่ๆ เรามาดูกันนะคะว่าผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นอย่างไร ผู้เขียนพบว่า จากปี พ.ศ. 2539-2548 ในจังหวัดที่มีการเพิ่มของสัดส่วนที่ดินภายใต้ ส.ป.ก. 401 ที่สูงกว่า ก็มีการเข้าเรียนก่อนระดับประถมศึกษาของเด็กหญิงในเขตชนบทที่สูงกว่าเช่นเดียวกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติค่ะ การที่ไม่พบผลกระทบต่อการเข้าเรียนของเด็กๆ ทุกระดับชั้นในเขตเมืองนับว่าเป็นการเพิ่มความมั่นใจในผลการวิเคราะห์ เพราะการเพิ่มความมั่นคงในสิทธิในที่เกษตรภายใต้ ส.ป.ก. 401 น่าจะมีผลต่อการตัดสินใจของครัวเรือนในเขตชนบทที่ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเท่านั้น นอกจากนั้น การที่ไม่พบผลกระทบเชิงบวกในกลุ่มเด็กชายระดับประถมและมัธยม ก็อาจเป็นเพราะว่าเด็กชายและเด็กโตโดยเฉลี่ยพบว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานในภาคเกษตรมากกว่า ทำให้มีค่าต้นทุนของการไปเรียนหนังสือมากกว่าเด็กเล็กและเด็กหญิงค่ะ

พร้อมกับบทความในสัปดาห์นี้ ผู้เขียนก็ขอจบบทความชุดธรณีนี่นี้ใครครองแต่เพียงเท่านี้นะคะ หวังว่าบทความต่างๆ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยค่ะ ขอบพระคุณที่ติดตามค่ะ”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท