
วิกฤตน้ำโขงแห้งคุกคามวิถีชีวิตคนสองฝั่งโขง
โดย ชินภัทร์ ไชยมล
ภัยแล้งปีนี้สาหัสกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักเหือดแห้งจนน่าใจหาย โดยเฉพาะแม่น้ำโขงได้ชื่อว่าเป็นแม่น้ำนานาชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์สายหนึ่งของโลกเกิดวิกฤตแห้งขอดในรอบ 50 ปี ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านทั่วหน้า เพราะต้องอาศัยแหล่งน้ำแห่งนี้ในการหล่อเลี้ยงชีวิต เช่นเดียวกับชาว จ.เชียงราย ได้รับความเดือดร้อนไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ
นายประดิษฐ์ สำนวนเย็น เจ้าของร้านอาหารบ้านริมน้ำ อ.เชียงของ จ.เชียงราย บอกว่า ปริมาณน้ำโขงลดลงอย่างมากในปีนี้ส่งผลให้วิถีการดำรงชีวิตของชาวประมงหาปลาในแม่น้ำโขงเปลี่ยนแปลงไปและปลาเริ่มหายากขึ้นทุกที นอกจากนี้ผู้ประกอบการร้านอาหารที่เคยรับซื้อปลาจากชาวประมงพื้นบ้านในราคาถูกก็ต้องซื้อในราคาสูงขึ้นเท่าตัว ทำให้ทางร้านต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อปลาจากกระชังในแม่น้ำโขงมาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่รสชาติยังสู้ปลาแม่น้ำโขงไม่ได้
“
สาเหตุที่ราคาปลาแม่น้ำโขงแพงขึ้นเท่าตัว ชาวประมงบอกว่าปลาในแม่น้ำโขงหายากมากขึ้น และจำนวนที่หามาได้ก็ลดลงอย่างมาก การหาปลาในแต่ละครั้งก็หาแทบไม่ได้ หรือบางวันหาไม่ได้เลย เช่นเดียวกันกับชาวลาวที่ข้ามฝั่งมาหาปลาในน่านน้ำโขงฝั่งไทย ก็บ่นว่าปลาหายากขึ้นและจำนวนที่ได้ก็ลดลง” นายประดิษฐ์ กล่าวขณะที่ นายทวี คำมะวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านแจมป๋อง หรือพ่อหลวงทวี หมู่ 5 ต.หลายง่าว อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย บอกว่า ชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่ยึดอาชีพหาปลาแม่น้ำโขง และเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดในการซื้อขายปลาในแม่น้ำโขง อ.เวียงแก่น แต่หลังจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตภัยแล้งทำให้ชาวบ้านได้รับผลกระทบ เช่นเดียวกันกับอำเภออื่นๆ ของ จ.เชียงราย
พ่อหลวงทวี บอกอีกว่า ขณะนี้ชาวบ้านในพื้นที่ไม่นิยมออกหาปลาในแม่น้ำโขงแล้ว เนื่องจากรายได้ที่ได้มาไม่คุ้มค่าน้ำมันกับการออกไปหาปลาแต่ละครั้ง สาเหตุเบื้องต้นก็เป็นเพราะปัญหาภัยแล้งที่ทำให้แม่น้ำโขงลดลง ส่งผลให้ปลาหายากขึ้น ทำให้ชาวบ้านต้องหันไปยึดอาชีพอื่นๆ แทน
“
ปัจจุบันชาวบ้านในแถบนี้ไม่นิยมออกเรือหาปลากันเหมือนในอดีต ส่วนใหญ่จะหันไปเอาดีกับการออกเรือโดยสารข้ามฝั่ง เนื่องจากรายได้ดีและมั่นคงกว่าการหาปลา เพราะการหาปลานั้นไม่แน่นอน บางวันอาจจะหาได้ แต่บางวันก็อาจจะไม่ได้เลย ทำให้ประชาชนแถบนี้เริ่มหันหลังให้กับอาชีพการหาปลาในแม่น้ำโขง” พ่อหลวงทวีเล่าผลกระทบจากภัยแล้งจนทำให้เลิกอาชีพหาปลาอย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านแจมป๋องบอกว่า สาเหตุปริมาณน้ำโขงลดลงอย่างมาก เนื่องจากระดับน้ำและปัญหาธรรมชาติน้ำขึ้นลงผิดปกติ ส่งผลให้จำนวนปลาที่เคยอุดมสมบูรณ์ก็เริ่มลดลงเรื่อยๆ ทำให้ชาวบ้านที่ยึดอาชีพหาปลาเลี้ยงครอบครัวต้องเลิกหาปลาไปโดยปริยายเพราะมีรายได้น้อยลงไม่คุ้มกับค่าน้ำมัน
ด้านนายภิรมณ์ ตรังรังษี ผู้ใหญ่บ้านเกาะผาคำ หมู่ 6 ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน กล่าวว่า หมู่บ้านเกาะผาคำมีจำนวนราษฎรอยู่ 83 หลังคาเรือน ประชาชนขาดแคลนน้ำใช้มานานนับเดือน หลังจากไม่สามารถสูบน้ำจากแม่น้ำโขงขึ้นมาเก็บไว้ในถัง 5,000 ลิตร ซึ่งเป็นถังเก็บน้ำประจำหมู่บ้านได้ การดูดน้ำในแม่น้ำโขงมาใช้ทำได้เพียงวันละ 1 ครั้ง หากแห้งหนักก็ต้องใช้เวลา 2 วันถึงจะได้ดูดขึ้นมา
“
แต่ก็ไม่พอใช้ในการชะล้าง ทำความสะอาดในครัวเรือน ทำให้ชาวบ้านต้องไปหาซื้อน้ำถัง ถังละ 10 บาท มาใช้อุปโภคบริโภค การทำไร่ข้าวโพดก็ประสบปัญหาหนักเนื่องจากเจอปัญหาภัยแล้งทำให้ต้นข้าวโพดแห้งตายแถมบางพื้นที่ก็โดนไฟป่าลุกลามเผาไร่ข้าวโพดได้รับความเสียหายจนขาดทุน” นายภิรมณ์ กล่าวน.อ.มนต์ชัย บุญนิตย์ ผบ.นรข.เขตเชียงราย บอกว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังพลเข้าไปสูบน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยใส่ถังขนาด 20 ลิตร เข้าไปแจกจ่าย กระจายช่วยเหลือให้ครอบคลุมทุกหลังคาเรือนใน ต.บ้านแซว ซึ่งมีราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนรอการช่วยเหลือร่วม 1,000 หลังคาเรือน
นายครรชิต ชมภูแดง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย บอกว่า มีหมู่บ้านที่ประสบภัยพิบัติภัยแล้งจำนวนทั้งสิ้น 1,405 หมู่บ้าน 121 ตำบล 118 อำเภอ ของจำนวนหมู่บ้านทั้งหมดของ จ.เชียงราย และมีการประกาศภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินภัยแล้งจำนวนทั้งสิ้น 1,405 หมู่บ้าน 121 ตำบล 118 อำเภอ และพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย 34,746 ไร่ มูลค่าความเสียหายทั้งสิ้นประมาณ 30,150,940 บาท
วิกฤตแม่น้ำโขงแห้งขอด ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านตลอดริมโขง ไม่ว่าจะเกิดจากผลที่จีนสร้างเขื่อนยักษ์ปิดกั้นเส้นทางน้ำ หรือธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปได้ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนปลายน้ำ







