
ยิงกันเข้าไป เพื่อได้ใช้ลุ้นแชมป์
8...ทีมข่าวกีฬา
25 พ.ค. 1989 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล อาร์เซนอลบุกไปเก็บชัยชนะเหนือลิเวอร์พูล 20 ส่งผลให้ทั้งคู่จบด้วยการมี 76 แต้ม และมีผลต่างประตูได้เสีย +37 เท่ากัน
อย่างไรก็ตาม ทีมปืนใหญ่เป็นฝ่ายสมหวัง จัดการปาดหน้าคว้าแชมป์ไปครองแบบสุดระทึก เนื่องจากมีประตูได้มากกว่าคือ 73 ประตู ส่วนทีมหงส์แดงยิงได้ 65 ประตู
นับตั้งแต่วันนั้นมา ยังไม่มีฤดูกาลไหนที่ต้องตัดสินแชมป์ด้วยลูกได้เสียอีกเลย ซึ่งก็ไม่มีใครการันตีได้ว่ามันจะเกิดขึ้นอีกเมื่อใด
ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นฤดูกาลนี้ก็ได้
ด้วยสถานการณ์ของ 3 ทีมลุ้นแชมป์ที่มีแต้มใกล้เคียงสูสีกันมาก ถึงขนาดมีบริษัทรับพนันออกราคาว่าแชมป์ปีนี้จะตัดสินด้วยผลต่างประตูได้เสียไว้ที่ 7/2 ทำให้ทุกทีมต้องไม่ลืมเรื่องผลต่างประตูที่ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะมันอาจถูกหยิบยกมาใช้ในยามฉุกเฉิน
โศกนาฏกรรมที่สนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ ซึ่ง
“สิงโตนำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านไล่ยิง “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา แบบบอลคนละชั้น 71 เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า กุนซือ คาร์โล อันเชล็อตติ ไม่ลืมรายละเอียดในเรื่องนี้ เพราะเกมก่อนหน้านี้ก็เพิ่งบุกไปถล่มปอร์ตสมัท 50“
เราต้องเดินหน้าเก็บชัยชนะไปเรื่อยๆ มันเป็น 3 แต้มที่สำคัญอีกเกมหนึ่ง และยังช่วยเพิ่มผลต่างประตูให้กับเราได้อย่างดี เราพยายามบุกอยู่ตลอด ซึ่งแม้กระทั่งจะจบเกม เรายังบุกกดดันหวังประตูที่ 8 อยู่เลย” กุนซือชาวอิตาเลียน กล่าว7 ประตูของเชลซี เป็นผลงานของ แฟรงก์ แลมพาร์ด ถึง 4 เม็ด (นาที 15, จุดโทษ 44, จุดโทษ 62, 90) ทำให้เขาซัดให้ทีมสิงห์บลูไปแล้วทั้งสิ้น 151 ประตู มากที่สุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ของสโมสร เป็นรองเพียง เคอร์รี ดิกซัน และ บ็อบบี แทมบลิง ที่ยิงไป 193 และ 202 ประตู ตามลำดับ ส่วนอีก 3 ลูก เชลซีได้จาก ฟลอรองต์ มาลูดา (57, 68) และ ซาโลมง กาลู (83) โดย ยอห์น คาริว (29) ยิงตีไข่แตกให้ทีมเยือน
ขณะที่
“จ่าฝูง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเห็นคู่แข่งยิงกระจายขนาดนั้น ก็พยายามตุนประตูเช่นกัน โดยทีมผีแดงสามารถบุกไปหลอกหลอน โบลตัน ได้ถึง 40 จากการทำเข้าประตูตัวเองของ เจย์ ลอยด์ ซามูเอล (38) ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ (69, 78) และ ดาร์รอน กิบสัน (82)อย่างไรก็ตาม สกอร์ดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ผลต่างประตูของแมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาดีกว่า โดยแข้งเรดเดวิลส์มีผลต่าง +51 ส่วนทีมสิงห์บลู +53 ซึ่งกุนซือ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มองว่าเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งของทีม
“
การที่เชลซียิงได้ 7 ประตู ไม่ได้สร้างความกดดันเพิ่มให้เราแต่อย่างใด แต่เมื่อคุณได้เห็นผลต่างประตูที่พลิกผันขนาดนั้นภายใน 4 วัน (เชลซีบวกเพิ่ม 11 ประตู) มันเป็นความท้าทาย ซึ่งเมื่อคุณท้าทายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็พร้อมรับคำท้าอยู่แล้ว”แม้ผลต่างเป็นรอง แต่แมนฯ ยูไนเต็ด ก็ยังพออุ่นใจได้ เพราะมีคะแนนเหนือเชลซีอยู่ 1 แต้ม ผิดกับ อาร์เซนอล ที่บุกไปทำได้แค่เสมอ เบอร์มิงแฮม 11 ทำให้ตามหลังจ่าฝูงถึง 4 แต้ม
ทีมปืนใหญ่ส่อแววจะเก็บ 3 คะแนนได้ เมื่อ ซาเมียร์ นาสรี ยิงให้ทีมก่อนหมดเวลา 9 นาที แต่ในช่วงทดเวลานาทีที่ 2 เควิน ฟิลลิปส์ มาซัดตีเสมอให้เจ้าถิ่น ทำให้อาร์เซนอลได้แค่ 1 คะแนนกลับลอนดอน และทำให้กุนซือ อาร์แซน เวนเกอร์ มองว่าหากหวังก้าวไปถึงตำแหน่งแชมป์ จะต้องเก็บ 3 แต้มให้ได้ทุกนัดต่อจากนี้ เพราะหากจะไปลุ้นลูกได้เสียคงเป็นเรื่องยาก โดยทีมปืนใหญ่มีผลต่าง +40 เท่านั้น
“
มันน่าผิดหวังและเสียหายต่อความหวังคว้าแชมป์ของเรา ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้ เราจำเป็นต้องเอาชนะให้ได้ในทุกเกมที่เหลือ”






