posttoday
น่ารักอ่ะ! บ้านขนมปังขิง + คริสต์มาส กูดดีส์

น่ารักอ่ะ! บ้านขนมปังขิง + คริสต์มาส กูดดีส์

14 ธันวาคม 2555

5... 4... 3... 2... 1... แหมๆๆๆๆ หลายๆ คนอยากจะนับถอยหลังกันใจจะขาดแล้ว

 5... 4... 3... 2... 1... แหมๆๆๆๆ หลายๆ คนอยากจะนับถอยหลังกันใจจะขาดแล้ว

โดย...ศศิรากร อัครัช

5... 4... 3... 2... 1... แหมๆๆๆๆ หลายๆ คนอยากจะนับถอยหลังกันใจจะขาดแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเดินทางออกไปเห็นตึกนั้นตึกนี้ประดับไฟ ใส่ต้นคริสต์มาสกันแล้ว ยิ่งอยากเร่งวันเร่งคืนเทศกาลให้มาถึงไวๆ

แม้บ้านเราจะไม่ใช่เมืองคริสต์ แต่มีอะไรก็เฮไหนเฮด้วยอยู่แล้ว และไม่ว่าอะไรก็สร้างสีสันช่วงเทศกาลได้ไม่เท่าต้นคริสต์มาส และเครื่องประดับประดาต่างๆ รวมทั้งขนมนมเนยหน้าตาน่ารักที่เรียกว่า “คริสต์มาส กู๊ดดีส์” (Christmas Goodies) หรือ “คริสต์มาส ทรีตส์” (Christmas Treats) ก็มีให้กินในช่วงนี้เท่านั้น (นะ) พลาดไม่ได้เด็ดขาด อิอิ

พระเอกของงาน ได้แก่ ขนมปังขิง (Ginger Biscuit) รูปแบบต่างๆ ตั้งแต่บ้านขนมปังขิง (ขนาดเล็กใหญ่ แล้วแต่ใครขยันสร้าง) ต้นคริสต์มาสขนมปังขิง ดวงดาวขนมปังขิง เกล็ดหิมะขนมปังขิง ขนมปังขิงซานตา คุณชายขนมปังขิง ฯลฯ

ขนมปังขิงเดินทางมาสู่ยุโรปที่ฝรั่งเศสในย่ามของพระชาวอาร์เมเนียน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 992 โดยมาจำวัดอยู่ที่อารามในเมืองบงดารอย เป็นเวลาถึง 7 ปี ก่อนที่ในศตวรรษที่ 13 ผู้อพยพชาวเยอรมันได้นำเข้าไปยังสวีเดน และกลายเป็นขนมประจำโบสถ์นางชีหลายๆ แห่ง

“บ้านขนมปังขิง” คาดว่าเริ่มสร้างกันครั้งแรกในเยอรมนี โดยสร้างเป็นสไตล์บ้านแม่มด ตามเรื่องเล่าในนิทานกริมม์ส เรื่อง Hansel and Gretel (ที่เนื้อหาพูดถึงเด็กชาย/หญิงพี่น้อง ใช้ขนมปังโรยตามทางเพื่อจะจำทางกลับบ้าน) คนเยอรมันเรียกบ้านขนมปังขิงว่า เลบคูเชนเฮาส์ (Lebkuchenhaus) ตามชื่อเรียกขนมปังขิงของพวกเขาว่า เลบคูเชน (Lebkuchen) น่ะเอง

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ชาวเมืองเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ จะพากันออกมาสร้างสรรค์ “บ้านขนมปังขิง” มากมายหลายหลัง จนกลายเป็น “เมืองขนมปังขิง” (เรียกว่า Pepperkakebyen) เป็นประจำทุกๆ ปีในช่วงก่อนถึงเทศกาลคริสต์มาส โดยคุยว่าเป็นเมืองขนมปังขิงที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นอกจากดีไซน์แบบบ้านแม่มดแล้ว บ้านขนมปังขิงยังมักประดับประดาไปด้วยไอซิงที่ดูเหมือนหิมะ ตัวแทนของฤดูหนาว นอกจากนี้ยังมีขนมต่างๆ ที่สร้างสรรค์เป็นรูปเครื่องประดับตกแต่งในช่วงคริสต์มาส โดยตามบ้านต่างๆ ในเยอรมนีมักจะช่วยกันสร้างขึ้นในครอบครัว เช่นเดียวกับที่ช่วยกันตกแต่งต้นคริสต์มาสนั่นเอง

ไหนๆ ก็ไหนๆ เอ๊ย ไหนๆ ก็ทำขนมปังขิง ทอฟฟี่ อมยิ้ม แล้วก็ไอซิงสำหรับประดับประดาบ้านขนมปังขิงแล้ว ปาร์ตี้คริสต์มาสอีฟจะขาดสีสัน ถ้าปราศจาก “คริสต์มาส กู๊ดดีส์” อื่นๆ อีกมากมาย เพราะใครๆ ก็เตรียมท้องมาร้องจะกินอิอิ

นอกจากขนมที่ทำจากช็อกโกแลต อย่างเช่น บราวนีส์ (Brownies) ขนมพีแคนกับคาราเมลเค็ม (Pecan & Salted Caramel Cadies) ล็อกเค้ก (Log Cake) ที่เป็นของโปรดของครอบครัวแล้ว “คริสต์มาส กู๊ดดีส์” มักจะมีสีแดง เขียว และขาว อันเป็นสีที่แสดงความเป็นคริสต์มาส ไม่ว่าจะเป็นสีแดงของ เรด เวลเวต คัพเค้ก (Red Velvet Cupcake) ราสพ์เบอร์รี มาร์ชเมลโลว์ (Raspberry Marshmallow) แคนดี เคน (Candy Cane)

สำหรับสีขาวตัวแทนของหิมะมี “คริสต์มาส กู๊ดดีส์” ยอดฮิตมากมาย ทั้งเมอแรงจ์ (Meringue) เค้กบุช เดอ โนเอล (Buche de Noel) เค้กมาสคาโปน (Mascapone) สโนว์ เฟลกซ์ ไอซิง (Snow Flake Icing) ฯลฯ

หรือบางบ้านก็สร้างสรรค์แดง เขียว ขาว เอาไว้ด้วยกันเลยก็มี ไม่ว่าจะ คริสต์มาส เปอตีต์ ฟูร์ (Christmas Petit Fours) ฮอลลี เค้ก (Holly Cake)

บ้านไหนอยากจะฉลองอย่างเต็มสตรีม ลองไปเติมไอเดียได้ที่ร้านควิกสต็อป ชั้น 1 โรงแรมพลาซ่า แอทธินี รอยัล เมอริเดียน นอกจากเชฟดาเนียล แบ๊ค จะสร้างบ้านขนมปังขิงขนาดมหึมา ชนิดคนเข้าไปได้ทีละหลายๆ คนแล้ว ยังสร้างสรรค์ “คริสต์มาส กู๊ดดีส์” หรือ “คริสต์มาส ทรีตส์” เอาไว้เยอะแยะมากมาย

แวะไปเลือกชมกันได้เลยคร้าบ...

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท