
ช้างศึกหวังกู้ศรัทธา ทุบเสือเหลืองตีตั๋วสมัย6
หลังบุกไปเสมอ “แชมป์เก่า” มาเลเซีย 11 ในนัดแรก พร้อมข้อได้เปรียบเล็กน้อยจากกฎประตูทีมเยือน
หลังบุกไปเสมอ “แชมป์เก่า” มาเลเซีย 1-1 ในนัดแรก พร้อมข้อได้เปรียบเล็กน้อยจากกฎประตูทีมเยือน
ขุนพลนักเตะทีมชาติไทยต้องการแค่ผลเสมอ 0-0 ในการลงทำศึกชิงแชมป์ฟุตบอลอาเซียน หรือเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบรองชนะเลิศ นัดสอง ที่สนามศุภชลาศัย เวลา 19.00 น. วันนี้ ก็เพียงพอสำหรับการเข้าชิงชนะเลิศสมัยที่ 6
อย่างไรก็ตาม วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทย ไม่ต้องการเน้นแค่ผลเพื่อการันตีการเข้ารอบ แต่หวังตีตั๋วจากการคว้าชัยต่อหน้าแฟนบอลในบ้าน เพื่อกู้ศรัทธาลูกหนังไทย ซึ่งตกรอบแรกเมื่อ 2 ปีก่อน
“เราจะไม่เล่นเพื่อเสมอ เราไม่ต้องการผ่านเข้าชิงชนะเลิศด้วยผลเสมอ 2 นัด ความมั่นใจของนักเตะเพิ่มขึ้นจากผลเสมอ 1-1 ในกัวลาลัมเปอร์ เรารู้สึกว่าจะชนะในแมตช์นี้” เชเฟอร์ กล่าว
แม้กุนซือชาวเยอรมันจะไม่ได้ลงบัญชาเกมข้างสนาม เพราะติดโทษแบนจากการถูกไล่ขึ้นอัฒจันทร์นัดที่แล้ว ด้วยข้อหาที่เจ้าตัวยืนยันเป็นการเข้าใจผิดของกรรมการ โดยให้ “มาโน” อเล็กซานโดร โพลกิง ผู้ช่วยโค้ช ทำหน้าที่แทน แต่ เชเฟอร์ เชื่อว่าจะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด
“เราจะมีการประชุมทีมก่อนแข่ง และผมมั่นใจในทีมเวิร์กของนักเตะและทีมงานอยู่แล้ว จึงไม่ส่งผล หากผมไม่ได้อยู่ข้างสนาม”
ส่วนความพร้อมของทีมก็ได้รับข่าวดี เมื่อ “เจ้ามุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา ดาวยิงที่ซัดไปแล้ว 4 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ จะได้ลงล่าตาข่ายด้วยสภาพสมบูรณ์เต็มร้อย หลังไม่ได้ลงซ้อมเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ซึ่งเป็นเพียงการให้พักเท่านั้น โดยคาดว่า เชเฟอร์ น่าจะใช้ระบบ 4-5-1 ด้วยผู้เล่นตัวหลักเหมือนเดิม
ขณะที่เสือเหลือง น่าจะได้ ซาฟี ซาลี กองหน้าตัวเก่งฟิตกลับมาเป็นตัวจริง หลังเป็นเพียงตัวสำรองในนัดที่แล้ว โดยโค้ช เค. ราชโกปาล ของมาเลเซีย มั่นใจมีโอกาสเอาชนะไทยตีตั๋วเข้ารอบ
“เราเซอร์ไพรส์พวกเขาในกัวลาลัมเปอร์มาแล้ว และเราก็สามารถสร้างเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เราจะพยายามอย่างเต็มที่ เรามาที่นี่เพื่อเข้ารอบชิงชนะเลิศ ตอนนี้สกอร์คือ 1-1 และเรามีโอกาสดีที่จะชนะ” โค้ชมาเลย์ กล่าว และพยายามจะลืมปัญหาเรื่องสนามฝึกซ้อม
ก่อนหน้านี้ ทีมเยือนได้ออกมาโวยเรื่องสนามซ้อมจรัญบุรพรัตน์ ย่านพระราม 9 ที่ทางไทยจัดไว้ให้ มีสภาพน้ำขังเหมือนทุ่งนา จนไม่สามารถซ้อมได้เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. ก่อนจะได้ซ้อมในสนามจริงเมื่อวานนี้
เช่นเดียวกับ ซาฟิก ราฮิม กัปตันทีม ที่ถูกดันให้ขึ้นมาเล่นเกมรุกมากเป็นพิเศษในนัดแรก ที่มองเป้าหมายไปถึงรอบชิงชนะเลิศ
“ไทยแลนด์ยังเป็นทีมเต็ง แต่เราโชว์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่าเราสามารถต่อกรกับพวกเขาได้ในทุกตำแหน่ง เราเล่นตามแผนของเราในนัดแรก แต่มันยังไม่เพียงพอที่จะเอาชนะพวกเขา เราต้องลืมแมตช์ที่ผ่านมา และมีสมาธิกับเลกสอง ผมเชื่อว่าเราสามารถทำได้ดีขึ้น” ราฮิม กล่าว
ทั้งนี้ แชมป์เก่าจำเป็นต้องชนะหรือเสมอ 2 ประตูขึ้นไป เพื่อโอกาสเข้ารอบ ขณะที่ทีมไทยยังได้เปรียบเรื่องเสียงเชียร์ในบ้าน หลังบัตรขายหมดเกลี้ยง จนล่าสุดสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ต้องเปิดขายบัตรเพิ่ม 1,000 ใบสุดท้าย ก็มีแฟนบอลมาต่อคิวซื้อหมดในเวลาแค่ 40 นาที และสร้างความไม่พอใจให้กับแฟนบอลบางส่วนที่ไม่ได้บัตร จนเกิดเหตุการณ์ประท้วงและปาไข่ใส่สมาคม
“น่าดีใจที่มีแฟนบอลให้ความสนใจอยากจะเข้าไปเชียร์ทีมชาติไทย ต้องขอบคุณแฟนบอลไทยทุกคน และเชื่อว่ากองเชียร์ไทยคงไม่มีการยิงแสงเลเซอร์ใส่ผู้เล่นของมาเลเซีย หรือจุดประทัดใส่เหมือนเกมที่แล้ว ผมเชื่อว่าแฟนบอลไทยจะเป็นเจ้าบ้านที่ดี แต่ก็ต้องขอโทษและแสดงความเสียใจกับมาเลเซียในเรื่องสนามฝึกซ้อมที่มีปัญหา” วินนี กล่าว
ทีมชนะจะเข้าไปชิงชนะเลิศกับ สิงคโปร์ แชมป์ 3 สมัย ที่เอาชนะ ฟิลิปปินส์ 1-0 จากประตูโทนของ ไครูล อัมรี ที่สนามจาลัน เบซาร์ สเตเดียม ที่เมืองลอดช่อง วานนี้







