posttoday
ทุกสิ่ง เราเป็นผู้สร้าง

ทุกสิ่ง เราเป็นผู้สร้าง

12 ธันวาคม 2555

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนูดีมีภารกิจแทรกที่ไม่ทำไม่ได้ค่ะ นั่นก็คือการเดินทางไป อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กะทันหัน

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนูดีมีภารกิจแทรกที่ไม่ทำไม่ได้ค่ะ นั่นก็คือการเดินทางไป อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กะทันหัน

โดย...หนูดี – วนิษา เรซ

เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หนูดีมีภารกิจแทรกที่ไม่ทำไม่ได้ค่ะ นั่นก็คือการเดินทางไป อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กะทันหัน เพื่อไปฟังธรรมบรรยายพิเศษที่ศูนย์เต้าเต๋อซิ่นซีสากล โดย อาจารย์จ้าวเมี่ยวกว่อ ผู้ก่อตั้งเทคนิคเต้าเต๋อซิ่นซี ซึ่งท่านเป็นอาจารย์ทางจิตวิญญาณที่หนูดีเคารพนับถือมากๆ ฟังชื่อแบบนี้หลายคนคงคิดว่า ท่านเป็นผู้ชายจีนแก่ๆ หรือเปล่า จริงๆ แล้ว อาจารย์จ้าวเป็นผู้หญิงหน้าตาผ่องใส ดูแล้วสดชื่นสบายตา เป็นลูกศิษย์อาจารย์กันมาหลายปี หนูดีเองก็เพิ่งทราบว่าอาจารย์ไม่ใช่สาวๆ อายุเพียงสี่สิบเศษ เพราะอาจารย์หน้าเด็กมาก สรุปว่า อาจารย์เล่าว่าเมื่ออายุสามสิบเศษนั้น อาจารย์เป็นโรคที่ทำให้ปวดมาก ปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ ปวดจนไม่รู้ว่าจะอยู่ต่อไปทำไม และบอกต่อว่านั่นคือเมื่อสามสิบปีมาแล้ว อ้าว หนูดีนับนิ้วไปมา อาจารย์ก็หกสิบกว่าแล้วสิ อึ้งไปพักใหญ่ เพื่อนๆ ที่นั่งฟังก็พากันอึ้ง ต้องบอกว่าคนสุขภาพจิตดี และดูแลสุขภาพร่างกายดี มักจะผ่องใสจนทำให้คนทั่วไปตกใจได้แบบนี้ล่ะค่ะ

ครั้งนี้ อาจารย์ธรรมบรรยายได้เป็นประโยชน์กับคนเมืองงานยุ่งจริงๆ ค่ะ เพราะอาจารย์พูดถึงหลายเรื่องที่น่าสนใจ เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องภัยพิบัติ การรับมือกับชีวิตที่วุ่นวายและโดดเดี่ยวในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะการรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นกับตัวเราเองว่ามีผลมาจากอะไร และเราจะแก้ไขอย่างไร

ฟังธรรมอาจารย์จ้าวจะสนุกอย่างหนึ่งค่ะ คือ ท่านจะพูดถึงเรื่องของจิตใจ จิตวิญญาณ และเรื่องราวของสุขภาพที่ดี ให้เป็นเรื่องเดียวกันแบบแยกไม่ออก ซึ่งท่านจะนับว่าร่างกายที่ดี แข็งแรง เป็นผลสืบเนื่องมาจากจิตใจที่แข็งแรงด้วย เพราะทั้งสองอย่างต้องดำเนินไปด้วยกัน จิตใจที่เข้มแข็งจะสร้างให้เกิดร่างกายที่สมบูรณ์ แข็งแรง

อาจารย์เองเล่าว่าเมื่อครั้งป่วยไข้ อาจารย์ปวดทุกวันในเวลาเย็นรวมถึงกลางคืน ปวดหนักจนทนไม่ไหวต้องเรียกสามีให้มาช่วยดูแล แต่ตอนหลังปวดทุกคืนตลอดทั้งคืน จะเรียกสามีตลอดก็ไม่ไหวเกรงใจเขา ก็ทนปวดอยู่คนเดียว โรคของอาจารย์แพทย์บอกว่าคงไม่รอดไม่น่าจะมีอายุยืนได้มากนัก อาจารย์เองก็ใช้วิธีการรักษาไป และก็อดทน ระหว่างที่ปวดนั้นหากทำอะไรไม่ได้ ก็จะอ่านหนังสือต่างๆ หนังสือที่อาจารย์สนใจก็จะเป็นพระไตรปิฎกในศาสนาพุทธ รวมถึงคัมภีร์ไบเบิล เพราะอาจารย์จะชอบอ่านเรื่องราวที่เกี่ยวกับความรักเมตตา ซึ่งในสองคัมภีร์นี้มีอยู่มากมาย อ่านแล้วเกิดความรู้สึกอบอุ่นสบายใจ แต่อาการของโรคก็ยังคงดำเนินต่อไป จนในที่สุด อาจารย์หยิบคัมภีร์เต้าเต๋อจิงซึ่งเป็นคัมภีร์โบราณขึ้นมาอ่าน อ่านไป 1 บท ก็ไม่เข้าใจ อ่านไป 2 บทก็ไม่เข้าใจ อ่านไป 3 บทก็ไม่เข้าใจ เพราะเป็นกลอนโบราณ และเขียนด้วยภาษาจีนที่โบราณมากๆ ในที่สุดอาจารย์เปิดไปอ่านบทที่ 81 ซึ่งเป็นบทสุดท้ายก่อน คราวนี้อาจารย์เข้าใจในทันทีเลย และสรุปได้กับตัวเองว่า

สาเหตุของโรคที่เกิดกับตนเองนี้ มีสาเหตุสั้นๆ ดังนี้

1.ทุกสิ่ง เราเป็นผู้สร้าง

อาจารย์สรุปได้ง่ายๆ แบบนี้เลยค่ะ คือโรคเป็นผลของอะไรสักอย่าง สาเหตุของโรคนั้นก็มาจากตัวเรานั่นเองล่ะ แต่จะมาจากอะไร ตรงนี้เราก็ต้องดูไปเพราะแต่ละคนโรคก็ต่างกัน และสาเหตุก็แตกต่างกันไป

ในคัมภีร์เต้าเต๋อจิง (บางคนเรียก เต๋าเต็กเก็ง) เป็นกลอนโบราณมีเพียง 5,000 คำเท่านั้น แต่นำมาใช้ได้ทั้งเรื่องการเมือง การบริหาร การใช้ชีวิต และเรื่องสุขภาพ สิ่งที่เป็นหัวใจหลักของคัมภีร์นี้ตอนหนึ่งคือ การรับใช้สังคม การทำตัวให้อยู่ต่ำและเป็นไปตามธรรมชาติ และเป็นประโยชน์กับโลกมากที่สุด

อาจารย์หันกลับมามองตัวเอง และบอกตัวเองง่ายๆ ว่า ที่ผ่านมาในชีวิตฉัน เป็นนักวิชาการ ชอบเก็บตัวอยู่กับตัวเอง ชอบนั่งอ่านหนังสือความรู้ในห้องแคบๆ ไม่ได้ชอบออกไปสังสรรค์หรือทำงานอาสาสมัครกับใคร นี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันเอาตัวออกจากร่างกายตัวเองไปไม่ได้ เมื่อมีอาการเจ็บป่วยก็ยังคงเก็บตัว อ่านหนังสือความรู้อยู่นั่นล่ะ ไม่เป็นประโยชน์กับใครนอกจากตัวเอง จากนี้ไปฉันจะไม่ยอมเหมือนเดิม แต่ฉันจะออกไปช่วยคนอื่นๆ จะได้ไม่ต้องหมกมุ่นกับอาการเจ็บป่วยของตัวเองเกินไปนัก คือรักษาก็ยังคงรักษาต่อไป แต่จะต้องรับใช้สังคมบ้าง ไม่ใช่รับใช้แต่ตัวเองและอาการเจ็บป่วยของตัวเอง

จากนั้น อาจารย์บอกว่าสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นค่ะ คือ เมื่อหลุดโฟกัสออกไปจากอาการเจ็บป่วยที่คิดอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงนั้น อาการเจ็บป่วยกลับดีวันดีคืนจนหายสนิท อาจารย์เองได้สุขภาพสมบูรณ์กลับมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้ไม่ยอมใช้ชีวิตเหมือนเดิมแล้วค่ะ แต่เริ่มต้นออกเดินทางสอนคนไปทั่ว ทั้งเรื่องการใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ การสร้างพลังชีวิต การรำมวยจีนเพื่อบำบัดโรคภัย ทั้งหมดนี้ อาจารย์ถือว่าตัวเองโชคดียิ่งนักที่ได้มีโอกาสรับใช้สังคม

ประสบการณ์ตรงของหนูดีค่ะ คือ ครั้งหนึ่งกราบเรียนเชิญอาจารย์มาสอนเด็กๆ และพ่อแม่ที่โรงเรียนวนิษา อาจารย์มาเมืองไทยพอดี เราจะส่งรถไปรับอาจารย์บอกไม่ต้องเดี๋ยวมาเอง จะใส่ซองบอกไม่เอา จะไปส่งบอกไม่ต้องไปส่งมีคนมารับส่งแล้ว เมื่อธรรมบรรยายเสร็จ อาจารย์นั่งยิ้มหวานอยู่ที่พื้น หนูดีไม่รู้จะขอบคุณอย่างไรดี เพราะให้อะไรก็ไม่รับเลย ก็เลยกราบอาจารย์แล้วบอกว่า ขอบพระคุณมากๆ ค่ะ อาจารย์กลับจับมือไว้แล้วพูดนิ่งๆ สงบๆ ตามแบบว่า ไม่ต้องขอบคุณนะ อาจารย์ต่างหากต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ เพราะหนูดีเปิดโอกาสให้อาจารย์ได้มารับใช้ตรงนี้

ฟังแล้วน้ำตาซึมเลยค่ะ อาจารย์ถ่อมตัวสุดๆ เกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น และก็ไม่เคยได้พบคนแบบนี้อีกนะคะ ถ้าตัวคนสอนเองไม่เป็นเต๋าตามที่ท่านสอนเรา เราคงไม่ศรัทธานัก แต่นี่ ทั้งเห็นทั้งฟังก็เลยทำให้ประทับใจ

สิ่งที่อาจารย์สรุปง่ายๆ ทั้งเรื่องจิตใจเรื่องสุขภาพว่า คัมภีร์เต๋าสอนอะไร สอนง่ายๆ สองข้อ

1.ทุกสิ่งตนเป็นผู้สร้าง

2.สร้างสรรค์ทุกสิ่งด้วยตนเอง

คือ สองข้อนี้ เป็นการสลับคำกันเท่านั้น นั่นก็คือ ทุกโรค ทุกความโชคดี โชคร้าย เราเป็นผู้สร้าง อย่าโทษใคร อย่ามองไปที่คนอื่น ให้มองกลับมาที่ตัวเองเท่านั้น และตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า สิ่งที่ไม่พอใจทุกวันนี้เราทำอะไรลงไป และเราเองจะแก้ไขอย่างไร ซึ่งบางทีสิ่งที่เราเป็นและเจ็บปวดอยู่ทุกวันนี้ อาจจะมีสาเหตุใกล้ตัวกว่าที่เราคิดค่ะ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท