posttoday
สวมหัวใจโจรสลัด สร้างกำไรเร่งรัดแบบไฮเนเก้น

สวมหัวใจโจรสลัด สร้างกำไรเร่งรัดแบบไฮเนเก้น

10 ธันวาคม 2555

โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

โดย รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ไม่ต้องบอกใครๆ ก็คงรู้ว่าการแข่งขันของธุรกิจน้ำเมา พวกเหล้า เบียร์ ไวน์นั้น มันดุเดือดเลือดพล่านขนาดไหน เพราะจำนวนยี่ห้อของเบียร์ ไวน์ วิสกี้นั้นมีมากมายให้ผู้บริโภคทั่วโลกได้เลือกชิม ไม่เว้นแม้แต่ตลาดในบ้านเรา ซึ่งเดี๋ยวนี้มีสาวสวย “เชียร์เบียร์” กันตามร้านอาหารอย่างคึกคัก และหนึ่งในเบียร์นอกที่ชาวไทยนิยมดื่มมาหลายทศวรรษแล้วก็คือ เบียร์ไฮเนเก้น (Heineken) ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศเนเธอร์แลนด์นั่นเอง เบียร์ดัตช์ยี่ห้อนี้มีอายุกว่า 100 ปีมาแล้ว

ในปี 1873 เจอราร์ด อดริอาน ไฮเนเก้น เป็นผู้กลั่นเบียร์สูตรของตัวเขาออกมาเป็นครั้งแรก จากนั้น เอช. อีเลียน (H. Elion) ก็ได้พัฒนายีสต์สูตรเฉพาะ ซึ่งก็คือ Heineken Ayeast ซึ่งปัจจุบันก็ยังใช้ยีสต์สูตรนี้ในการผลิตเบียร์อยู่ รสชาติอ่อนๆ กลิ่นหอมหวนของไฮเนเก้นทำให้เบียร์ยี่ห้อนี้ได้รับรางวัลมากมายตั้งแต่ช่วง 2–3 ปีแรกที่เปิดตัวเบียร์ประมาณการว่าในปี 2554 ที่ผ่านมา ไฮเนเก้นทั่วโลกได้ผลิตเบียร์สู่ผู้บริโภคถึง 2,740 ล้านลิตร (ประมาณว่ากระจายความเมาไปได้ทั่วโลกจริงๆ)

อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังความสำเร็จของแทบทุกองค์กรขนาดใหญ่ระดับโลก เช่น จีอี (GE หรือ General Electric) ไอบีเอ็ม (IBM) โตโยต้า ซัมซุง ฯลฯ ซึ่งเป็นบริษัทเก่าแก่อายุ 50 กว่าปีจนถึงร้อยกว่าปี ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านร้อน–หนาว ผ่านช่วงเวลารุ่ง–ร่วงกันมาแล้วหลายยก แต่ก็ยังมีความสามารถที่จะปรับกลยุทธ์พลิกผันสถานการณ์ที่ย่ำแย่ให้คืนสู่เวทีแชมเปียนได้ สำหรับไฮเนเก้นก็เช่นกันที่เคยรุ่งร่วงแล้วกลับมารุ่งได้อีกในปีนี้ จึงเป็นเรื่องน่าสนใจที่พวกเราจะได้เรียนรู้ว่าไฮเนเก้นเอาตัวรอดได้อย่างไร โดยจะขอหยิบเรื่องของไฮเนเก้น ที่สหรัฐ (Heineken, USA) มาคุยให้ฟังกัน

เริ่มเรื่องเมื่อประมาณช่วงปี 2550–2552 ไฮเนเก้น สหรัฐ ประสบปัญหายอดขายร่วงเอาๆ มีผลทำให้ผู้บริหารต้องลอยแพพนักงานถึง 10% ซึ่งเป็นการลอยแพพนักงานครั้งแรกของไฮเนเก้น สหรัฐ การปลดพนักงานออกในครั้งนั้น ถือเป็นประวัติการณ์ที่ทำให้พนักงานที่เหลือเสียขวัญไปตามกัน ด้วยสภาพจิตเช่นนี้ทำให้พนักงานกังวลใจ ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ไม่ขยับทำอะไร “ใส่เกียร์ว่าง” คอยดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป

สวมหัวใจโจรสลัด สร้างกำไรเร่งรัดแบบไฮเนเก้น

 

แม็กกี ทิมอนีย์ CPO (Chief People Officer) ของไฮเนเก้น สหรัฐ ได้ให้ความเห็นว่า สภาพที่องค์กรมียอดขายตกและพนักงานนั่งเฉยๆ ไม่กระดุกกระดิกทำอะไรถือเป็นเรื่องที่น่าวิตกยิ่งเพราะมันไม่ช่วยกอบกู้บริษัทให้ดีขึ้นเลย แต่แล้วพอปลายปี 2552 ดอล์ฟ วาน เดน บริงก์ (Dolf Van Den Brink) CEO คนใหม่ก็ก้าวเข้ามาแล้วฟันธงว่า “ไฮเนเก้น สหรัฐ ได้สูญเสียจิตวิญญาณของความเป็นเถ้าแก่ (Entrepreneurial Spirit) ไปแล้ว” ซึ่งแม็กกีเองก็ได้เสริมขึ้นด้วยว่า “เราจำเป็นต้องฟื้น Passion (ฉันทะ) ของพนักงานให้คืนกลับมา”

โดยไม่รอช้า คณะผู้บริหารได้เชิญพนักงานจำนวนกว่าครึ่งของจำนวนทั้งหมดประมาณ 500 คน จากทุกแผนกให้มาร่วมประชุมออกความคิดเห็นเกี่ยวกับองค์กร หนึ่งในคำถามหลักที่ผู้บริหารต้องการข้อเสนอแนะจากพนักงาน ก็คือ “พวกคุณรู้สึกอย่างไรต่อไฮเนเก้นในวันนี้ และคุณอยากรู้สึกต่อไฮเนเก้นอย่างไรในอนาคต” คำถามนี้ได้เปิดโอกาสให้คณะกรรมการบริหารการเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นผู้บริหารจากทุกแผนกได้ทราบความในใจของพนักงานจนสามารถสรุปได้ว่า วัฒนธรรมองค์กรใหม่ของไฮเนเก้น สหรัฐ ควรประกอบด้วยเสาหลัก 4 ประการ คือ

ต้องกล้า (Be Brave)

ตัดสินใจแล้วต้องลงมือทำ (Decide and Do)

ตามล่ากันเป็นทีม ทำงานต้องประสานพลังกัน (Hunt as a Pack Work Collaboratively)

ทำงานเหมือนกำลังจัดการกับเรื่องส่วนตัว ทำทุกอย่างเพื่อบรรลุชัยชนะอย่างมีความรับผิดชอบ (Take it Personally Do what it takes to win, but be responsible)

วัฒนธรรม 4 ข้อนี้ มิได้เป็นเพียงคำจารึกบนกระดาษ แต่มีการนำมาปฏิบัติและทำให้มันมีชีวิตขึ้น เมื่อบริษัทจัดประชุมพนักงานอีกครั้งที่เมืองบอสตัน ในฤดูใบไม้ร่วงของปี 2010 ธีม (Theme) ของการประชุม คือ “โจรสลัด” (Pirate) เพราะผู้บริหารต้องการให้พนักงานมีจิตวิญญาณฮึกเหิม กล้าท้าทาย กล้าเสี่ยงแบบโจรสลัด ต้องเคลื่อนไหวเร็ว

เพื่อให้มั่นใจว่าพนักงานจะปรับทัศนคติและพฤติกรรมอย่างจริงจัง แผนก HR ของไฮเนเก้น จึงโยงการชมเชยและการให้รางวัลพนักงานเข้ากับพฤติกรรมการเป็นเถ้าแก่ของพวกเขา มีการปรับปรุงตกแต่งสำนักงานใหญ่ให้มีพื้นที่เปิดมากขึ้น เพื่อลดกำแพงและผนังที่ขวางกั้นความร่วมมือกันของพนักงานไฮเนเก้น สหรัฐ เท่านั้นยังไม่พอ ไฮเนเก้น สหรัฐ ยังได้ทุ่มงบถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อพัฒนาฝึกอบรมพนักงาน

ผลของการเปลี่ยนแปลงทั้งหลายเริ่มส่งผลบวกให้เห็นตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา โดยที่จำนวนของพนักงานที่กล่าวว่า พวกเขารู้สึกภูมิใจที่ได้ทำงานกับไฮเนเก้น สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 13% ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นด้วยว่า พนักงานรู้สึกสบายๆ ไม่อึดอัดที่จะแบกรับความเสี่ยง (ที่มีเหตุผล) มากขึ้น การประสานงานระหว่างทีมงานดีขึ้น ที่เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมากที่สุดก็ตรงยอดขายนี่สิค่ะที่เพิ่มขึ้น 3.9% เมื่อเดือน ส.ค. 2011 แสดงว่าใช้เวลาไม่ถึง 1 ปี ก็เริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เมื่อองค์กรทำการปรับวัฒนธรรมและปรับระบบบริหาร HR ให้สะท้อนวัฒนธรรม “โจรสลัด” อย่างแท้จริง และรายได้ประจำปี 2011 ก็เพิ่มขึ้นเป็นที่น่าพอใจของทุกคน

งานนี้ไม่ใช่ฝีมือ HR แล้วจะเป็นฝีมือใคร?

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท