
เด็กติดผ้า ติดตุ๊กตา
เรื่อง พญ.ปราณี เมืองน้อย สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
น้องจี อายุ 5 ขวบ ติดตุ๊กตาหมูสีชมพูมาก ไม่ยอมให้ซัก เพราะกลิ่นน้ำยาซักผ้าที่หอมจะไม่เหมือนกลิ่นหมูเดิมที่น้องจีชอบ จนที่บ้านเรียกกันว่า
“หมูเน่า” น้องจีได้น้องหมูจากเพื่อนคุณแม่ตั้งแต่อายุ 7 เดือน แต่น้องจีไม่สนใจมันเลย ปล่อยไว้ในตู้โชว์ วันหนึ่งเมื่ออายุ 2 ขวบครึ่ง น้องจีนึกอยากมีตุ๊กตาบนเตียงนอน จึงไปหยิบพี่หมูมานอนเป็นเพื่อน แรกๆ ก็ยอมให้ซัก และให้พี่หมูเป็นเฉพาะเพื่อนนอนเมื่อเริ่มไปเรียนหนังสือ 3 ขวบ ดูเหมือนน้องจีจะติดตุ๊กตาหมูมากขึ้น แต่ยังไม่ถือไปมานอกบ้าน ให้เป็นเพื่อนเฉพาะในบ้านเท่านั้น ช่วงที่คุณพ่อคุณแม่พาน้องจีไปเรียนดนตรี 4 ขวบ น้องจีเริ่มเรียกร้องขอเอาพี่หมูไปเป็นเพื่อน แต่แม่ไม่อนุญาตเพราะคิดว่าน่าจะให้น้องจีควบคุมความหงุดหงิด วิตกกังวลจากการทำงานยากๆ ด้วยตนเองตามลำดับ
แต่การณ์กลับตาลปัตรเมื่อวันหนึ่งคุณพ่ออนุญาตให้น้องจีนำตุ๊กตาหมูไปเป็นเพื่อนในรถ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาตุ๊กตาหมูก็กลายเป็นเพื่อนสนิทที่น้องจีหนีบไปทุกที่และไม่ยอมให้ซัก เวลาซักจนหอมฟุ้ง น้องจีจะร้องไห้ยังกับพี่หมูหนีไปอยู่บนสวรรค์ซะงั้นเชียว จะโกรธแม่กับพี่เลี้ยงซักพัก แล้วก็พยายามกอดรัดหรือเช็ดกับตัวเองเพื่อให้พี่หมูมีกลิ่นเหมือนเดิมจนได้
จากกรณีนี้จะเห็นว่า สาเหตุที่ทำให้น้องจีติดตุ๊กตาหมู เพราะความคุ้นเคยเหมือนมีเพื่อน และความวิตกกังวลต่อการปรับตัวในกิจวัตรต่างๆ ทำให้น้องจีอยากหาตัวแทนแม่ที่จะให้ความอบอุ่นและปลอบโยนได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ในยามที่เขาไม่ค่อยมั่นใจหรือหวาดหวั่นใจ
การแก้ไขทำได้โดยเสริมความมั่นใจในตนเอง ฝึกทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทักษะการพูดคุย ซักถามเมื่อไม่เข้าใจ โดยสอนผ่านการทำกิจกรรมสนุกสนานระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ ฝึกให้เด็กช่วยเหลือตนเองและช่วยงานบ้าน เพื่อให้เกิดความคล่องแคล่วและมั่นใจในตัวเอง ไม่จำเป็นต้องบีบบังคับให้น้องจีทิ้งตุ๊กตาหมู
ควรหาโอกาสให้น้องจีเก็บตุ๊กตาไว้เฉพาะที่บ้าน เพื่อฝึกการแยกจากกัน เมื่อน้องจีพร้อมเขาจะค่อยๆ ลาจากกันเอง และยอมเก็บตุ๊กตาหมูเป็นที่ระลึกวัยเด็กในตู้หรือบนเตียง โดยไม่วิตกกังวลอีกต่อไป







