
รักและเรียนรู้ผ่านงานศิลป์กับครอบครัว CCF
เรื่อง วันพรรษา อภิรัฐนานนท์/ ภาพ ณัฏฐ์ฐิติ อำไพวรรณ
“CCF
คืออะไร CCF คือความตั้งใจที่จะช่วย คืออนาคตของเด็ก คือโครงการอาหารกลางวัน คือโครงการอาหารเช้า คือโครงการจักรยานสำหรับไปโรงเรียนของเด็ก คือโครงการรักการอ่าน และอีกมากมายที่เราอยากให้เด็กมีชีวิตที่ดีขึ้น” ดร.กรรณชฎา พิริยะรังสรรค์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิสงเคราะห์เด็กยากจน ซี.ซี.เอฟ. ในประเทศไทย (CCF) ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กล่าวล่าสุด คือโครงการ
“จากใจถวายพระเทพฯ” เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสที่จะทรงเจริญพระชนมายุครบ 55 พรรษา ในวันที่ 2 เม.ย.นี้ และฉลองครบรอบการดำเนินงาน 35 ปีของมูลนิธิฯ โครงการจากใจถวายพระเทพฯ เป็นการส่งเสริมเด็กยากไร้กว่า 3 หมื่นคน ในความดูแล ให้ได้เรียนรู้เทคนิคการคิดเชิงสร้างสรรค์ ถ่ายทอดจินตนาการและประสบการณ์ออกมาเป็นภาพวาดและเรื่องแต่ง เด็ก 300 คน ผ่านการคัดเลือก และเด็ก 55 คน ที่ชนะการประกวดระดับประเทศเด็กทุกคนสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนเร้น แม้ส่วนใหญ่จะมาจากครอบครัวที่ขาดแคลน หลายคนไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ หลายคนกินไม่อิ่มท้อง และหลายคนไม่มีที่เรียนที่ดี แต่หลายคนก็แสดงให้เห็นว่าหากพวกเขาได้รับการอุปการะเหลียวแล ชีวิตความเป็นอยู่แม้เพียงสักนิด พวกเขาก็จะพัฒนาตัวเองได้อย่างงดงาม เบื้องหลังของการสนับสนุนงานด้านศิลปะในโครงการจากใจถวายพระเทพฯ ครั้งนี้ มาจากไอเดียของผู้หญิงเก่ง...ผู้หญิงที่เป็นแม่และผู้หญิงที่ทำงานกับองค์การพัฒนาสตรีและเด็กมาตลอดชีวิต
จบอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่นาน ดร.กรรณชฎา เข้าร่วมงานกับองค์กรพัฒนาสังคมระดับชาติทั้งของอังกฤษ เยอรมนีและยูเอ็น จนได้มีโอกาสเข้าร่วมงานกับ ซี.ซี.เอฟ. ตั้งแต่ปี 2544 เจ้าตัวยิ้มสดใสบอกว่ายังสนุกมากๆ กับการทำงานด้านสงเคราะห์เด็ก พัฒนาเด็กให้เติบโต มีการศึกษา มีความคิดความดีงาม สามี คือ รศ.ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ ส่วนลูกชายลูกสาวอีกอย่างละคน คือ น้องฮู กับน้องหวาน
“นโรตม์” และ “นันทนิษฐ์”“
ลูกทั้งสองคนก็เรียนวาดรูปกับอาจารย์สังคมมาแต่เล็ก” ดร.กรรณชฎา หมายถึงอาจารย์สังคม ทองมี ผู้ก่อตั้งศูนย์ศิลป์สิรินธร สำหรับน้องหวานได้เหรียญทองเกียรตินิยมวาดรูปตั้งแต่ 6 ขวบ จากประเทศญี่ปุ่น พิสูจน์ให้คุณแม่กรรณชฎาเห็นว่า ศิลปะนี่แหละคือเครื่องมือที่ดีที่สุดในการพัฒนาเด็ก นอกจากวาดรูปทั้งสองยังสนใจดนตรี น้องฮูเล่นไวโอลา ส่วนน้องหวานเล่นเปียโนในโลกกระแสหลักที่กำลังหมุนแรงด้วยบริโภคนิยม คุณแม่สบายใจที่ลูกๆ ชอบศิลปะ และได้ใช้เครื่องมือเดียวกันนี้นำมาพัฒนาเด็กในมูลนิธิฯ ด้วยแนวคิดที่ว่า เด็กต้องเรียนรู้ศิลปะ เพื่อให้เติบโตเป็นคนเต็มคน ไม่ใช่โตขึ้นมาแบบแล้งๆ โตขึ้นแต่ตัว สมองและจิตวิญญาณคับแคบ หน้าที่ของมูลนิธิฯ นอกจากจะหาอาหารให้อิ่มท้อง เด็กต้องได้รับอาหารสมองและจิตใจด้วย
เนาวรัตน์ พงศ์ไพบูลย์ กวีซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กล่าวว่า องค์รวมของปัญญาคือความรู้สึกนึกคิด ซี.ซี.เอฟ. เริ่มต้นดีแล้วและต้องก้าวต่อไปให้ได้ด้วยการต่อยอดองค์รวมทางปัญญา เด็กๆ ในโครงการต้องให้เขาได้รู้จักจิตใจของตัวเอง ได้รู้จักดูแลจิตใจของตัวเอง และสำคัญที่สุดคือได้รู้จักที่จะควบคุมความรู้สึก และจิตใจความต้องการ
“
การเติบโตทางจิตวิญญาณมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเติบโตทางร่างกาย คนที่เติบโตขึ้นมาโดยไม่สัมผัสกับงานศิลปะเลย มันทำให้เขาหยาบกระด้าง เพราะเขาไม่รู้จักตัวเอง ไม่เคยสัมผัสถึงหัวใจของตัวเอง จึงไม่รู้จักควบคุมความต้องการของตัวเอง คนหยาบกระด้าง สังคมก็หยาบกระด้าง ความรุนแรงในสังคมที่เราไม่อยากเห็นในวันนี้ อาจมาจากเด็กที่เติบโตขึ้นอย่างไร้ศิลปะกล่อมเกลา” เนาวรัตน์ กล่าว ถ้าไม่อยากให้สังคมไทยรุนแรงไปกว่านี้ ศิลปะอาจเป็นคำตอบที่เราทุกคนต้องมาช่วยกันคุณแม่กรรณชฎากล่าวทิ้งท้ายว่า สังคมไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงานสังคมสงเคราะห์ คนทำงานสงเคราะห์ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัคร ทั้งๆ ที่งานสงเคราะห์ควรเป็นงานเต็มเวลา เนื่องจากอุปสรรคปัญหา ตลอดจนกระบวนการที่ต้องขับเคลื่อนล้วนต้องอาศัยความมุ่งมั่น ความเอาใจใส่และความทุ่มเทอย่างต่อเนื่อง ครบ 35 ปี CCF วันนี้ จึงเป็นวันที่ภูมิใจ โดยเฉพาะทีมงานกว่า 170 ชีวิต ที่กอดคอร่วมกันมา







