posttoday
บทพิสูจน์...ขายฝันหรือเอาอยู่

บทพิสูจน์...ขายฝันหรือเอาอยู่

09 ธันวาคม 2555

โดย...นูโน่

โดย...นูโน่

ปีนี้นอกจากจะเป็นปีแห่งความสำเร็จของนักกีฬามอเตอร์สปอร์ตไทยในระดับนานาชาติหลายคนแล้ว ยังเป็นปีที่วงการกีฬาความเร็วโลกรู้จักประเทศไทยมากขึ้น

ส่วนหนึ่งมาจากการได้สิทธิเป็นเจ้าภาพจัดแข่งขัน เรซ ออฟ แชมเปียนส์ หรือ อาร์โอซี วันที่ 14-16 ธ.ค.นี้ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน และการเสนอตัวจัดการแข่งขันศึกฟอร์มูลาวัน ปี 2014

โดยเฉพาะอย่างหลัง ที่มีการรายงานและวิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก จากการให้ข่าวยืนยันการได้สิทธิจัดแข่งขันแน่นอนแล้วของผู้เกี่ยวข้องในไทย พร้อมเชื่อมโยงการเป็นเจ้าภาพ อาร์โอซี เป็นเส้นทางสู่การจัดเอฟวัน

ทั้งที่ความจริงแล้ว เส้นทางการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพศึกใหญ่ที่สุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตยังอีกยาวไกลนัก

สื่อหลายสำนักในต่างประเทศรายงานโดยใช้คำว่า “ข่าวลือ” พร้อมวิจารณ์ถึงความเป็นไปได้ยากในการบรรลุข้อตกลงเรียบร้อยแล้วตามเงื่อนไขจากฝ่ายไทย โดยเฉพาะเรื่องสัญญามูลค่า 1,200 ล้านบาท ที่ดูจะต่ำเกินไป แถมยังต้องรออนุมัติจากรัฐบาลที่จะรับผิดชอบ 60 เปอร์เซ็นต์ โดยที่เหลืออีก 40 เปอร์เซ็นต์ เป็นของเอกชน

ขณะที่การได้สิทธิเป็นเจ้าภาพ อาร์โอซี ไม่ใช่เครื่องยืนยันในการเป็นเส้นทางสู่การเป็นเจ้าภาพเอฟวัน เมื่อหลายสนาม อาทิ เบลเยียม แคนาดา สหรัฐ และญี่ปุ่น ไม่เคยเป็นเจ้าภาพอาร์โอซี แต่ก็ได้จัดฟอร์มูลาวันหลายสมัย ส่วน แกรน คานาเรีย ของสเปน ได้จัดอาร์โอซีถึง 12 สมัย ก็ไม่เคยเป็นเจ้าภาพเอฟวันเลย

นั่นเพราะสภาพสนามและปัจจัยด้านอื่นๆ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิประโยชน์แตกต่างกันมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่มีผลในทางตรง แต่ก็มีส่วนในทางอ้อม เมื่อ เรซ ออฟ แชมเปียนส์ 2012 โดยความร่วมมือของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) สิงห์ คอร์เปอเรชั่น และเรดบูล ถือเป็นบทพิสูจน์ความพร้อมเบื้องต้น

บทพิสูจน์...ขายฝันหรือเอาอยู่

 

พร้อมชัวร์หรือมั่วนิ่ม

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ประสบการณ์น่าอับอายในการเป็นเจ้าภาพฟุตซอลโลกที่ผ่านมา ซึ่งสนามหลัก บางกอก อารีนา เสร็จไม่ทันกำหนดจนไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้แข่งขัน ได้สร้างชื่อเสียและลดเครดิตไปไม่น้อยในการรับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพรายการใหญ่

นี่จึงเป็นการทดสอบความพร้อมและการบริหารจัดการ รวมทั้งศักยภาพด้านมอเตอร์สปอร์ตเบื้องต้น

“นับเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้วิธีจัดการแข่งขัน จากการได้เป็นเจ้าภาพจัดงานเรซซิงระดับโลก เนื่องจากเป้าหมายของเราอยู่ที่การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟอร์มูลาวัน ปี 2014 ถ้าหากการแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จเราก็จะต่อยอดจัดการแข่งขันอีกในปีต่อไป” กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ กกท. กล่าว

เพราะถ้าเพียงแค่การแข่งขันที่ใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท ยังสอบไม่ผ่าน คงไม่ต้องพูดถึงความหวังในการเป็นเจ้าภาพรถสูตรหนึ่งที่ต้องใช้งบประมาณสูงกว่า 30 เท่า ซึ่งไม่ใช่เฉพาะตัวเลขเรื่องลิขสิทธิ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านต่างๆ อีกมากมาย

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ของ โจ ซาเวิร์ด ผู้สื่อข่าวเอฟวันชาวอังกฤษ เชื่อว่าผู้จัดรายใหม่ในปัจจุบันจะต้องควักกระเป๋าถึงเกือบ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.24 หมื่นล้านบาท)

นี่ยังไม่รวมถึงเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะเอฟวัน ที่มีความเร็วสูง เพราะหากทีมไทยจะได้รับพิจารณาให้จัดการแข่งขัน ซึ่งมีแผนจัด ไนซ์ เรซ ที่ถนนราชดำเนิน ความพร้อมในเรื่องความปลอดภัยต้องสูงมากถึงมากที่สุด

ดังนั้น เรดบูล สิงห์ เรซ ออฟ แชมเปียนส์ 2012 จึงไม่ควรมีข้อผิดพลาดใดๆ เกิดขึ้นด้วยประการทั้งปวง

ตรงกันข้าม หากทุกอย่างผ่านไปด้วยดีและน่าประทับใจ โอกาสที่เราจะได้จัดอาร์โอซีต่อเนื่อง 2 ปีติด ก็คงไม่ยากและอาจเพิ่มความหวังในการเสนอตัว เพราะทัวร์นาเมนต์จะต่างกันมาก แต่ก็ยังมีเวลาในการเตรียมตัวและวางแผนสำหรับอนาคต

“ตามหลักการพิจารณาเราต้องผ่านการจัดอาร์โอซีอย่างน้อย 2 ครั้ง หลังจากนั้นแล้วถึงจะเอาเข้า ครม.” พ.ท.รุจ แสงอุดม ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ กกท. เผย

ความนิยม...ลวงตาหรือถาวร

นอกจากปัจจัยด้านการเงินและความพร้อมในการจัดแข่งขันแล้ว กระแสความนิยมของผู้ชมก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่งในการพิจารณาให้จัดแข่งขัน

เพราะนี่คือกีฬาเชิงธุรกิจ ที่ต้องการผู้ชมเต็มสนาม และการเรียกสปอนเซอร์

“ผมไม่รู้หรอก นั่นเป็นสิ่งที่ผมยากจะรู้ได้ ผมให้รายละเอียดไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ความรับผิดชอบของผม สิ่งที่ผมจะบอกได้ การแข่งขันควรจัดที่นี่ในอีก 23 ปีข้างหน้า” ไดทริช มาเตสชิตซ์ บอสทีมเรดบูล กล่าว

สิ่งที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้น เพราะเชื่อว่ากรังด์ปรีซ์ในไทยจะประสบความสำเร็จจากผู้ชมจำนวนมาก ซึ่งแห่มาชมการขับฟอร์มูลาวันโชว์ครั้งแรกในงาน “ถนนแห่งประวัติศาสตร์ สตรีต ออฟ คิงส์ ราชดำเนิน เรดบูล แบงค็อก 2010” เมื่อ 2 ปีก่อน

บทพิสูจน์...ขายฝันหรือเอาอยู่

 

“ผมยังจำได้ว่ามีผู้คนมากมายมาดูโชว์และการแข่งขันที่นี่ จะประสบความสำเร็จ” มาเตสชิตซ์ ย้ำ

อย่างไรก็ตาม ครั้งนั้นเป็นการจัดที่ไม่มีอุปสรรคในเรื่องค่าใช้จ่ายที่เปิดให้ชมฟรีและการเดินทางเท่าใดนัก

แน่นอนว่า ศึกอาร์โอซีครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะถูกจับตามองเรื่องกระแสนิยมจากแฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต แต่ยังจะมีผลต่อเสียงสะท้อนของนักกีฬาที่มาร่วมแข่งขัน

ไม่มีนักกีฬาคนไหนต้องการลงแข่งในสนามร้าง หรือมีผู้ชมบางตา โดยเฉพาะบรรดานักกีฬาชั้นนำของโลก ตรงกันข้าม ถ้าผู้ชมเต็มสนาม ใครๆ ก็อยากไปแข่ง ไม่ใช่แค่เป็นพลังผลักดัน แต่ยังสร้างบรรยากาศการแข่งขันได้เป็นอย่างดี

ดังนั้น เสียงสะท้อนของพวกเขาจะเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญสำหรับการพิจารณาโอกาสในการเป็นเจ้าภาพด้านมอเตอร์สปอร์ตในอนาคต

ขณะที่หลายฝ่ายมองว่าการมีค่าใช้จ่ายเรื่องเข้าชม บวกกับการเดินทางค่อนข้างลำบากจากปัญหาการจราจร น่าจะส่งผลให้ผู้ชมไม่เยอะเหมือนถนนราชดำเนิน เพราะต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่มีแฟนกีฬาตัวจริงมากพอ

แม้ผู้ว่าการ กกท.จะประกาศว่าตั๋วเข้าชมราคาแพงที่สุดถูกจำหน่ายให้กับชาวต่างชาติหมดเรียบร้อย แต่ส่วนที่แจกให้กับสถาบันการศึกษามีถึง 6,000 ใบ ซึ่งแม้จะเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนได้มีประสบการณ์ในการแข่งขันระดับโลก แต่ก็ไม่ได้ตอบโจทย์ความสนใจของผู้ชมอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม การเป็นเจ้าภาพอาร์โอซีไม่ใช่บทพิสูจน์การเสนอตัวจัดเอฟวันอย่างแท้จริง เพราะยังมีตัวแปรสำคัญอีกหลายอย่างประกอบกัน และยังอีกหลายขั้นตอน

แต่อย่างน้อยถ้าอยากเห็น “ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ก็ต้องเข้ามาชมการแข่งขัน เรซ ออฟ แชมเปียนส์ เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนความฝันให้เป็นจริงอีกแรงหนึ่ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท