
เส้นแบ่งสีเทา
โดย...จำลอง บุญสอง
โดย...จำลอง บุญสอง
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อาทิตย์ที่ผ่านมาลงข่าวคนไทยมาเที่ยววังน้ำเขียวกันโดยไม่คำนึงว่า “รีสอร์ต” หลายแห่งในย่านนั้นที่ยังติดปัญหารุกที่อุทยานบ้าง ป่าสงวนบ้าง แย่งที่คนจนที่ได้ ส.ป.ก. บ้าง
ช่วงเวลาดังกล่าวผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวที่วังน้ำเขียวพอดี ไปก็เห็นตามที่ไทยรัฐรายงานเอาไว้จริงๆ รุกที่อุทยานไม่ต้องพูดถึง อย่างไรก็ผิด ส่วนพื้นที่ ส.ป.ก. ซึ่งควรตกอยู่ในมือเกษตรกรผู้ยากไร้ ปรากฏว่าหลายผืนได้ตกไปอยู่ในอุ้งมือใหญ่ๆ ของนายทุนไปหลายรายแล้ว
ทุนใหญ่หลายรายเอาไปทำรีสอร์ต บางราย “เลี่ยงบาลี” ทำการเกษตรบังหน้าพร้อมๆ กับการสร้างบ้านหรูราคาเป็นล้านเพื่อเอาไว้ตากอากาศ เกษตรกรกำมะลอบางรายทำเกษตร “รอ” “ขาย” เมื่อได้ราคา
ช่วงคุณดำรงค์ พิเดช มาเป็นอธิบดี ท่านใช้คำพิพากษาของศาลไปจัดการกับนายทุนผู้บุกรุกที่อุทยานเสียหลายราย งวงงาคุณเอี้ยงป่ายมาถึงผู้ที่รุกที่ป่าสงวนและผู้ครอบครองที่ ส.ป.ก.ไปด้วย ผลของการกระทำของคุณเอี้ยงส่งผลสะเทือนไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่น้อย แต่ก็ไม่มีการเพิกถอนสิทธิผู้ครอบครองผิดเงื่อนไขแต่อย่างใด แถมไปทำให้อธิบดีกรมอุทยานว่างจนกระทั่งทุกวันนี้
ถ้าจะว่ากันไปแล้ว “เม็ดเงิน” ของการทำรีสอร์ตและการทำเกษตรแบบนายทุนได้มากกว่าการปลูกพืชไร่ของเกษตรกรผู้ยากไร้นัก
แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การวัดด้วยมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ได้ แต่อยู่ที่ว่านายทุนมือยาวไป “ฉก” ที่ดิน ที่รัฐปฏิรูปเอาไว้รองรับความยากไร้ของเกษตรกรจนๆ ไปได้อย่างไรต่างหาก
การที่ที่ดินหลุดมือไปจากเกษตรกรผู้ยากไร้ ก็เท่ากับผลักให้พวกเขาต้องไปรุกที่ส่วนกลาง (ป่าสงวน ป่าอุทยาน ฯลฯ) โดยปริยาย ที่สำคัญคือไปทำให้ “ช่องว่าง” ระหว่าง “ชนชั้น” ห่างกันสุดกู่มากขึ้น
ก็ “ช่องว่าง” ระหว่างชนชั้นทำให้เกิดความไม่เสมอภาค ความไม่เสมอภาคนำมาซึ่ง “สงครามประชาชน” ในทุกๆ ประเทศ
ถ้ารัฐไม่จัดการกับ “คนเมือง มือยาว” ที่สาวเอาที่ดินของ “คนชนบท มือสั้น” ไปกิน ก็อย่ามาบ่น
ว่าทำไมบ้านเมืองเราถึงได้ยุ่งไม่รู้จบ!







