posttoday
‘แปรรูปขยะ’ เป็นงานประดิษฐ์อย่างรู้ค่า

‘แปรรูปขยะ’ เป็นงานประดิษฐ์อย่างรู้ค่า

07 ธันวาคม 2555

โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

โดย...วราภรณ์ ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี

การต่อยอดจาก “ธนาคารขยะออมทรัพย์” กลายเป็นสินค้า เช่น ช้อนเครื่องทองรองหิน งานโบราณที่นำโลหะทองแดงจากเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่ามาหลอมรวมกับดีบุก ตีขึ้นรูปและทำเป็นช้อน ส้อม หรือเข็มกลัดติดเสื้อที่ทำจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม ฯลฯ วางจำหน่ายในงานแฟร์ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นผลงานการทำงานร่วมกันระหว่างกลุ่มรวมมิตร 2011 ผู้จัดทำโครงการ “ธนาคารขยะออมทรัพย์” ร่วมกับเพื่อนๆ องค์กรพันธมิตร อาทิ สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และศูนย์ 3 วัยดินแดง โดยผลิตภัณฑ์ต่างๆ ล้วนผลิตจากวัสดุรีไซเคิล ฝีมือการสร้างสรรค์ของชาวบ้านในชุมชนผู้ร่วมในโครงการ สร้างสรรค์เป็นงานประดิษฐ์ได้หลากหลายรูปแบบ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคออนุรักษ์ธรรมชาติ

‘แปรรูปขยะ’ เป็นงานประดิษฐ์อย่างรู้ค่า

 

‘ขยะ’ ต่อยอดสู่แปรรูปสินค้า

ฉัตรศนัน มาสว่างไพโรจน์ ผู้จัดการโครงการรวมมิตร 2011 เล่าว่า เธอและเพื่อนๆ องค์กรพันธมิตรด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อจัดตั้งธนาคารขยะออมทรัพย์ออมได้เงินแล้ว เธอคิดต่อว่า ขยะบางชนิดที่โรงงานรีไซเคิลไม่รับซื้อ ทำไมไม่คิดแปรรูปให้กลายเป็นสิ่งของแทนการฝังกลบหรือเผา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการทำลายอากาศและดิน

“กลุ่มของเราตั้งขึ้นเพราะเห็นปัญหาขยะล้นเมือง เราจึงจัดตั้งธนาคารขยะออมทรัพย์ขึ้น เพื่อสอนให้คนในชุมชนรู้จักการแยกขยะที่ถูกต้อง พอเราเห็นขยะมีมากขึ้น ทำไมเราไปหาคนในชุมชนที่มีฝีมือแปรรูปขยะต่างๆ เช่น กระเป๋าน้ำอัดลม ถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มเป็นสินค้าล่ะ นอกจากเพิ่มมูลค่าให้ขยะแล้ว ยังเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในชุมชนที่ไม่มีอาชีพด้วย พอผลิตสินค้าออกมาได้ เราอยากทำให้คนในชุมชนมีอาชีพมีรายได้ เราจึงจัดทำเวิร์กช็อปขึ้น เพื่อแปรรูปวัสดุเหลือใช้ให้กับหน่วยงาน องค์กร และบุคคลทั่วไปที่สนใจในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อม” ฉัตรศนัน เล่า

จัดเวิร์กช็อปสร้างเงินสร้างรายได้

พอเกิดแนวคิดแปรรูปสินค้าแล้ว ผู้นำกลุ่มจึงมองหาคนที่มีฝีมือด้านการประดิษฐ์ในชุมชนต่างๆ ที่ร่วมโครงการ พบว่าหัวหน้ากลุ่มซาเล้ง อ่อนนุช 14 ไร่ มีฝีมือในการนำกระป๋องน้ำอัดลมมาแปรูรูป แต่ขายเฉพาะคนในชุมชน ฉัตรศนัน มองว่า หากเรารู้จักพัฒนาสินค้าก็จะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้ เช่น พัฒนาเป็นถังขยะเล็ก ใหญ่ และอื่นๆ

“ดิฉันเคยทำงานสายครีเอทีฟมาก่อน ดิฉันมองว่ามันคือโอกาส เราเริ่มแปรรูปขยะจากอ่อนนุช 14 ไร่ ที่เราเป็นพันธมิตรกัน จากนั้นเรามานั่งดูว่า ถ้าเราแยกวัสดุรีไซเคิลซึ่งอยู่ในความคิดมาตลอด 1 ปีว่าเราน่าจะแปรรูป เราทำกับคน 2 กลุ่ม ซาเล้งอ่อนนุช 14 ไร่ กับสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์ฯ เป็นผู้สนับสนุนกลุ่มขยะรีไซเคิลทั้งหมด ในเมื่อเรามีต้นทุนด้านดีไซน์ ในขณะที่อ่อนนุชมีชาวบ้านที่มีฝีมือ แต่ไม่มีหัวครีเอทีฟ สองกลุ่มมาทำงานร่วมกัน ช่วยกันพัฒนาเรื่องสินค้า ดิฉันคิดว่าหากเราแยกขยะทั้ง 5 ชนิด เช่น กระดาษ พลาสติก โลหะ ขวดแก้ว และขยะอโลหะ ส่งเข้าโรงงานรีไซเคิลหมด แต่เรามองไปมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไม่มีรายได้ เราจะทำอย่างไรให้สมาชิกเราที่แยกขยะให้เขามีรายได้ยั่งยืน เราเริ่มคิดกระดาษเอามาทำอะไรได้บ้าง นอกจากงานเปเปอร์มาเชที่มีคนทำแล้ว งานนูนต่ำ นูนสูง ม้วนเป็นเครื่องประดับ พอเราเริ่มคิดงาน เราจะทำเป็นโมเดลขึ้นมา จากนั้นหาสมาชิกในกลุ่มดินแดงว่าใครมีฝีมือด้านงานประดิษฐ์ มาช่วยสอนชาวบ้านให้ประดิษฐ์สินค้าขึ้นมา คือที่เรานำถุงแปรรูปน้ำยาปรับผ้านุ่มเพราะเป็นขยะที่ขายไม่ได้ ไม่มีใครรับซื้อ ขวดเพชรสีเขียวที่คนไม่รับซื้อ เรานำมาแปรรูปเป็นกระเป๋าใส่เศษสตางค์ซะ อะไรที่นำมารีไซเคิลเพื่อลดการใช้ทรัพยากร คอนเซปต์เราคือจะไม่ให้อะไรลงดินเลย เพราะถ้าขยะลงดินจะส่งผลน้ำเสีย ดินเสีย การเกษตรก็แย่”

5 กลุ่มขยะแปรรูปได้

ในกลุ่มสามารถคิดแปรรูปขยะ 5 ชนิด ได้ เช่น งานกระดาษ งานจากขวดพลาสติก งานที่มาจากอะลูมิเนียม อาทิ กระดาษสานเป็นตะกร้า ที่รองแก้ว เครื่องประดับ ของตกแต่งบ้าน รูปปั้นภาพนูนต่ำ ส่วนขวดนำไปทำเป็นโคมไฟ กระเป๋าสตางค์ แจกัน ถุงพลาสติกนำมาทำเป็นงานถักโครเชต์ งานมัดเชือก อะลูมิเนียมนำมาทำเป็นตะกร้าใส่ผลไม้ ถังขยะ กล่องกระดาษทิชชู ห่วงขวดน้ำดื่มนำมาสานเป็นจานรองแก้ว กล่องใส่ทิชชู พวงกุญแจ กระปุกใส่คุกกี้และงานเดคูพาจ ซึ่งแต่ละชุมชนมีความสามารถสร้างสรรค์งานแตกต่างกันไป

“ชุนชนดินแดงแปรรูปถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม ทำเป็นดอกไม้ติดเสื้อ พวงคริสต์มาส กรงนก โคมไฟ ดอกไม้ นำไปแมตช์กับที่คาดผม ติดหมวก ติดเสื้อ เราเป็นคนคิดสร้างสรรค์ได้ แต่มีอาจารย์ในชุมชนชื่อครูหน่อยเป็นคนลงมือทำและสอนชาวบ้าน อย่างชุมชนดินแดงถนัด ผลิตเข็มกลัดทำจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มได้ ซึ่งเป็นงานที่ชาวต่างชาติมาเห็นแล้วบอกว่า ไม่เคยเห็นงานแบบนี้ที่ไหนเลย ซึ่งตอนนี้สินค้าที่เราพัฒนาได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าที่รักษ์สิ่งแวดล้อมมาก ขายได้หมด โดยเราตระเวนไปขายในงานต่างๆ เช่น งานร้อยดวงใจ เมดอินไทยแลนด์ ฯลฯ เราพยายามเชิญคนในชุมชนต่างๆ ไปออกบูธกับเราด้วย เพราะไม่อยากให้เขาเป็นเพียงคนนั่งผลิต เราอยากผลักดันให้เขาเป็นวิทยากร เป็นครูให้หน่วยงานอื่นๆ เราเข้าไปสอนอาชีพคนในเรือนจำ ของที่เรานำมาแปรรูปก็คือขยะในชุมชนนั่นแหละ”

‘แปรรูปขยะ’ เป็นงานประดิษฐ์อย่างรู้ค่า

 

อนุรักษ์งานโบราณ

นอกจากอนุรักษ์ธรรมชาติแล้ว กลุ่มรวมมิตรฯ ยังช่วยอนุรักษ์งานไทยโบราณด้วย เช่น งานของ ลุงสมคิด ด้วงเงิน เครือข่ายพาเธอไปรู้จักกับคุณลุงและเล่าว่า คุณลุงต้องไปหาซื้อทองแดงที่ร้านรับซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่า ซึ่งทองแดงมีราคาแพง ในเมื่อเธอทำธนาคารขยะซึ่งมีเครื่องไฟฟ้าเก่าๆ มากมาย ทำไมไม่ทำงานร่วมกัน

“คุณลุงเป็นผู้อนุรักษ์งานโบราณ ที่เรียกว่าเครื่องทองรองหินหรือลงหิน ในอดีตเขานำไปทำเป็นบาตรพระ ปัจจุบันบาตรพระไม่ได้ใช้วิธีนี้เพราะทำยาก ทุกวันนี้คุณลุงนำทองแดงมาแปรรูปทำเป็นงานกำไลมีออร์เดอร์ขายต่างชาติ ทุกวันนี้คุณลุงอายุ 70 ปีแล้ว แต่ไม่มีคนมาสืบสานต่อแล้ว ดิฉันรู้สึกเสียดาย ถ้าเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์คงต้องไปดูที่พิพิธภัณฑ์ทั้งๆ ที่มันเป็นงานภูมิปัญญาของเรา คุณลุงให้เราหาคนไปเรียนหน่อย ต้องเป็นเด็กผู้ชาย กรรมวิธีการทำของลุงคือนำทองแดงไปหลอมรวมกับดีบุก นำมาทำเป็นเครื่องประดับ ช้อน ส้อม ซึ่งฝรั่งชอบมาก งานคุณลุงนำขึ้นห้างจำหน่ายชุดเป็นหมื่นบาท ทุกวันนี้เราเห็นเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าๆ คนนำไปทิ้งอย่างไร้ค่า แต่จริงๆ ถ้าเรารู้ว่ามันมีค่า มันจะเป็นประโยชน์ให้คนอื่นได้”

กลุ่มลูกค้าเปิดรับมากขึ้น

ฉัตรศนัน เล่าว่า ตอนนี้คนไทยเปิดรับสินค้ารีไซเคิลมากขึ้น ต่างชาติไม่ต้องพูดถึง พอเห็นสินค้าแปรรูปก็ซื้อ ซื้อไปใช้ เช่น กระป๋องโค้อะลูมิเนียม มีลูกค้าชาวบราซิลซื้อเข็มกลัดจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มไป เพราะเขารู้สึกทึ่ง

“ชาวต่างชาติจะตื่นตากับห่วงขวดน้ำดื่ม เขาไม่เคยเห็น มันเป็นงานดีไซน์ ดิฉันอยากฝากว่า อยากให้ทุกคนคัดแยกขยะก่อนทิ้ง เป็นจุดเริ่มต้น และเราจะเปลี่ยนความคิดว่าสิ่งที่คุณจะทิ้งไม่ใช่ขยะแต่เป็นวัสดุเหลือใช้ ถ้าคิดดีๆ แล้วขยะเรามองว่าไร้ค่าจริงๆ มีค่ากว่าของที่อยู่ในขวดซะอีก เช่น น้ำดื่มขวดละสิบบาท แต่ขวดเกิดขึ้นจากวัตถุดิบ คือ น้ำมัน เมืองนอกเขานำขวดน้ำไปทำเป็นเสื้อนาโน แต่เมืองไทยไม่รับซื้อ มันก็จะกลายเป็นขยะที่ต้องฝังดินซึ่ง 400 ปี จึงจะย่อยสลายไป ตอนนี้กลุ่มอยากพัฒนาคนในชุมชนนั้นๆ ที่เขามีงานแปรรูปได้ออกงาน เราจะสอนคนในชุมชนว่า ให้คิดถึงเรื่องต้นทุน คิดค่าแรงลงไปด้วย จะกลายเป็นราคางาน 1 ชิ้น นี่คือต้นทุนค่าแรง หากวัตถุดิบมาจากถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม 4 ซอง เท่ากับ 1 บาท ทำดอกไม้ได้กี่บาท ก็นำไปคิดเป็นราคา เพื่อให้คนในชุมชนคิดได้ สร้างสรรค์ทำเป็นธุรกิจของเขาได้”

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69